ครูอร เปิดใจถูกต่อว่า หลังเปิดโปงขบวนการ บัตรพลังงาน





     วันที่ 14 มิ.ย.62 นางสาวบังอร ตุ่นเฮ้า หรือ "ครูอร" อายุ 30 ปี อดีตครูโรงเรียนเอกชนแห่งหนึ่งในกรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นหลานสาวของนางทองศรี วงษ์ไชยเวทศ์ อายุ 66 ปี หนึ่งในผู้ที่ถูกหลอกให้ซื้อบัตรพลังงาน ที่ตัวแทนจำหน่ายอ้างว่าสามารถนำไปแตะตามร่างกายรักษาโรคต่างๆได้ เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า หลังจากที่ตนทราบเรื่องนี้จากทองศรี ผู้เป็นป้า แล้วส่งข้อมูลให้กับผู้สื่อข่าวให้ช่วยตรวจสอบ จนนำมาสู่การตรวจพิสูจน์จากหน่วยงานต่างๆ นั้น ตนเองและครอบครัว ได้ถูกตัวแทนจำหน่ายบัตรพลังงานต่อว่า ว่าเข้าไปยุ่งเรื่องของชาวบ้าน

 

 






    ครูอร กล่าวว่า วันแรกที่มีข่าวออกไป ตนเองก็ได้ไปพูดคุยกับตัวแทนที่มาขายบัตรให้ป้าของตนเอง โดยอธิบายว่าสิ่งที่ตนได้ออกมาพูดไม่ได้มีเจตนาที่จะให้ตัวแทนจำหน่ายถูกจับกลุ่มดำเนินคดี เพียงแค่ต้องการพิสูจน์ว่าบัตรดังกล่าว สามารถใช้รักษาโรคได้จริงหรือไม่ เพราะจากคำบอกเล่าของยายที่เป็นคนใช้ ตนได้ฟังแล้วก็เป็นเรื่องเหลือเชื่อ จึงต้องการไปอธิบายให้ตัวแทนจำหน่ายเข้าใจ แต่สิ่งที่ได้ตอบรับกลับมา กลับถูกมองว่า พาผู้สื่อข่าวมาหลอกซื้อบัตรกับตัวแทนจำหน่าย ซึ่งตนก็บอกกลับไปว่าถ้าสามารถพิสูจน์ได้ว่าบัตรรักษาได้จริงก็เป็นเรื่องที่ดี จะได้บอกบุญต่อ แต่ถ้าไม่ดีก็จะให้ป้าของตนเองและคนที่ใช้อยู่หยุดใช้ ซึ่งตัวแทนจำหน่ายยังยืนยันว่าเป็นบัตรที่ดีและสามารถใช้รักษาโรคได้จริง อีกทั้งยังผ่านพิธีการปลุกเสกที่วัดคำชะโนดจังหวัดอุดรธานี

 

 





นอกจากการถูกตำหนิโดยตรงแล้ว ยังลามไปถึงลุงของตนเอง ที่ทำอาชีพขับรถขายของเร่ในหมู่บ้าน ก็ถูกตำหนิว่า ลูกเข้าไปวุ่นวายเรื่องของชาวบ้าน เป็นครูสอนหนังสืออยู่กรุงเทพดีๆ ทำไมต้องมายุ่งกับเรื่องบัตรพลังงาน และพูดแรงถึงขั้นหาว่าเข้าไปเสือกเรื่องคนอื่น ซึ่งในความเป็นจริงแล้วตนเพียงต้องการเตือน และช่วยป้าของตนเองไม่ให้ตกเป็นเหยื่อ ซึ่งตอนแรกตนคิดว่ามีแค่ป้าที่ซื้อมาใช้ แต่กลับพบว่า มีชาวบ้านอีกไม่ต่ำกว่า 20 คน ได้ซื้อบัตรนี้มาใช้เช่นกัน ซึ่งราคาบัตรที่แต่ละคนซื้อมาก็ไม่ต่ำกว่า 1,000 บาท ซึ่งนับว่าเป็นเงินจำนวนมากสำหรับชาวบ้านที่หาเช้ากินค่ำซึ่ง แต่ในท้ายที่สุดแล้วเรื่องนี้ก็ปรากฏชัดแล้วว่า บัตรพลังงานที่ชาวบ้านซื้อมาใช้ไม่สามารถรักษาโรคได้จริง อย่างไรก็ตาม ตนอยากให้คนในสังคมอย่ามองว่าผู้สูงอายุที่ซื้อบัตรมาใช้เป็นคนโง่ และไม่มีลูกหลานคอยดูแล แต่อยากให้มองว่าชาวบ้านไม่รู้ทันเล่ห์เหลี่ยมของผู้ไม่หวังดี ซึ่งป้าของตนเองยังโชคดีที่นำเรื่องนี้มาปรึกษาตนเอง จนนำไปสู่การตรวจพิสูจน์จากหน่วยงานราชการ อีกทั้งอยากให้ลูกหลานที่มีคุณตาคุณยายช่วยกันสอบถามครอบครัว หนือ คุณตาคุณยายของตนเองว่าซื้อบัตรนี้มาใช้หรือไม่ เพราะเท่าที่ทราบมีหลายคนที่ซื้อมาใช้ โดยไม่บอกกับลูกหลานซึ่งอาจจะทำให้ได้รับผลกระทบได้

 

นิติกรณ์ ฝางมาลา ผู้สื่อข่าวภูมิภาคทีนิวส์จังหวัดขอนแก่น


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน









ข่าวที่เกี่ยวข้อง