สนง.วัฒนธรรมจังหวัดอุตรดิตถ์ จังหวัดอุตรดิตถ์ร่วมกับททท.สำนักงานแพร่ อบจ.อุตรดิตถ์และอปท. ร่วมกันแถลงข่าวงานประเพณีอัฐมีบูชา




บริเวณลานข้างวิหารหลวงพ่อพระประธาน​เฒ่า​ วัดพระบรมธาตุทุ่งยั้ง​ ตำบลทุ่งยั้งอำเภอเมือง​ จังหวัดอุตรดิตถ์​ พระปัญญากรโมลี​ เจ้าคณะจังหวัดอุตรดิตถ์​ พระครู​บวรธรรมทิน​ เจ้าอาวาสวัดพระบรมธาตุทุ่งยั้ง​ นายพิภัช​ ประจัน​เขตต์​ รอง​ผู้​ว่าราชการ​จังหวัด​อุตรดิตถ์​ นายศิวัช​ ฟู​บินทร์​ นายอำเภอลับแล​ นางสาวปรารถนา​ มงคลธวัช​ วัฒนธรรม​จังหวัด​อุตรดิตถ์​ ได้ร่วมกันแถลงข่าวการจัดงานประเพณีอัฐมีบูชา

โดยมี​ นางฉวีวรรณ​ ประจัน​เขตต์​ รอง​นายก​เหล่า​กาชาด​จังหวัด​อุตรดิตถ์​ นางชลธิชา​ ฟูบินทร์​ นายกกิ่งกาชาดอำเภอลับแล​ นางดุษฎี​ ถาวรจตุรวัฒน์​ ปชส.​จังหวัด​อุตรดิตถ์​ นางณัฐพร​ มหาไพบูลย์​ พาณิชย์​จังหวัด​อุตรดิตถ์​ นายศักดิ์ตระกูล​ เลี้ยงประเสริฐ​ ประธาน​สภาวัฒนธรรม​จังหวัด​อุตรดิตถ์​ นายชวลิต​ คำเพ็ง​ ประธาน​สภาวัฒนธรรม​อำเภอลับแล​ ผู้แทน​ผอ.สนง.การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย​ สำนักงานแพร่​ นายสนาม​ กอนวงษ์​ นายกเทศบาลตำบลพระเสด็จพร้อมผู้ที่เกี่ยวข้อวเข้าร่วมการแถลงข่าวในครั้งนี้ จัดขึ้นในระหว่างวันที่ 18 พฤษภาคม 2562 ถึงวันที่ 26 พฤษภาคม 2562 ณวัดพระบรมธาตุทุ่งยั้งตำบลทุ่งยั้ง​ อำเภอลับแล​ จังหวัดอุตรดิตถ์​ วันอัฏฐมีบูชาคือการบูชาในวันแรม 8 ค่ำเดือน 6 เป็นวันถวายพระเพลิงพระพุทธสรีระหลังจากที่พระพุทธเจ้าเสด็จดับขันธปรินิพพานแล้ว 8 วันพระเจ้าเสด็จดับขันปรินิพพานในวันวิสาขบูชา ซึ่งตรงกับวันเพ็ญเดือนวิสาขะระหว่างต้นสาละทั้งคู่ในสาลวโนทยานของมัลลกษัตริย์​ แห่งกรุงกุสินารา


ความโศกเศร้าที่เกิดขึ้นทั่วไปในหมู่พุทธศาสนิกชนที่เป็นปุถุชนส่วนพระอรหันต์ขีณาสพเกิดธรรมะสังเวช​ พวกมัลลกษัตริย์​ ปฏิบัติต่อพระพุทธสรีระเหมือนอย่างที่ปฏิบัติพระบรมศพของพระเจ้าจักรพรรดิตามที่พระพุทธเจ้าตรัสไว้ก่อนปรินิพพานคือใช้ผ้าใบห่อพระบรมศพของพระเจ้าจักรพรรดิเสร็จแล้วดึงออกด้วยสำลีบริสุทธิ์แล้วจึงห่อผ้าใหม่ชั้น 1 ทำโดยวิธีนี้จนหอบพระบรมศพของพระเจ้าจักรพรรดิด้วยผ้าและสำลีได้ 1000 ชั้นแล้วเชิญพระบรมศพในร้านเหล็กเติมด้วยน้ำมันใช้รางเหล็กสีดำอักอันหนึ่งครอบ​ แล้วทำจิตกาธาน ด้วยไม้หอมล้วนแล้วถวายพระเพลิงพระบรมศพพระเจ้าจักรพรรดิสร้างพระสถูปของพระเจ้าจักรพรรดิไว้ที่ทางใหญ่ 4 แพร่ง" พวกเทวดาและมัลลกษัตริย์​ พากันสักการะ เคารพ​ นบนอบบูชา​ พระพุทธสรีระด้วยการฟ้อนรำขับร้องประโคมดนตรีระเบียบจัดดอกไม้และของหอมทั้งที่เป็นของทิพย์และที่เป็นของมนุษย์อัญเชิญพระพุทธสรีระไปทางทิศเหนือของเมืองเข้าสู่เมืองทางประตูด้านทิศเหนืออัญเชิญผ่านกลางเมืองไปออกทางประตูด้านทิศตะวันออกเสร็จแล้วจึงประดิษฐานพระพุทธสรีระ ณมกุฏพันธนเจดีย์​ ของมัลลกษัตริย์​ ทางทิศตะวันออกของเมืองและวันที่ 7 ของการปรินิพพาน​ มัลลกษัตริย์​ มีพระประสงค์จะจุดไฟที่จิตกาธาน ขอพระพุทธเจ้าแต่ไม่อาจจุดไฟให้ติดได้เมื่อเราจนถึงวันที่ 8 ของการปรินิพพานพระมหากัสสปะพร้อมด้วยพระภิกษุสงฆ์หมู่ใหญ่ประมาณ 500 รูปเดินทางไกลจากกรุงปลาวามายังกรุงกุสินาราถึงจิตกาธาน ของพระพุทธเจ้าท่านและคณะภิกษุสงฆ์จีวรเฉวียงบ่าประนมมือทำประทักษิณเดินเวียนขวาจิตกาธาน​ 3​ รอบ​ เปิดผ้าคลุมทางพระบาทถวายอภิวาทพระยุคลบาทของพระพุทธเจ้าด้วยเศียรเกล้าเมื่อกระทำดังนั้นแล้วเสร็จทุกรูป​ จิตกาธาน​ ของพระพุทธเจ้าได้ติดไฟลุกโพลงขึ้นเองอย่างน่าอัศจรรย์


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน