คดีขยำก้นในโบสถ์ยังวุ่นหญิงสาวเข้าแจ้งความเอาเรื่องเจ้าอาวาสและเพจข่าวอีกรอบ





        คดีหญิงสาวถูกชายหนุ่มขยำก้นในโบสถ์วัดศรีสว่างวงศ์หรือวัดเกาะเสือ ที่อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ยังไม่จบและทำท่าจะอลวนวุ่นวานเป็นหนังเรื่องยาวต่อไปอีก   เพราะหลังจากที่เมื่อวานนี้หญิงสาวคนนี้ได้เข้าแจ้งความดำเนินคดีกับเจ้าอาวาสวัดเกาะเสือและครูที่นำภาพหญิงคนหนึ่งที่นุ่งสั้นไปนั่งไหว้พระในโบสถ์มาโพสผ่านโซเชียลซึ่งเธอระบุว่าเป็นตัวเธอ ในขณะที่เจ้าอาวาสได้ออกมาตอบโต้ถึงพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมของหญิงสาวคนนี้ที่นุ่งสั้นห่มสั้นเข้าวัดและเคยตักเตือนแล้วแต่กลับตอบกลับว่าพระยิ่งเตือนก็ยิ่งชอบ

     ล่าสุดหญิงสาวคนนี้ก็ได้ไปแจ้งความที่สภ.หาดใหญ่ อีกรอบ เพื่อให้ดำเนินคดีกับ พระครูปลัดภูวนัย สุเมธโส เจ้าอาวาสวัดศรีสว่างวงศ์ ที่พูดใส่ร้ายตน และเพจข่าวท้องถิ่นในอ.หาดใหญ่ เพจหนึ่งที่นำบทสัมภาษณ์เจ้าอาวาสไปลงในลักษณะหมิ่นประมาท   หญิงสาวคนนี้ บอกว่า  จุดเริ่มต้นของเรื่องนี้ตนต้องการออกมาช่วยเหลือสังคมให้ตำรวจจับกุมชายโรคจิตคนที่ก่อเหตุขยำก้นเธอในวัดเพื่อไม่ให้ไปก่อนเหตุกับลูกหลานใครอีก และไม่เคยพูดจาให้ร้ายวัดเกาะเสือและวัดก็ไม่ได้ผิดอะไร หรือเกี่ยวอะไรกับเรื่องนี้ เพียงแค่เหตุเกิดที่วัดเกาะเสือเท่านั้น

                                                                                                                                                  






            แต่เมื่อวานนี้กลับกลายเป็นว่าเจ้าอาวาสนำภาพขณะตนนุ่งสั้นมาโพสต์และให้สัมภาษณ์ในลักษณะใส่ร้ายตนว่ามีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมนุ่งสั้นมาวัดทำให้เป็นสาเหตุให้ถูกขยำก้น  และเคยตักเตือนตนหลายครั้ง ซึ่งตนยืนยันว่าไม่เคยมีเจ้าอาวาสหรือพระองค์ไหนในวัดมาเตือนและก็ไม่เคยไม่พูดคุยหรือยุ่งเกี่ยวกับพระเพียงแค่มาสวดมนต์ขอพรในโบสถ์เท่านั้น แต่กลับกลายเป็นว่าตนกลายเป็นจำเลยสังคมทำให้วัดเสียหายและถูกเจ้าอาวาสตำหนิ แทนที่จะมาช่วยกันจับตัวคนร้ายแต่กลับมาโทษเธอคนเดียว  ทั้งๆที่เรื่องนี้ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับวัดหรือพระในวัดเลย

       ส่วนเพจ  เพจหนึ่งใน อ.หาดใหญ่ ที่นำบทสัมภาษณ์เจ้าอาวาสไปลงก็นำเสนอข่าวด้านเดียวไม่รู้ข้อเท็จจริงและต้นสายปลายเหตุของเรื่องนี้และนำเสนอข่าวที่ทำให้ตนถูกมองในแง่ลบกลายเป็นจำเลยสังคมทั้งๆที่เป็นผู้ถูกกระทำ

จึงตัดสินใจเข้าแจ้งความอีกครั้งเพื่อให้ดำเนินกับทั้งเจ้าอาวาสวัดเกาะเสือและเพจที่เสนอข่าวบิดเบือน จนทำให้เธอเสียหาย ซึ่งเข้าข่ายความผิดหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา และพรบ.คอมพิวเตอร์ด้วย

หญิงสาวคนนี้ยังบอกอีกว่า ที่ออกมาเพื่อต้องการเรียกร้องความเป็นธรรมให้กับตัวเองเพราะเธอเป็นผู้ถูกกระทำและนำเรื่องที่เป็นภัยสังคมออกมาเตือน ไม่ได้จะหาเรื่องกับพระหรือทำให้วัดเสียหาย แต่กลับกลายเป็นว่าตนถูกพระจับผิด แทนที่จะมาช่วยกันแก้ปัญหาสังคมจับโจรโรคจิตเพื่อไม่ให้ไปก่อเหตุกับใครอีก

                                                                                                                                             

     นภาลัย   ชูศรี  ผู้สื่อข่าวภูมิภาค  สำนักข่าวทีนิวส์ จ.สงขลา



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน