เปิดคลิปวินาทีบึ้มตู้ ATM ขณะที่รอง ผบช.ภ.2 ลงพื้นที่ ติดตามความคืบหน้า เร่งล่าตัว เผยล็อคเป้าหมายพิเศษไว้แล้ว (มีคลิป)





เมื่อเวลา 15.40 น.วันที่ 6 ก.ค. 62  พล.ต.ต.เชษฐา โกมลวรรธนะ รอง ผบช.ภ.2 พร้อมด้วย พล.ต.ต.วัฒนา ยี่จีน ผบก.ภ.จว.จันทบุรี , พ.ต.อ.ดำรง เอี่ยมไพโรจน์ ผกก.สภ.ขลุง เดินทางมาที่ห้างสรรพสินค้าเทสโก้โลตัส เอ็กเพลส สาขา อ.ขลุง พื้นที่.1 ต.วันยาว อ.ขลุง จ.จันทบุรี ในการติดตามความคืบหน้าคดี คนร้ายลอบวางระเบิดตู้เอทีเอ็มของ ธนาคารออมสิน โดยมี เจ้าหน้าที่ชุด EOD ได้รายงานผลการตรวจสอบวัตถุพยานหลักฐาน ที่ตรวจพบบริเวณที่เกิดเหตุ ทั้งเศษท่อนเหล็กเส้น ที่ใช้ทำสะเก็ดระเบิด , เขม่าดินปืน , ผ้าเทปพันสายไฟสีดำ และกล่องเหล็กที่ใช้ทำระเบิด ซึ่งจากผลการตรวจ และวัดคลื่นสัญญาณวัตถุที่ใช้ประกอบระเบิด ของเจ้าหน้าที่ชุด EOD ยืนยันชัดเจนว่า ระเบิดที่คนร้ายใช้ก่อเหตุ เป็นระเบิด “บ็อกส์บอม” หรือระเบิดแสวงเครื่องทำมือ ที่ใช้กล่องเหล็ก เป็นตัวบรรจุสะเก็ดระเบิด และอัดความควบแน่นด้วยดินปืน






ซึ่งมีอานุภาพที่รุนแรง และมีรัศมีการทำลายล้างระยะไกลกว่า 40 เมตร ต่อมา พล.ต.ต.เชษฐา โกมลวรรธนะ รอง ผบช.ภ.2 ได้เดินทางกลับมาประชุมติดตามความคืบหน้าของคดี ในส่วนของแนวทางด้านการสืบสวน ณ ห้องประชุมกองบังคับการตำรวจภูธร จันทบุรี โดยมีทีมตำรวจชุดสืบสวน ภ.จว.จันทบุรี และชุดสืบสวน สภ.ขลุง ได้รายงานผลความคืบหน้าของคดี พร้อมเปิดคลิปภาพวงจรปิดอีกมุมหนึ่ง จากกล้องที่อยู่ด้านข้างของห้างโลตัส ที่สามารถบันทึกภาพ รูปพรรณสัณฐานของคนร้ายเป็นชายวัยรุ่น 2 คน สวมหมวกผ้าปิดบังใบหน้า จากการตรวจสอบภาพวงจรปิด พบว่า คนร้ายได้ขี่รถ จยย. ฮอนด้าเวฟไอ สีขาว ใช้ถุงพลาสติกสีฟ้า สวมทับปกปิดป้ายทะเบียน อ้อมเข้ามาจากทางด้านหลังของห้าง จากนั้น 1 ในคนร้าย ได้นำระเบิด เข้าไปวางที่หน้าตู้เอทีเอ็ม และรีบวิ่งกลับออกมาหลบทางด้านหลังโดยมีคนร้ายอีกคน ขี่รถ จยย. ตามเข้ามา หลังสิ้นเสียงระเบิด คนร้ายที่เป็นมือวาง ได้เดินย้อนกลับขึ้นไปดูผลงาน เมื่อพบว่า ไม่สามารถได้เงินจากตู้เอทีเอ็ม จึงวิ่งกลับมาขึ้น รถ จยย.ของเพื่อนที่ติดเครื่องรอ และรีบขี่หลบหนีไป จากแนวทางการทำงานของทีมสืบสวน





ขณะนี้ ได้เล็งเป้าหมายพิเศษไว้แล้ว อยู่ในระหว่างการลงพื้นแกะรอยที่ติดตาม โดยได้เพิ่มกำลังตำรวจสันติบาล และเจ้าหน้าที่การข่าวฝ่ายทหาร เข้ามาปฏิบัติการ่วมกับทีมตำรวจสืบสวน เนื่องจากคดีดังกล่าว เป็นการก่อเหตุที่อุกอาจ และกระทำการในลักษณะเดียวแล้ว ถึง 2 ครั้ง ในท้องที่เดียวกัน และไม่คำนึงถึงสวัสดิ์ภาพของประชาชน  ที่อยู่รอบข้าง นับว่าเป็นการก่อเหตุที่เย้ยกฎหมาย โดยยืนยันว่าจะสามารถติดตามจับกุมคนร้ายที่ก่อเหตุ มาดำเนินคดีตามกฎหมายในเร็วๆนี้ได้อย่างแน่นอน (มีคลิป)

ภาพ/ข่าว ปริญญา เกษราธิกุล ผู้สื่อข่าวทีนิวส์ จ.จันทบุรี รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออกสวนนงนุชพัทยา จ.ชลบุรี


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน