ปะทะเดือด ชุดSmart Patrol ขสป.ห้วยศาลา ปะทะกองกำลังขบวนการตัดไม้ กลางป่าชายแดนไทย-เขมร





วันที่ 12 มิ.ย.2562 นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร ผอ.สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ ที่ 9/ที่ปรึกษาหน่วยฉก.พญาเสือ เปิดเผยว่า ตามนโยบายและข้อสั่งการ นายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้เปิด ” ยุทธการลับคมขวาน ” โดยมุ่งมั่นปกป้องทรัพยากรป่าไม้ สัตว์ป่า อย่างเข้มแข็งและเฉียบขาด โดยเฉพาะพื้นที่รอยต่อประเทศเพื่อนบ้าน ที่พบมีการบุกรุก ตัดโค่นไม้หวงห้าม รวมถึงล่าสัตว์ป่า โดยให้หยุดยั้งให้จงได้ แต่ต้องไม่มีการสูญเสีย

                         

ทั้งนี้นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร ผอ.สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ ที่ 9/ที่ปรึกษาหน่วยฉก.พญาเสือ ได้สั่งการให้นายสาธิต พันธุมาศ หน.ขสป. ห้วยศาลา ดำเนินการปฏิบัติภารกิจ ยุทธการลับคมขวาน ตามแนวชายแดนที่ยังลาดตระเวนไม่ทั่วถึง โดยนำกำลังลาดตระเวน Smart Patrol จำนวน17นาย ออกเดินเท้ามุ่งหน้าไปยังบริเวณป่าพลาญจาก พื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยศาลา ซึ่งห่างจากเขตแดนประเทศกับพูชาเพียง 500 เมตร

                          

เมื่อกำลังเจ้าหน้าที่เดินลาดตระเวน ไปถึงบริเวณใกล้ห้วยน้ำกลางป่าพลาญจาก ห่างชายแดนกัมพูชาเพียงครึ่งกิโลเมตร  พบมีการตัดเส้นทางชักลากไม้จากบนเขา ลงไปยังพื้นที่ราบ เชื่อว่าไม้เมื่อถูกโค่นและแปรรูปเสร็จแล้ว จะขนลงไปตาม เส้นทาง เข้าไปยังประเทศเพื่อนบ้าน และพิกัดที่ UTM 48 P 415752 E 1589206 N เจ้าหน้าที่ได้ยินเสียงเลื่อยโซ่ยนต์ 2 เครื่อง ดังสะท้านป่า จึงกระจายกำลังเข้าโอบล้อม พบกลุ่มขบวนการตัดไม้เป็นชายชาวกัมพูชา จำนวน 5 นาย มี2นายแต่งกายชุดทหารประเทศเพื่อนบ้าน ยืนถืออาวุธปืนอาก้า AK47 และอาวุธปืนอาก้าติดM79 ส่วนชายอีก3คน สวมเสื้อสีขาว2คนและสีน้ำเงิน1คน กำลังใช้เลื่อยโซ่ยนต์แปรรูปไม้

                         

ขณะเดียวกันกองกำลังคุ้มกันติดอาวุธ เห็นเจ้าหน้าที่ก่อน จึงระดมยิงอาวุธปืนสงครามใส่เจ้าหน้าที่ เจ้าหน้าที่จึงยิงโต้ตอบ  จากนั้นฝ่ายกองกำลังประเทศเพื่อนบ้าน ได้ยิงเอ็ม.79 ใส่เจ้าหน้าที่2นัด โดยกระสุนนัดแรกตกห่างเจ้าหน้าที่เพียง 5 เมตร แต่ไม่เกิดระเบิด ส่วนนัดที่2ตกห่าง15เมตร แต่กระสุนก็ไม่ทำงาน  ทั้ง2ฝ่ายยิงปะทะกันนานราว 20 นาที กลุ่มขบวนการตัดไม้ พร้อมกองกำลังคุ้มกันได้ล่าถอยหนีเข้าเขตพื้นที่ประเทศกัมพูชา เมื่อเสียงปืนสงบราว10 นาที กำลังเจ้าหน้าที่จึงเข้าเคลียร์ ตรวจสอบพื้นที่ พร้อมวิทยุขอกำลังเสริมเพื่อเข้าควบคุมพื้นที่เกิดเหตุ

                          

                         

                         

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

             






จนท.ได้เข้าตรวจสอบพื้นที่ พบเลื่อยโซ่ยนต์ จำนวน 3 เครื่อง จึงทำการตรวจยึดพร้อมเร่งเดินทาง ออกจากที่เกิดเหตุโดยเร็ว โดยยังไม่สามารถทำการตรวจสอบจำนวนไม้ตะเคียนทอง ที่ถูกลักลอบตัดโค่นแปรรูปได้ ในขณะนำเลื่อยโซ่ยนต์ของกลางออกจากที่เกิดเหตุ จนท.ได้ยินเสียงรถยนต์และรถจักรยานยนต์ วิ่งเข้ามายังจุดเกิดเหตุ ซึ่ง จนท.จึงซุ่มดูพบว่าเป็นการเติมเพิ่มกำลัง ของกลุ่มขบวนการตัดไม้ จนท.หน่วย SMART Patrol จึงต้องเร่งถอนกำลังออกจากพื้นที่ เพื่อป้องกันการปะทะและป้องกันการสูญเสีย ไปยังพื้นที่ปลอดภัย ที่บริเวณป่าพลาญพังคื ซึ่งมีระยะทางห่างป่าพลาญจาก ราว 3 กม.

                           

หลังเจ้าหน้าที่พักผ่อนบริเวณป่าพลาญพังคื ได้วิทยุแจ้งเหตุรายงานผู้บังคับบัญชา และเดินทางนำของกลาง เลื่อยโซ่ยนต์ จำนวน 3 เครื่อง กลับถึง สนง.ขสป.ห้วยศาลา โดยนายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร ผอ สำนักฯ ได้เดินทางเข้าไปยังหน่วย ขสป.ห้วยศาลา เพื่อให้กำลังใจ จนท.พร้อมทั้งจัดทำบันทึกเหตุการณ์ รวมถึงของกลางเป็นเครื่องเลื่อยโซ่ยนต์ และสอบถามในรายละเอียดกับจนท. เพื่อในการวางแผนการทำงาน ให้เกิดความปลอดภัย แก่จนท.ทุกนายต่อไป

                           





หลังนายชัยวัฒน์ ประชุมวางแผนแนวทางในการปฏิบัติภารกิจเสร็จ ได้เปิดเผยอีกว่า ในภาพแผนที่จะแสดงพิกัด จุดเกิดเหตุปะทะ เป็นจุดเดียวกันกับที่ไม้ถูกโค่น จะเห็นได้ว่าจุดป่าพลาญจาก จะห่างจากชายแดน เพียง 500 เมตร และแนวเส้นสีดำคือแนวเขตประเทศ ด้านบนคือ ขสป.ห้วยศาลา ส่วนด้านล่างเป็นพื้นที่ประเทศกัมพูชา เมื่อมองตามไปตามลูกศร สีแดงตรงแนวชายแดน จะเห็นได้ชัดว่า มีฐานทหารกัมพูชา ตั้งอยู่ 2 ฐาน พื้นที่ลานกินกว้างไม่มีต้นไม้ นั้นคือ พลาญจาก ซึ่งเป็นหิน

                         

สำหรับไม้ตะเคียนทองที่ถูกลักลอบแปรรูปเชื่อว่า น่าจะมี Order ให้ทำไม้ เนื่องจากขณะนี้ ชายแดน ไทย-กัมพูชา มีการลักลอบทำไม้ตะเคียนทอง เพื่อการก่อสร้างในฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน และมีการสร้างบ่อนคาสิโน รวมทั้งมีการขยายเมืองมากขึ้นด้วย โดยขนาดของไม้นั้นมีหลายขนาด ซึ่งเป็นไปตามใบสั่ง เมื่อจนท.เข้าตรวจสอบ พบไม้ที่ถูกแปรรูปแล้ว กองกระจัดกระจายจำนวนมาก และ ยังพบถูกโค่นล้มไว้อีกด้วย ซึ่งขณะที่ตรวจสอบ ได้ยินเสียง คนที่มีมากกว่า 5 คนที่เห็น ซึ่งเมื่อเห็นไม้ที่ถูกแปรรูปแล้วนั้น ต้องมีคนจำนวนมาก การถอนกำลังของหน่วย SMART Patrol ถือว่าทำถูกต้องและ ลดความเสี่ยงได้ดีที่สุด เพราะ จนท ทุกนาย มีครอบครัวเช่นกัน

                        

                         

                                    วุฒิเดช ก้อนทองคำ / ธวัชชัย สุขุม / กีรติ ก้อนทองคำ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์จ.กาญจนบุรี


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน