ฝ่ายปกครองอำเภอสะเดา รวบแรงงานเถื่อนชาวพม่าจำนวน 32 คน บริเวณป่า ริมรั้วชายแดนไทย – มาเลเซีย อ.สะเดา จ.สงขลา พบต้องจ่ายค่าหัวคนละ 25,000 บาท




4 ก.ค. 62 นายชวกิจจ์ สุวรรณคีรี นายอำเภอสะเดา แถลงข่าวการจับกุมแรงงานเถื่อนชาวพม่า ซึ่งนายสุบัญฑิตย์ ไชยแก้ว ปลัดอำเภอสะเดา พร้อมด้วยกำลังชุดปฎิบัติการการข่าว สมาชิกกองอาสารักษาดินแดน อำเภอสะเดาที่ 3 ออกลาดตระเวนในพื้นที่เป้าหมาย และสามารถควบคุมตัวแรงงานเถื่อนชาวพม่า ได้ทั้งหมด 32 คน เป็นผู้ชาย 30 คน ผู้หญิง 2 คน ขณะซ่อนตัวในป่าริมรั้วชายแดนไทย – มาเลเซีย พื้นที่ ม.7 ต.สำนักขาม อ.สะเดา จ.สงขลา เมื่อกลางดึกคืนที่ผ่านมา

นายอชิต อายุ 29 ปี หนึ่งในแรงงานเถื่อนชาวพม่า บอกว่าพวกตนได้เดินทางมาจากประเทศพม่า ผ่านทาง จ.ระนอง และเข้ามาหลบซ่อนตัวอยู่ในประเทศไทย เป็นเวลา 12 วันแล้ว ล่าสุดได้ถูกนำตัวออกจากที่หลบซ่อน แล้วเดินทางโดยรถยนต์ประมาณ 2 ชั่วโมง ก็ถึงจุดหมายที่ชายแดนไทย- มาเลเซีย ก่อนจะถูกเจ้าหน้าที่รวบตัวได้ สำหรับการเดินทางในครั้งนี้มีจุดประสงค์เพื่อจะเข้าไปทำงานเกี่ยวข้าว ในประเทศมาเลเซีย ซึ่งมีค่าใช้จ่ายหัวละ 25,000 บาท

นายอำเภอสะเดา บอกว่าจะส่งแรงงานเหล่านี้ไปส่งให้กับ พนักงานสอบสวน สภ.สะเดา เพื่อดำเนินการ ว่าจะเกี่ยวข้องหรือเข้าข่ายการค้ามนุษย์หรือไม่ ส่วนทางฝ่ายปกครองอำเภอสะเดา เราได้ทำงานร่วมกับฝ่ายทหาร และตำรวจ ในการตรวจตราตามแนวพื้นที่ชายแดน  ซึ่งมีร่องรอยการตัดทำลายรั้วลวดหนาม และช่องทางธรรมชาติ บริเวณพื้นที่ ต.สำนักขาม 6 จุด และที่ ต.ปาดังเบซาร์ 3 จุด ซึ่งได้ซ่อมแซมเป็นที่เรียบร้อย


สำหรับการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ ทางผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ได้มีนโยบายให้ทุกอำเภอมีความเข้มงวดกวดขัน ในเรื่องแรงงานต่างด้าว และการค้ามนุษย์ อำเภอสะเดาเราได้มีการดำเนินการในเรื่องนี้มาโดยตลอด มีการจัดกำลังออกลาดตระเวนและฝังตัวในพื้นที่เสี่ยง แนวชายแดนที่มีพื้นที่ติดต่อกับประเทศมาเลเซีย เช่น ต.สำนักแต้ว ต.สำนักขาม และ ต.ปาดังเบซาร์

และตั้งแต่เดือนมีนาคมที่ผ่านมา จนถึงปัจจุบันเราสามารถจับกุมแรงงานต่างด้าวได้กว่า 100 คน ส่วนสาเหตุที่แรงงานต่างด้าวมักจะมาพักในพื้นที่เป็นเพราะ อ.สะเดาเป็นพื้นที่ที่มีรอยต่อกับประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งทางฝ่ายปกครอง อ.สะเดา ได้ทำการตรวจสอบพื้นที่สุ่มเสี่ยงทุกพื้นที่ เพื่อไม่ให้เป็นแหล่งพักพิง หรือใช้เป็นแหล่งหลบซ่อนของแรงงานต่างด้าว ซึ่งยืนยันว่าเราได้พยายามทำอย่างเต็มที่ ร่วมกันทั้งฝ่ายปกครอง ทหาร และตำรวจ นายอำเภอบอก

ภาพ/ข่าว อนุกูล บุญมี  ผู้สื่อข่าวภูมิภาค  สํานักข่าวทีนิวส์ จ.สงขลา


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน