คนดวงมันจะซวย หนุ่มเชียงใหม่ ยืนฉิ้งฉ่องอยู่บริเวณท้ายแพ พลัดตกแพจมน้ำหายไปในกระแสน้ำเชี่ยว




สลด! หนุ่มเชียงใหม่ พลัดตกแพจมน้ำเสียชีวิตที่กาญจนบุรี  เดินทางมาหลายร้อยกิโล เพื่อมาเที่ยวล่องแพหาความสำราญกับเพื่อนๆ กว่า 20 ชีวิต เกิดเคราะห์ร้ายดวงถึงฆาต ขณะยืนฉิ้งฉ่องอยู่บริเวณท้ายแพที่เรือกำลังลากจูงเพื่อเลี้ยวหัวลากกลับเข้าสู่ฝั่ง ไปยังจุดท่าจอดแพ โดยไม่ทันระวังตัว ทำให้ร่างเกิดเสียหลักคว่ำหน้าผลัดตกแพจมน้ำหายไปในกระแสน้ำเชี่ยว  ท่ามกลางสายตาเพื่อนๆ ที่เห็นเหตุการณ์ ร้องเสียงหลงขอความช่วยเหลือ แต่ก็ไม่มีใครกล้ากระโดดน้ำลงไปช่วย เนื่องจากเป็นเวลามืดค่ำ  พอแพเข้าถึงฝั่งโทรแจ้งตำรวจประสานนักประดาน้ำมูลนิธิลงงมค้นหานานเกือบ 2 วันถึงเจอกลายเป็นศพลอยอยู่กลางแม่น้ำตอนกลางดึกของอีกวัน  นำศพขึ้นฝั่งประสานแพทย์ร่วมมูลนิธิรุดชันสูตรส่งศพผ่าพิสูจนก่อนจะมอบศพให้ญาติดำเนินการตามประเพณี
     เวลา 01.10 น.ของวันที่  30 พ.ค.62 ร.ต.อ.ธารา น้าวานิช รองสารวัตร(สอบสวน) สภ.เมืองกาญจนบุรี  ได้รับแจ้งจากศูนย์วิทยุมูลนิธิพิทักษ์กาญจน์ ว่าพบศพผู้เสียชีวิตเป็นผู้ชายลอยคว่ำหน้าอยู่กลางแม่น้ำแควใหญ่จึงลากศพมาไว้ที่บริเวณดงบัวใกล้สะพานบ้านลิ้นช้าง หมู่ 4 ต.ท่ามะขาม อ.เมืองฯ  หลังรับแจ้งจึงรีบเดินทางไปตรวจสอบยังจุดที่พบศพ พร้อมประสานแพทย์เวร รพ.พหลพลพยุหเสนาฯ ร่วมกับมูลนิธิฯ ให้มาทำการร่วมชันสูตรพลิกศพ
   


  จากการตรวจสอบหลักฐานบัตรประจำตัวประชาชนทราบชื่อผู้ตายชื่อนายสมพร ใจผัด อายุ 46 ปี อยู่บ้านเลขที่ 49 หมู่ 1 ต.รอบเวียง อ.เมือง จ.เชียงใหม่ สอบสวนปากคำบรรดาเพื่อนๆ ของผู้ตายที่ร่วมออกค้นหาร่างของผู้ตายจนกระทั่งพบศพทราบว่า ผู้ตายมีอาชีพรับจ้างทั่วไป ก่อนเกิดเหตุผู้ตายได้เดินทางมาจาก จ.เชียงใหม่กับกลุ่มเพื่อนๆ กว่า 20 คนเมื่อวันที่ 29 พ.ค.62 เพื่อมาเที่ยวล่องแพในลำน้ำแควใหญ่ จนกระทั่งคืนวันที่ 29 ที่ผ่านมาขณะที่ผู้ตายกำลังยืนปัสสาวะที่บริเวณท้ายแพโดยที่เรือกำลังชักลากแพออกจากจุดที่จอดแพ เพื่อลากแพกลับเข้าสู่ฝั่ง
   

 

 คนขับเรือลากจูงได้ลากแพกลับเพื่อตั้งลำนำแพล่องไปตามแม่น้ำ แพเกิดการกระตุกจึงทำให้ร่างของนายสมพร ผู้ตายซึ่งยืนฉี่อยู่โดยไม่ทันระวังตัว จึงทำให้ร่างของผู้ตายเสียหลักผลัดตกลงไปจนแม่น้ำจมน้ำหายไปในกระแสน้ำที่ไหลเชี่ยวกราด ท่ามกลางสายตาของบรรดาเพื่อนๆ นับ10 คนที่เห็นเหตุการณ์ได้แต่ร้องตะโกนขอความช่วยเหลือ แต่ก็ไม่มีใครกล้ากระโดดลงน้ำไปช่วย เนื่องจากกระแสน้ำที่ไหลเชี่ยว และเป็นเวลากลางคืน  จนกระทั่งเรือชักลากแพเข้าฝั่งเป็นที่เรียบร้อยจึงได้แจ้งให้เจ้าของแพทราบเรื่อง และประสานเจ้าหน้าที่นักประดาน้ำของมูลนิธิฯ นำกำลังออกติดตามลงงมค้นหา แต่ก็เป็นไปด้วยความยากลำบากเนื่องจากน้ำไหลเชี่ยว เวลาค่ำมืด ประกอบกับไม่ทราบจุดที่ผู้ตายตกน้ำ เจ้าหน้าที่มูลนิธิฯจึงทำได้แค่เพียงนำเรือออกทำการติดตามค้นหาตามริมตลิ่งในแม่น้ำ
     จนกระทั่งมาพบศพดังกล่าว จากการชันสูตรพลิกศพผู้ตายตามร่างดายไม่พบบาดแผล หรือร่องรอยการถูกทำร้าย จึงมอบศพให้มูลนิธิฯ นำศพส่ง รพ.ศูนย์ราชบุรี เพื่อให้แพทย์ผ่าพิสูจน์สาเหตุการตายอย่างละเอียด ก่อยจะมอบศพให้ญาตินำศพไปจัดการตามประพณีทางศาสนาต่อไป
 

ข่าว-ภาพ/วันชัย แก้ววิลัย สนั่น ศิลปะขจร ข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ กาญจนบุรี


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน