จับแล้ว! โจรน้ำอัดลม หลังทำทีเข้าไปซื้อน้ำอัดลมในร้านสะดวกซื้อ แล้วก่อเหตุใช้มีดชิงเงินสด-โทรศัพท์มือถือในร้าน อุกอาจคืนเดียวก่อเหตุ 2 แห่ง




วันนี้(11 มิ.ย.62)   ตำรวจ สภ.ห้วยงู จ.ชัยนาท  จับกุมตัว นายสมพร หรือ ต่าย น้ำจันทร์ อายุ 29 ปี ชาวจังหวัดชัยนาท  ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดชัยนาท หลังก่อเหตุชิงทรัพย์ร้านสะดวกซื้อ(เซเว่นฯ)  ในพื้นที่ ต.สามง่ามท่าโบสถ์ อ.หันคา จ.ชัยนาท และพื้นที่ อ เดิมบางนางบวช จ.สุพรรณบุรี    เมื่อกลางดึกคืนวันที่ 1  มิ.ย.62 ที่ผ่านมา  โดยได้ทรัพย์สินทั้งเงินสดและโทรศัพท์มือถือไปหลายรายการ    เบื้องต้น ผู้ต้องหา ให้การรับสารภาพว่าก่อเหตุจริง  เพื่อหวังนำเงินไปใช้จ่าย เพราะไม่มีงานทำ 

หลังผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ   พ.ต.อ.สุกิจ อรุณฤกษ์ถวิล รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชัยนาท  พร้อมด้วยน พ.ต.ท.ณรงค์ ซิ้มสวัสดิ์ สารวัตรใหญ่ สภ.ห้วยงู  ได้นำตัวผู้ต้องหาไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ที่ร้านสะดวกซื้อ บริเวณริมถนนยุทธศาสตร์ ม.7  ต.สามง่ามท่าโบสถ์  อ.หันคา  จ.ชัยนาท   เริ่มจากจุดที่ผู้ต้องหา ขับรถจักรยานยนต์ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ไปจอดบริเวณหน้าร้าน  แล้วทำทีพูดคุยโทรศัพท์ จากนั้นได้เดินเข้าไปในร้าน แล้วไปหยิบน้ำอัดลมมา 1 ขวด  ก่อนที่จะเดินไปจ่ายเงินที่เคาเตอร์  เมื่อพนักงานกดเปิดลิ้นชักเก็บเงิน  ผู้ต้องหาได้ชักมัดปลายแหลมขึ้นมาขู่พนักงาน แล้วหยิบเงินในลิ้นชักเก็บเงินไป  3,794  บาท แล้วบังคับให้พนักงานหยิบโทรศัพท์มือถือที่จำหน่ายในร้าน จำนวน 3 เครื่อง รวมเป็นเงิน 15,488 บาท  มาให้  จากนั้นได้เดินออกไปจากร้าน นำทรัพย์สินที่ได้ ไปใส่ไว้ใต้เบาะรถจักรยานยนต์ แล้วได้ขับรถหนีไป


หลังเกิดเหตุ ตำรวจได้ตรวจสอบกล้องวงจรปิด และติดตามสัญญาณโทรศัพท์มือถือที่คนร้ายชิงทรัพย์ไป  ซึ่งพบว่ามีสัญญาณโทรศัพท์มือถือเปิดใช้งาน อยู่ที่บ้านหลังหนึ่งใน อ.เนินขาม จ.ชัยนาท  จึงตามไปตรวจสอบ  ทำให้พบหลักฐาน ทั้งเสื้อผ้าและหมวกไหมพรม ที่คนร้ายใช้ก่อเหตุ   แต่ไม่พบตัวนายสมพร    ต่อมาสืบทราบว่า นายสมพร ได้หนีไปที่ อ.บ้านไร่ จ.อุทัยธานี  จึงติดตามไปจับกุมตัวมาดำเนินคดี  

ทั้งนี้ ในคืนวันเกิดเหตุ ผู้ต้องหาได้เข้าไปก่อเหตุชิงทรัพย์ในร้านสะดวกซื้อที่ อ.เดิมบางนางบวช จ.สุพรรณบุรี  แล้วมาก่อเหตุชิงทรัพย์ร้านสะดวกซื้อที่ ต.สามง่ามท่าโบสถ์ อ.หันคา จ.ชัยนาท ต่อ ซึ่งถือว่าเป็นพฤติกรรมที่อุกอาจมาก คืนเดียวก่อเหตุชิงทรัพย์ถึง 2 แห่ง ในพื้นที่  2 จังหวัด และยังพบว่าผู้ต้องหามีประวัติต้องคดีเกี่ยวกับยาเสพติด   ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจ จะได้นำตัวผู้ต้องหาไปดำเนินคดีตามกฎหมายทั้ง 2 พื้นที่  โดยแจ้งข้อหา  “ชิงทรัพย์ในเวลากลางคืน ทำด้วยประการอื่นใด เพื่อไม่ให้เห็นหน้าหรือจำหน้าได้โดยมีอาวุธ โดยใช้ยานพาหนะเพื่อกระทำผิดหรือพาทรัพย์นั้นไป หรือเพื่อให้พ้นจากจับกุม และพาอาวุธไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร หรือรับของโจร”

ข่าว/ภาพ  ชฎารัฐ จันทร์พาหิรกิจ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.ชัยนาท


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน