ตำรวจสกัดจับแก๊งขโมยกะหล่ำปีในไร่ส่งขายเพื่อนร่วมทีม





ตำรวจสกัดจับแก๊งขโมยกะหล่ำปีในไร่ส่งขายเพื่อนร่วมทีม

                                เมื่อเวลา 14.00 น.ของวันที่ 24 มิถุนายน 2562 ร.ต.อ.ประกาย  บุญเทียม ร้อยเวรสอบสวน สภ.แม่ลาน้อย แม่ฮ่องสอน ได้รับแจ้งจากนาย เปา  หวานซึ้ง อายุ 40 ปี อยู่บ้านเลขที่ 19 หมู่ที่ 4 บ้านนาป่าแปก ตำบลหมอกจ่ำแป่  อ.เมือง แม่ฮ่องสอน ว่าขอให้ไปจับกุมตัวนายสมชาติ  กมลดีเลิศ และนายปฏิพัฒน์  ศรีคุ้มเกล้า ซึ่งทั้งสองได้ทำการขโมยกะหล่ำปีของตนเองที่ได้ซื้อไว้ในไร่ที่หมู่บ้านปางตองใต้ตำบลแม่อูคอ อำเภอขุนยวม ในราคา 520,000 บาท ขณะนี้กำลังขนถ่ายกะหล่ำกันอยู่ที่ โกดังรับซื้อกะหล่ำปีที่บ้านทุ่งรวงทอง  เมื่อรับแจ้งได้เดินทางไปยังโกดัง ดังกล่าว เมื่อไปถึงก็พบชายทั้งสองพร้อมรถกระบะบรรทุกกะหล่ำปีจำนวน 2 คัน ยี่ห้อ โตโยต้า ไฮลัก สีดำ หมายเลขทะเบียน ยก – 4829 เชียงใหม่  และยี่ห้อ อีซูซุ ดีแม๊ก สีขาว หมายเลขทะเบียน บง – 1384 แม่ฮ่องสอน  กำลังขนถ่ายกะหล่ำปีใส่รถกระบะบรรทุกอีกคัน ยี่ห้อ โตโยตาวีโก้ สีขาว หมายเลขทะเบียน ผบ – 5557 เชียงใหม่ ซึ่งเป็นของนายสะโย  หยกแสงดาว เจ้าของโกดัง และนายรณชัย  คำป้อ ผู้ร่วมอยู่ในเหตุการณ์ ซึ่งเป็นนายหน้ารับติดต่อประสานในการซื้อขายในครั้งนี้ทั้งสองเป็นราษฎรบ้านดง  ตำบลห้วยฮ้อม  อำเภอแม่ลาน้อย จังหวัดแม่ฮ่องสอน  จึงได้ทำการบันทึกจับกุมตัวบุคคลทั้ง 4 พร้อมรถกระบะบรรทุกกะหล่ำปี จำนวน 3 คัน น้ำหนักประมาณ 5,000 กก.ส่งมอบแก่ ร.ต.อ.ปราณ  ขาสัก ร้อยเวรสอบสวน สภ.ขุนยวม เพื่อทำการสอบสวนดำเนินคดีในข้อหาลักทรัพย์ซึ่งเป็นพืชผลทางการเกษตรของผู้อื่นที่ไม่ใช่ของตนเอง เนื่องจากเหตุเกิดขึ้นในท้องที่อำเภอขุนยวม ต่อมา พ.ต.อ.สันติ  สุภา ผกก.สภ.ขุนยวม ได้สั่งการให้ชุดสืบสวน เดินทางไปรับตัวผู้ต้องหาทั้งหมดพร้อมของกลางมาดำเนินคดีเพื่อไม่ให้เป็นเยื่องอย่างต่อไปสำหรับคดีนี้เป็นคดีแรกที่เกิดขึ้นและเป็นคดีที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน แหล่งข่าวจากวงการตำรวจพูดว่าต้องดำเนินคดีแบบถอนรากถอนโคนการขโมยพืชผลทางการเกษตรนับว่าเป็นภัยต่อสังคมอย่างมากไม่เกรงกลัวกฎหมายบ้านเมือง

ภัยสังคม





                ต่อมาเวลา 11.00 น.ของวันที่ 25 มิถุนายน 2562 พ.ต.อ.สันติ  สุภา ผกก. ได้นำตัวผู้ต้องหาไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพภายในไร่กะหล่ำปี ซึ่งอยู่ติดกับหมู่บ้านปางตองใต้ประมาณ 100 เมตร ในขณะทำแผนไม่มีเหตุการณ์ใดๆเกิดขึ้นเป็นไปด้วยความเรียบร้อย   ทางด้านนายเปา  หวานซึ้ง เจ้าของกะหล่ำเปิดเผยว่าได้ทำการซื้อขายกันมานานแล้วกว่า 1 เดือนในราคา 520,000 บาท และได้ทำการตัดนำไปขายแล้วจำนวน 6 คันรถ คาดว่ากำลังจะมาตัดแต่ถูกพวกนี้ขโมยตัดก่อนและนำไปขายต่อที่บ้านทุ่งรวงทอง อ.แม่ลาน้อย ตนได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่าคนทั้งสองได้มาขโมยตัดกะหล่ำของตนเพื่อจะนำไปขายที่แม่ลาน้อยตนจึงได้ติดตามไปจนพบและแจ้งตำรวจที่แม่ลาน้อยช่วยจับกุมตัวในส่วนของกลางซึ่งเป็นผักสดทางเจ้าหน้าที่ได้มอบให้แก่นายเปา  หวานซึ้ง ซึ่งเป็นเจ้าของถ้าเก็บไว้ในรถเกรงว่าจะเน่าเสีย

                เกียรติศักดิ์  รักสัตย์ / ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าว ทีนิวส์แม่ฮ่องสอน

 

ปราบให้สิ้นซากพวกภัยสังคม


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน