เสียงค้านไม่มีผล!! ผอ.ท่องเที่ยวกีฬาเลย เดินหน้าสร้างพญานาคแลนด์มาร์คกุดป่อง (มีคลิป)




ตามที่สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬา จ.เลย ได้ดำเนินโครงการปรับปรุงภูมิทัศน์บริเวณสวนสาธารณกุดป่อง ก่อสร้างรูปปั้นพญานาคขนาดใหญ่พ่นน้ำ เพื่อเป็นจุดท่องเที่ยวหรือแลนด์มาร์คแห่งใหม่ของจังหวัดเลย ด้วยงบประมาณ 24,341,964 บาท (ยี่สิบสี่ล้านสามแสนสี่หมื่นหนึ่งพันเก้าร้อยหกสิบสี่บาท) เริ่มดำเนินการ 1 เม.ย. 62 – 25 มี.ค.63  โดยว่าจ้างบริษัทอาร์ทเครีเอเตอร์จำกัด เป็นผู้ก่อสร้างนั้น

ภายหลังที่ประชาชนได้ทราบข่าวจากทางสื่อสังคมออนไลน์ (โซเชี่ยลมีเดีย ) ก็พากันแสดงความคิดเห็นวิพาษ์วิจารณ์โครงการนี้อย่างกว้างขวาง โดยส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยกับการก่อสร้างพญานาคเพราะไม่บ่งบอกถึงความเป็นอัตลักษณ์ของจังหวัดเลย  เช่น  ผู้ใช้เฟซบุ๊คนามว่า “อภิชาต จันทวรรณ” ได้แสดงความคิดเห็นในแฟนเพจเลยไทม์ออนไลน์ว่า  “พญานาคไม่ควรเป็นสัญลักษณ์ อัตลักษณ์ แลนด์มาร์คของเมืองเลย เพราะหนองคายเขาทำไปแล้ว หนองคายมีประวัติเกี่ยวกับพญานาค นั่นโอเค แต่เมืองเลยเราแทบไม่มีประวัติอะไรเกี่ยวข้องกับพญานาคเลย ถ้าเอาประวัติที่เกี่ยวข้องกับ จ.เลย ผีตาโขน น่าจะเหมาะสมที่สุด เป็นเอกลักษณ์ มีประวัติความเป็นมา และโด่งดังระดับประเทศ สร้างเป็นแลนด์มาร์คได้ ส่วนพญานาค ไม่เห็นด้วยครับ”


ส่วนผู้ใช้เฟซบุ๊คนามว่า “Asawa Tone” แสดงความคิดเห็นว่า จัดสร้างสถานที่รวมรูปหล่อ รูปปั้นของพระเกจิอาจารย์ องค์จำลอง ของพระชื่อดังของจังหวัดเลยครับ จังหวัดเลยมีพระอริยสงฆ์ หรือพระสุปฏิปันโน ระดับครูบาอาจารย์อันมีชื่อเสียงหลายท่าน อันเป็นที่เคารพนับถือยึดเหนี่ยวใจของชาวจังหวัดเลย และสร้างไว้ที่กุดป่อง เพื่อชาวเมืองเลยจะได้มากราบไหว้ และระลึกถึงท่าน ทั้งนักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวเมืองเลย จะได้มากราบไหว้ ผมว่าน่าภูมิใจกว่า รูปปั้นพญานาค ซึ่งไม่เคยมีเรื่องราวใดๆเกี่ยวกับจังหวัดเลยครับ”

นอกจากนี้ ยังมีผู้ใช้เฟซบุ๊คบางรายได้ชักชวนกันไปเข้าชื่อยับยั้งโครงการ และเรียกร้องผู้ใหญ่ระดับจังหวัดทบทวนโครงการเสียใหม่  ซึ่งมีผู้เข้าร่วมมาสนับสนุนแนวคิดนี้จำนวนมาก โดยระบุเหตุผลว่า แม้พญานาคจะมีตำนานเกี่ยวข้องระหว่างภูบ่อบิดกับกุดป่องอยู่บ้าง  แต่นี่คือแลนด์มาร์คของจังหวัดเลย ไม่ใช่แลนด์มาร์คของกุดป่อง 

ขณะเดียวกัน ยังมีผู้ตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับบริษัทที่ได้รับจ้างโครงการนี้ ว่ามีคุณสมบัติไม่เหมาะสมกับงบประมาณจำนวนมาก

อย่างไรก็ตาม มีผู้แสดงความคิดเห็นสนับสนุนโครงการนี้ เช่นผู้ใช้เฟซบุ๊คนามว่า “Tina Kattison”  ระบุว่า เราต้องเข้าใจว่า การสร้างสัญลักษณ์ที่มาจากพื้นเพความเชื่อ ความศรัทธามันสามารถต่อยอดธุรกิจของคนในชุมชนได้นะคะ บางคนอาจจะมองว่างมงาย แต่เราควรพิจารณาจากโมเดลเศรษฐกิจของคำชะโนด หรือที่เต่างอยไหม คนในชุมชนมีรายได้จากการขายดอกไม้ จากการท่องเที่ยว รายได้จากการขายสลากกินแบ่งอีก มันมากกว่าการสร้างรูปปั้นหรือหุ่นผีตาโขนที่มันต่อยอดไม่ได้มากเท่านี้  ต้องยอมรับว่าประเทศเรา เรื่องความเชื่อและศรัทธามาที่หนึ่งค่ะ”

 

 


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน