คนสู้ชีวิต วัยร่วมจะ 70 ปี เลี้ยงหลานป่วย 4 คน น้องสาวพิการทางสายตา น้องชายก็เป็นอัมพฤก วอนผู้ใจบุญช่วย





นครปฐม คนสู้ชีวิต ยายปิ่นวัย 66 ปีดูแลหลาน 4 คนป่วย ออทิติก สมาธิสั้นและน้องสาวตาบอดตั้งแต่เกิดน้องชายป่วยอัมพฤก ถ้าไม่ทำหลานและน้องจะอยู่กินอย่างไร

เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2562 ที่จังหวัดนครปฐมหลังทราบข่าวจาก จากเทศบาลตำบลมาบแค  กำนัน ผญบ.ม.11 ผู้นำชุมชน นายอริยะพัส ทรงนิพิฐกุล ตำแหน่ง หัวหน้าสำนักปลัดเทศบาลตำบลมาบแค   เดินพบยายปิ่น วัย 66 ปี คนสู้ชีวิตต้องดูแลหลาน 4 คนที่ป่วยออทิติก สมาธิสั้น พร้อมทั้งดูแลน้องสาวที่ตาบอดมาตั้งแต่กำเหนิดและน้องชายป่วยเป็นอัมพฤก แขนอ่อนแรงด้วยการรับจ้างกรีดฉลากขวดพลาสติกหาเลี้ยงชีพวันละ 150 บาทและเบี้ยยังชีพ เงินคนพิการ และบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 

ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่บ้านเลขที่ 74 ม.11 ต.มาบแค อ.เมือง จ.นครปฐม เป็นบ้านของนางสาวปิ่น ซางโต อายุ 66 ปี พร้อมกำนันตำบลมาบแค นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลมาบแค ผู้ใหญ่บ้าน เจ้าหน้าที่เทศบาลตำบลมาบแค  เจ้าหน้าที่ อบต.ต.มาบแค และประธาน อพม.ตำบลมาบแค พบบ้านชั้นเดียวปลูกติดริมถนนภายในหมู่บ้าน บริเวณบ้านพบถุงปุ๋ยขนาดใหญ่จำนวนหนึ่งบรรจุขวดพลาสติดสีขาว






จากนั้นได้พบกับยายปิ่นขณะขับรถจยย.นั่งซ้อนกันมา 4 คนกลับมาจากรับหลานจากโรงเรียน  เมื่อบรรดาเด็กๆกลับมาจากโรงเรียนได้เปลี่ยนเสื้อผ้าต่างแยกย้ายกันไปทำกิจวัตรของแต่ละคน บางคนไปล้างจาน และบางคนก็ไปช่วยกันคัดขวดพลาสติกออกขากกระสอบ เพื่อนำแยกออกมา และก็ใช้มีดกรีดฉลากข้างขวดออก และแยกออกมาใส่ไว้อีกที่เพื่อที่จะเก็บไว้ให้ผู้ที่เอามาให้นำไปอีกต่อหนึ่ง 

จากการสอบถามยายปิ่น เล่าว่าตนเองอยู่กันทั้งหมด 8 คนมีหลานชาย 3 คน หลานสาว 1 คนที่ป่วยสมาธิสั่นและลำใส่แข็ง มีน้องสาวชื่อนางสาวเจริญ ซางโต อายุ 61 ปี พิการดวงตาบอดมาตั้งแต่เด็ก ได้เงินสวัสดิการเลี้ยงชีพผู้สูงอายุ 600 บาทแบะเงินของคนพิการ 800 บาทและบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 200 บาท และน้องชายชื่อนายอุไร ซานโต อายุ 60 ปี ป่วยเป็นอัมพฤก ยกแขนไม่ขึ้น  ในส่วนของหลานสาวชื่อเด็กหญิงจีระนันท์ แม้นปราง อายุ 14 ปี เรียนอยู่โรงเรียนบ่อพลับ เป็นสมาธิสั้น ต้องทานยาหาหมอทุก 2 เดือน เช้าต้องขี่จยย.ไปส่งที่โรงเรียนบ่อพลับระยะทาง 4 กม.ไปกลับประมาณ 8 กม.เด็กชายโชกุน ศรีทองทิม อายุ 8 ขวบ ป่วยเป็นสมาธิสั้น  เด็กชายอาทิตย์ ภักดีสวัสดิ์ อายุ 5 ขวบ ป่วยลำใส่แข็ง ถ่ายตลอดเวลา ต้องใส่แพมเพิส  และเด็กชายกล้าหาญ ภักดีสวัสดิ์ อายุ 3 ขวบ ช่วงนี้ไปห่หมอเดือนละครั้งอยู่ในช่วงตรวจว่าจะป่วยเป็นสมาธิสั้นหรือไม่.  เช้า-เย็นจะไปรับส่งที่โรงเรียนบ้านมาบแค


ยานปิ่นยังพูดต่ออีกว่าตนเองต้องรับภาระดูแลเลี้ยงดูหลาน และน้องชาย น้องสาว เช้าต้องแต่แต่มืดเพื่อทำอาหาร เตรียมเสื้อผ้าใชุดนักเรียน และแต่งตัวให้ เด็กๆ และต้องเรียกสมาชิกในครอบครัวให้มาทยอยเข้าห้องนำ้เพราะที่บ้านมีห้องนำ้ห้องเดียวที่มีสภาพเก่าชำรุด ไม่มีพนังข้าง เพียงใช้ผ้าขึงปิดเอาไว ในห้องนำจะมีคอห่านเอาไว้นั้งปลอดทุกข์ เวลานอนก็จะนอนรวมกัน 5 คนในมุ้งหลังเดียวที่ค่อนข้างเก่า และชำรุดมากมีพัดลม 1 ตัว  และใกล้ๆกันก็จะมีเตาถ่าน  และเตาแก๊ส 1 ชุดที่วางเครื่องครัว ทำอาหาร  สภาพค่อนข้างรก





ยายปิ่นเล่าอีกเมือปลุกหลานๆและคนในบ้านสับเปลี่ยนทำกิจวัตรส่วนตัว ยายปิ่นจะต้องขี่จยย.ไปส่งหลานสาวเด็กหญิง จีระนันท์ ที่โรงเรียนบ่อพลับก่อนซึ่งห่างจากบ้านหลายกิโล เมื่อกลับมาจากส่งหลานคนโตแล้วจะต้องเตรียมไปส่งหลานชายอีก 3 คนจะต้องไปส่งที่โรงเรียนแถววัดพะเนียงแตก ซึ่งยายปิ่นจะทำแบบนี้ทุกวัน เมื่อกลับมาส่งหลานและเตรียมอาหารให้น้องสาว และน้องชาย ตนเองมีเวลาก็จะนั่งทานข้าวไปด้วย บางครั้งกินข้าวไปนำ้ตาร่วงไป แต่ก็จะสู้ต่อไปเพื่อหลานๆและน้องทั้ง 2 คน

และได้มีเจ้าของร้านค้าของเก่าเจ้ณี เห็นว่ายายปิ่นไม่มีงานอะไรทำไม่มีรายได้ จึงนำขวดมาให้ทำจากนั้นก็มาคัดขวดออกจากกระสอบ และนำมากรีดฉลากข้างขวดออก ทำบ้าง ไปรับหลานบ้าง ดูและน้องทั้ง 2 คนที่พิการ เมื่อรับหลานกลับมา ช่วงกลางคืนยายปิ่น ก็จะมานั่งกรีดฉลากที่ใกล้ๆกับที่หลานนอน ทำแบบนี้อยู่ทุกวัน  ได้ค่าจ้างทำวันละ 150 เพื่อเลี่ยงชีวิตคนในครอยครัว. ยายปิ่นก็ได้เงินผู้สูงอายุ 600 บาทบัตรคนจน 200 บาท รวมรายได้จากหน่วยงานเบี้ยยังชีพและเงินคนพิการ และรีบจ้างกรีดฉลากข้างขวดออกประมาณ 7,500 บาท เป็นค่าข้าวสาร 1 เดือนข้าวสารประมาณ  15-16 กิโล ได้บัตรสวัสดิการแห่งรัฐมาก็จะนำไปซื้อซีอิ้ว นำ้ปลา กระปิ นำ้ตาล ค่ากับข้าว ค่าใช้จ่ายในบ้าน ค่านำ้ ค่าไฟ ซึ่งไม่เพียงพอการดำรงค์ชีวิต ทั้ง 8 ชีวิตในบ้านหลังนี้หลานต้องไปหาหมออยู่เป็นประจำ บางครั้งยายปิ่น บ่นท้อกับชีวิตมากไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรไหนมีหนี้สินที่เอาใบไปจำนองไว้ที่ธนาคาร ธกส.ไม่มีเงินจะส่งดอก กลัวบ้านจะถูกยึดเมื่อไรก็ยังไม่รู้หากมาถึงวันนั้นยายปิ่น หลานอีก 4 ที่ป่วยน้องสาวและน้องชายที่ตาบอด เป็นอัมพฤก จะอยู่กันอย่างไร จึงขอวอนผู้มีใจบุญ ใจเมตตา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาช่วยเหลือครอบครัวยายปิ่นให้มีชีวิตที่ดีขึ้น เด็ก-เยาวชนจะต้องเติบโตเป็นผู้ใหญ่เป็นกำลังของชาติให้มีชีวิต สุขภาพที่ดีขึ้นต่อไป บ้านหลังคาก็รั่ว  ชำรุดทรุดโทรมมาก ห้องนำ้ก็มีเพียงห้องเดียวที่รอบๆด้านขึงผ้ากั้นเอาไว้


ทางด้านนางสาวกิตติวีณ์ สงวนสัตว์ กำนันตำบลมาบแค กล่าวอีกว่า ดูแลพื้นที่ตำบลมาบแค ได้มาเยี่ยมบ้านยายปิ่นเห็นความยากลำบาก ทางกำนันได้ช่วยเหลือเยียวยาในเบื้องต้น ไม่สามารถทำให้ยายอย่างถาวรได้ อยากขอวอนหน่วยงานรัฐ หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ให้ความช่วยเหลือยายปินและครอบครัวหลานๆและน้องสาวและน้องชายที่ป่วยเป็นอัมพฤกและตาบอด เด็กออทิติก สมาธิสั้น 4 คน มียายปิ่นอายุ 66 ปีที่ดูแลคนเดียว แต่งตัวเด็กนักเรียน ไปรับ ไปส่งที่โรงเรียน ทำทุกอย่างเลยที่เดียวมีความเป็นอยู่ไม่ดี การเงินขัดสนค่าใช้จ่ายมาก รายได้ไม่ค่อยจะมีอยากจะให้หน่วยงานร่วมมือช่วยยายปิ่นและเด็กมีชีวิตและอนาคตที่ดีขึ้นต่อไป

ทางด้านนายพงษ์ศักดิ์ ทรงนิพิฐกุล ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 11 ต.มาบแค  อยากวิงวอนให้หน่วยงานต่างๆลงมาช่วยเหลือครอบครัวยายปิ่น เป็นครอบครัวที่สู้ชีวิตจริงๆ


ทางด้านนางกมลวรรณ นิ่มเป๋า ประธาน อพม.อาสาพัฒนาความมั่นคงของมนุษย์ ประจำหมู่บ้าน และประธาน อสม.ตำบลมาบแค ได้ออกสำรวจตรวจดูครอบครัวไหนได้รับความเดือดร้อนและมีฐานะยากจน คนถูกทอดทิ้ง หรือกำพร้า เป็นต้น ได้มาเยี่ยมเยียนพูดคุยกับยายปิ่นอยู่เป็นประจำ ว่ายายห่วงหลานทั้ง 4 คนออทิติก สมาธิสั้นและน้องที่พิการตาบอด เป็นอัมพฤก และหนี้สิน นำใบที่ดินไปไว้ที่ ธกส.เมื่อช่วงที่น้องชายเจ็บป่วยเข้าโรงพยาบาล มีแต่รายจ่ายในชีวิตประจำวันต้องให้หลานไปโรงเรียน ค่าใช้จ่ายในบ้าน ข้าวสาร อาหารแห้ง และแพมเพิส ที่เด็กจะต้องใช้ใส่ไปโรงเรียนทุกวัน เป็นต้น ขอวอนหน่วยงานให้มาช่วยเหลือครอบครัวยายปิ่นด้วย หรือจะเป็นภาครัฐ ภาคเอกชนที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ซึ่งยายปิ่นเป็นคนดี ไม่เคยไปขอใครเป็นยายคนหนึ่งที่สู้ชิวิตจริงๆ 


ทางด้านนายเดชอดุลย์ บุญมี นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลมาบแค กล่าวอีกว่า นอกเหนือจากการดูแลการบริการสาธารณะ และดูแลเรื่องของสังคม ในเรื่องความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชน เช่นครอบครัวยายปิ่น  ได้เข้ามาดูแลหลายๆด้านในเรื่องผู้สูงอายุ และคนพิการ และเด็กๆที่ป่วยเป็นออทิติก สมาธิสั้น 4 คน มีเงินมาช่วยเด็กๆเดือนละ 2,000 บาทและของผู้สูงอายุและคนพิการ ซึ่งครอบครัวยายปิ่นมีความลำบากสภาพบ้านชำรุด ห้องนำ้ทรุดโทรม มากทางเทศบาลจะได้เข้ามาดูแลและปรับปรุง ต่อเติมให้ดีขึ้น ทางด้านนายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลมาบแค จึงขอวอนสังคม อยากให้หน่วยงานภาครัฐ-ภาคเอกชน มีส่วนร่วมในการช่วยเหลือครอบครัวยายปิ่น คนสู้ชีวิต รับภาระหนักและสาหัสมากในชีวิตของผู้หญิงคนหนึ่งในวัย 66 ปี รับเลี้ยงดูหลาน 5 คนและน้องสาว น้องชาย เป็นคนพิการตาบอด-อัมพฤก จึงวอนสังคมท่านที่มีความประสงค์ ที่จะเข้ามาช่วยเหลือครอบครัวนี้มาติดต่อได้ที่เทศบาลตำบลมาบแค หรือกำนันตำบลมาบแค และผู้ใหญ่บ้าน ม.11 ตำบลมาบแค เพื่อให้ครอบครัวทั้ง 8 ชีวิตมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ตลอดจนเด็กๆและเยาวชนที่จะต้องเติบโตเป็นผู้ใหญ่ในวันข้างหน้า รอความเมตตาจากทุกท่าน เมื่อเขาโตขึ้นจะเป็นเด็กที่สมบูรณ์ ทางด้านของการศึกษา ทางด้านของสังคม ไปในอนาคตข้างหน้า


ทางด้านพัฒนาชุมชนเทศบาลตำบลมาบแค
นางสาวปวีณา ศรีงาม นักพัฒนาชุมชนชำนาญการ อยากขอความช่วยเหลือทางหน่วยงานราชการและภาคเอกชนต่างๆ ซึ่งครอบครัวนี้ยายปิ่นอายุก็มากแล้ว จะต้องมาดูแลรับผิดชอบหลานๆและน้องสาว น้องชายที่ป่วยพิการ ซึ่งเด็กๆเริ่มจะโตขึ้นถ้ายายปิ่นเกิดเป็นอะไรขึ้นมาทางเด็กๆและคนในครอบครัวจะทำอย่างไร จึงขอความช่วยเหลือและความเมตตาให้กับเด็กๆทั้ง 4 คนที่ป่วยออทิติก สมาธิสั้น 


ซึ่งผู้นำชุมชนในพื้นที่ตำบลมาบแคได้ลงมาดูช่วยเหลือเบื้องต้นทั้งเทศบาลตำบลมาบแค กำนันตำบลมาบแค ผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ ประธาน อพม.ตำบลมาบแคและปลัด อบต.มาบแค พัฒนาชุมชน ตำบลมาบแค ต่างเห็นความเป็นอยู่ของยายปิ่น การสู้ชีวิตของยายปิ่น ทำงานทุกอย่างเพื่อหารายได้ส่งเสียให้หลานทั้ง 4 คนเรียนหนังสือ น้องอีก 2 คนที่พิการ ต่างเห็นใจและสงสารยายปิ่น จึงวอนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าช่วยเหลือ และภาคเอกชน ขอความเมตตาแก่เด็กที่ป่วย ออทิติก  สมาธิสั้น ทั้ง 4 คน และน้องสาวตาบอด น้องชายป่วยอัมพฤก ให้มีชีวิตที่ดีขึ้นต่อไป หรือหมายเลขบัญชีธนาคารกรุงไทย. สาขานครปฐม นางสาว ปิ่น ซานโต เลขที่บัญชี 701-3- 45811-2 


ปนิทัศน์ มามีสุข น.ส.ปณิดา มามีสุข ผู้สื่อข่าวภูมิภาคสำนักข่าวทีนิวส์  จ.นครปฐม 


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน