ชุมชนคะฉิ่นในประเทศไทย ได้เดินทางมายื่นหนังสือต่อประธานคณะกรรมการกาชาดสากล





ที่สำนักงานกาชาดสากล สำนักงานเชียงใหม่ ถนนศิริมังคลาจารย์ ซอย11 เวลา10.00 น.วันนี้ ชุมชนคะฉิ่นในประเทศไทย ได้เดินทางมายื่นหนังสือต่อประธานคณะกรรมการกาชาดสากล วิงวอนให้ช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากการสู้รบ120,000 คนที่กำลังอดยาก และสิ้นหวังในชีวิต ตัวแทนจะยื่นหนังสือ พร้อมประกาศแถลงการณ์เรียกร้องให้สังคมโลก สนใจผู้ประสบภัยที่โลกลืมกลุ่มนี้ ภายในหนังสือได้ระบุว่าเสียงเรียกร้องที่ไม่มีใครเคยได้ยิน จากผู้ได้รับภัยจากการสู้รบในรัฐคะฉิ่น ประเทศเมียนมาร์ เป็นเวลาหลายสิบปีที่ชนกลุ่มน้อยในเมียนมาร์ รวมทั้งประชาชนคะฉิ่นที่อาศัยทางตอนเหนือของ ประเทศ ต้องทนทุกข์กับความขัดแย้งทางการเมืองและทหาร พวกเขาล้มตาย บาดเจ็บ ทุกข์ทรมาน ถูกละเมิด สิทธิ์ถูกละเมิดชีวิต ถูกปฏิบัติอย่างไร้ค่าในบ้านเกิดของพวกเขาเอง ชนกลุ่มน้อยบางส่วนสามารถหลบหนีภัยไปยังประเทศเพื่อนบ้าน หรือไปไกลยังประเทศที่สาม พวกเขา หลบหนีกระจายไปทั่วโลกหลายล้านคน โลกรู้จักพวกเขาดี ในนามโรฮิงยา กะเหรี่ยง ฉาน ตะอาง แต่คะฉิ่นซึ่งประสบชะตากรรมเลวร้ายไม่ต่างกัน กลับไม่สามารถหลบหนีไปที่ใดได้ พวกเขาล้มตายทน ทุกข์ทรมาน บ้านแตกสาแหรกขาด อย่างเงียบงัน ในพื้นที่ที่มีการสู้รบต่อเนื่อง ถูกล้อมกรอบอยู่เช่นนั้นเนิ่นนาน โลกภายนอกไม่สามารถเข้าถึง และการหลบหนีเป็นเรื่องเป็นไปไม่ได้ เมื่อพื้นที่ด้านหนึ่งถูกล้อมไว้ด้วยกองทัพ

 

 






 อีกด้านหนึ่งเป็นประเทศเพื่อนบ้านที่เข้มงวด ไม่อนุญาตให้พวกเขาได้หลบภัยใดๆ ปัจจุบันมีคนคะฉิ่นที่ได้รับผลกระทบจากการสู้รบอาศัยในค่ายผู้อพยพ ที่สร้างขึ้นตามมีตามเกิดใน พื้นที่ของพวกเขาเอง กว่า 120,000คน ครึ่งหนึ่งเป็นเด็ก สตรี และคนชรา เด็กที่อายุต่ำกว่า8ขวบ ล้วนเกิดในเตนท์พลาสติก เติบโตอย่างขาดแคลนในเตนท์พลาสติค และหากการสู้รบยังดำเนินต่อไป ที่สุดพวกเขาจะตายไป โดยที่ไม่รู้ว่า”บ้าน”เป็นอย่างไร รัฐคะฉิ่นมีค่ายผู้อพยพในพื้นที่ตนเองกว่า100 แห่ง มากที่สุดในบรรดารัฐชนกลุ่มน้อยทั้งหลาย พวกเขา ทั้งหมดไม่สามารถหลบหนีออกจากพื้นที่ได้โดยสิ้นเชิง พวกเขาจึงไม่มีสิทธิ์กระทั้งจะเป็นผู้อพยพ ไม่มีสิทธิ์ได้รับความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมเช่นเดียวกับผู้ อพยพจากภัยสงครามทั่วโลก มากไปกว่านั้น ความช่วยเหลือทางด้านมนุษยธรรม จากองค์กรระหว่างประเทศ ถูกกองทัพเมียนมาร์ ห้ามไม่ให้เข้าไปในพิ้นที่มาเป็นเวลา8ปีเต็ม ผู้ประสบภัยกว่า 120,000 คน จึงอยู่อย่างแร้นแค้นสาหัส ไร้ ความหวังว่าจะมีชีวิตที่ดีขึ้น การได้กินหมู1ชิ้นในหลายเดือน เป็นฝันที่เด็กคะฉิ่นยากจะเอื้อมถึง พวกเขามีคำถามต่อโลกว่า พวกเขาทำผิดอะไร จึงต้องประสบชะตากรรมเช่นนี้ เราขอวิงวอนต่อสังคมโลก ต่อเพื่อนร่วมโลก แต่มนุษย์ร่วมเผ่าพันธุ์เดียวกัน ให้ได้รับรู้ถึงความทุกข์ ทรมานของพวกเขา เราวิงวอนต่อองค์กรมนุษยธรรมระหว่างประเทศ ทั้งองค์การสหประชาชาติ ข้าหลวงใหญ่เพื่อสิทธิ มนุษยชนแห่งองค์การสหประชาชาติ คณะกรรมการกาชาดระหว่างประเทศ ให้ช่วยเหลือพวกเขาอย่างเร่งด่วน ก่อนที่ภัยจากการสู้รบจะเข่นฆ่าพวกเขาให้ตายลงอย่างช้าๆ และเงียบงัน.

 

 

ฟงหวิน ศักดิ์อัศวิน ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จังหวัดเชียงใหม่ 

 



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน