ศาลสั่งจำคุกเปรมชัย 1 ปีไม่รอลงอาญา





เวลา 08.00 น.วันที่ 11 มิ.ย.62 ที่บริเวณหน้าศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 7 อาคารศาลจังหวัดสมุทรสงคราม มีผู้สื่อข่าวหลายสำนักมาปักหลักติดตามรายงานคำตัดสินคดีร่วมกันขอให้หรือรับว่าจะให้ทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดแก่เจ้าพนักงานเพื่อจูงใจให้กระทำการใดไม่กระทำการใดหรือประวิงการกระทำอันมิชอบด้วยหน้าที่  หรือ ร่วมกันให้สินบนเจ้าพนักงาน เจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร ชุดจับกุมคดีเสือดำ โดยทนายแต่งตั้งคือนายวิทูล ยิ้มพลาย และนายกิจจา อาลีอิสเฮาะ  เดินทางมาก่อน จากนั้นเวลา 8.50 น. นายเปรมชัย กรรณสูต กรรมการผู้จัดการ บริษัทอิตาเลี่ยนไทย ดิวาลอปเมนต์ จำเลยที่ 1  และนายยงค์ โดดเครือ คนขับรถของนายเปรมชัย จำเลยที่ 2  นั่งรถยนต์แลนโรเวอร์ป้ายแดง ทะเบียน  ฬ 1009 กรุงเทพมหานคร  มาหน้าศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 7 และก้าวลงจากรถใช้ไม้เท้าเดินขึ้นศาลโดยไม่ให้สัมภาษณ์แต่อย่างใด โดยเข้าฟังคำพิพากษาในห้องพิจารณา 1 

            เวลา 10.00 น.นายทะนง  ตะภา อัยการผู้เชี่ยวชาญ สำนักงานคดีปราบปรามการทุจริตภาค 7  เจ้าของสำนวนคดีติดสินบน โดยมีนายเปรมชัย กรรณสูต กรรมการผู้จัดการบริษัทอิตาเลี่ยนไทย ดิวาลอปเมนต์ จำเลยที่ 1 และนายยงค์ โดดเครือ คนขับรถของนายเปรมชัย จำเลยที่ 2 ได้เดินลงจากศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 7 พร้อมให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนว่าศาลวินิจฉัยตามข้อเท็จจริงทั้งหมดโดยใช้เวลากว่า 1 ชั่วโมง ในการอ่านคำพิพากษา โดยมีคำพิพากษาว่านายเปรมชัย จำเลยที่ 1 มีความผิดตามคำฟ้องโจทย์ ให้ลงโทษจำคุก 1 ปีโดยไม่รอลงอาญา และนับโทษต่อจากศาลจังหวัดทองผาภูมิ ส่วนนายยง โดดเครือ คนขับรถของนายเปรมชัย จำเลยที่ 2 ศาลฟังว่าไม่ได้เกี่ยวข้องกับการกระทำผิดของจำเลยที่ 1 แต่ว่าจำเลยที่ 2 ไปพูดคุยกับเจ้าหน้าที่เป็นการพูดคุยโดยทั่วไป จำเลยที่ 2 จึงไม่มีความผิดยกฟ้องนายยงค์ โดดเครือ ซึ่งคาดว่าจะมีการประกันตัวและอุทธรณ์ ซึ่งต้องถามความเห็นของฝ่ายจำเลย ในส่วนจำเลยที่ 1 เป็นที่น่าพอใจ แต่จำเลยที่ 2 นั้นคงต้องหารือกันอีกครั้ง ว่าจะมีการอุทธรณ์คำพิพากษาหรือไม่

 

 

 

สมุทรสงคราม ศาลสั่งจำคุกเปรมชัย 1 ปีไม่รอลงอาญา





เวลา 11.00 น.นายเปรมชัย พร้อมทนายความเดินลงจากศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 7 โดยศาลให้ประกันตัวในวงเงิน 200,000 บาท โดยมีเงื่อนไขห้ามออกนอกประเทศ  นายเปรมชัยให้สัมภาษณ์ว่าคำพิพากษาท่านก็ตัดสินไปแล้ว ตนเตรียมยื่นอุทธรณ์ตามสิทธิ์  ตอนนี้ตนยังไม่พูดอะไรขอไห้เข้าใจสถานการณ์ดีกว่านี้  คิดก่อนว่าจะพูดอะไร ขอให้เข้าใจสถานการณ์ดีกว่านี้ อย่างไรก็ตามขณะที่นายเปรมชัยเดินบอกเจ็บขา และเดินรองเท้าหลุด ท่ามกลางกองทัพนักข่าวที่ไปรอรายงานข่าวเป็นจำนวนมาก

            โจทก์ฟ้องและขอแก้ไขฟ้อง ขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสอง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 144, 83 ให้นับโทษของจำเลยที่ 1 ต่อจากโทษจำคุกในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ อ.63/2562 ของศาลจังหวัดทองผาภูมิ และโทษจำคุกในคดีอาญาหมายเลขดำที่ อ.1143/2561 กับ อ.1144/2561 ของศาลอาญา และนับโทษจำคุกของจำเลยที่ 2 ต่อจากโทษจำคุกในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ อ.63/2562 ของศาลจังหวัดทองผาภูมิ           

 

 

สมุทรสงคราม ศาลสั่งจำคุกเปรมชัย 1 ปีไม่รอลงอาญา




จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ

            ศาลพิเคราะห์แล้ว สำหรับจำเลยที่ 1 โจทก์มีนายวิเชียร ชิณวงษ์ หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก เป็นประจักษ์พยานเบิกความยืนยันข้อความที่จำเลยที่ 1 พูดต่อนายวิเชียรว่า “จะให้นายนภดล พฤกษะวัน มาเคลียร์ มีหนทางช่วยเหลือกันได้ไหม มีเงื่อนไขอะไรไหม ถ้าปล่อยพวกผมอยากได้อะไร ผมก็จะหามาให้” โดยมีพยานโจทก์ปากอื่นเบิกความสนับสนุนว่าจำเลยที่ 1 พูดข้อความดังกล่าวต่อนายวิเชียร เมื่อพิเคราะห์ถึงพฤติการณ์ที่จำเลยที่ 1 พูดต่อนายวิเชียรภายหลังที่ถูกจับขณะที่มีการสอบถามข้อเท็จจริงภายในอาคารนิทรรศการและศูนย์บริการของสำนักงานเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก ที่ควบคุมตัวจำเลยที่ 1 กับพวกแล้ว เห็นว่า เป็นสถานที่ไม่กว้างไม่มีเสียงแวดล้อมอื่นใดรบกวน การพูดในขณะที่ถูกควบคุมตัวอยู่นั้น จำเลยที่ 1 และนายวิเชียร กับพยานโจทก์ ย่อมอยู่ใกล้กันมีโอกาสได้ยินข้อความที่พูด ทั้งข้อความดังกล่าวเป็นข้อความที่สั้นๆไม่ยืดยาว ย่อมอยู่ในวิสัยที่น่าจะจะจดจำได้ ประกอบกับพฤติการณ์จำเลยที่ 1 พูดหลังจากที่ตนเองโดนจับ แม้ข้อความจะไม่ได้ระบุว่าจะให้อะไรโดยตรงก็ตาม แต่ก็น่าจะสื่อได้ว่าจำเลยที่ 1 ต้องให้ทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดเป็นการตอบแทนเพื่อให้ปล่อยตัวจำเลยที่ 1 ไป การกระทำของจำ-เลยที่ 1 นั้น มีลักษณะเป็นการ ขอให้ หรือรับว่าจะให้ทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใด แก่เจ้าพนักงาน เพราะจูงใจให้กระทำการ ไม่กระทำการ อันมิชอบด้วยอันเป็นความผิดฐานให้สินบนแก่เจ้าพนักงาน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 144 ตามฟ้องโจทก์

            ส่วนจำเลยที่ 2 ได้พูดคุยกับพยานโจทก์ 2 คน คือนายจิตติ สวัสดิ์สาย นายศุภกิต พรหมมี เป็นการสนทนาพูดคุยในระหว่างกันเองโดยลำพังเท่านั้น ไม่ปรากฏว่าจำเลยที่ 1 ร่วมรู้เห็นด้วยแต่ประการใด จึงฟังไม่ได้ว่าจำเลยที่ 2 ร่วมกับจำเลยที่ 1 ขอให้ หรือรับว่าจะให้ทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดแก่เจ้าพนักงาน เพื่อจูงใจให้กระทำการ ไม่กระทำการ อันมิชอบด้วยหน้าที่ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 144 จำเลยที่ 2 จึงไม่มีความผิดตามฟ้องโจทก์

            พิพากษาว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 144 จำคุก 1 ปี ให้นับโทษจำเลยที่ 1 ต่อจากโทษจำคุกในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ อ.63/2562 ของศาลจังหวัดทองผาภูมิ ส่วนที่โจทก์ขอให้นับโทษจำเลยที่ 1 ต่อจากโทษในคดีอาญาหมายเลขดำที่ อ.1143/2561 และ อ.1144/2561 ของศาลอาญานั้น เนื่องจากคดีทั้งสองดังกล่าวศาลยังมิได้พิพากษา จึงไม่อาจนับโทษต่อไปได้ ให้ยกคำขอในส่วนนี้ ให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 2

 

 

 

นพพร บุญทนาวงศ์ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.สมุทรสงคราม


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน