ยิงหนุ่มโรงงานนาทับร่างพรุน 14 นัดเสียชีวิตกลางถนน รู้ตัวแล้วฝีมือคู่อริ พ่อวอนตำรวจเร่งจับกุมคนร้าย




       เกิดเหตุคนร้ายปืนโหดดักยิง นายธีระพล หมัดกะเส็ม อายุ 23 ปี ชาวบ้าน ม.10 ต.นาทับ อ.จะนะ จ.สงขลา หนุ่มโรงงานแปรรูปสัตว์น้ำ ด้วยปืนขนาด 9 มม. จนร่างพรุนรวม 14 นัด และหลังเกิดเหตุคนร้ายที่เป็นคนบ้านเดียวกับผู้ตายคือ นายวิรัตน์ จันอิ อายุ 32 ปี ซึ่งมีเรื่องบาดหมางกันมาก่อนนั้น ได้ขับรถจักยานยนต์หลบหนีไป โดยเหตุเกิดที่บริเวณหน้าบ้านเลขที่ 33/3 ม.10 ต.นาทับ อ.จะนะ จ.สงขลา เมื่อช่วงบ่ายโมง ที่ผ่านมา นั้น

ล่าสุดเมื่อเวลาประมาณ 20.30 น. วันที่ 10 ก.ค. 62 ทางญาติของผู้ตายได้จัดละหมาด และจัดพิธีฝังศพของ นายธีระพล หมัดกะเส็ม ผู้เสียชีวิตแล้ว โดยจัดขึ้นที่กุโบร์หรือสุสานบ้านปึก พื้นที่ ม.10 ต.นาทับ อ.จะนะ จ.สงขลา ซึ่งอยู่ห่างจากบ้านพักไม่มากนักท่ามกลางความอาลัยของพ่อแม่ญาติพี่น้อง รวมทั้งเพื่อนฝูงที่มาร่วมพิธีกันนับร้อยคน

จากนั้นทางผู้สื่อข่าวได้สอบถามไปยัง นายเสรี หมัดกะเส็ม อายุ 44 ปี ซึ่งเป็นพ่อของผู้ตาย ทราบว่า ผู้ตายเป็นลูกคนโตจากทั้งหมด 3 คนพี่น้อง และเพิ่งปลดประจำการจากทหารเกณฑ์ และมาสมัครเป็นคนงานที่ บริษัท สยามอินเตอร์เนชั่นแนลฟู๊ด จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทแปรรูปสัตว์น้ำได้ยังไม่ถึงเดือนเท่านั้น ก่อนที่จะเกิดเหตุสลดใจขึ้น

นายเสรี เผยว่า สาเหตุของความขัดแย้งนั้นเกิดขึ้นมาจากเรื่องเล็กๆ แต่กลับบานปลายเป็นเรื่องใหญ่โตที่ไม่น่าจะเกิดขึ้นได้เลย โดยเริ่มต้นเมื่อวันที่ 1 ก.ค. ที่ผ่านมา ทางฝั่งของผู้เสียชีวิต ซึ่งก็เป็นเครือญาติเดียวกัน ได้จัดงานทำบุญของอิสลามขึ้นที่บ้านพักที่อยู่ห่างกันไม่กี่ร้อยเมตร จากนั้นทางลูกพี่ลูกน้องของผู้ก่อเหตุได้โทรมาหา นายธีระพล ลูกชายของตน และชวนให้ไปกินข้าวที่บ้าน แต่ลูกชายบอกไปว่า ไม่ว่าง เพราะ ตอนเที่ยงต้องไปส่งแม่ที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา และลูกชายได้ขอให้เอามือถือไปส่งให้ นายวิรัตน์ จันอิ อายุ 32 ปี ที่สนิทกัน เพื่อจะขอคุยด้วย

  แต่ปรากฏว่า แทนที่ปลายทางจะมีการส่งมือถือไปให้ นายวิรัตน์ แต่กลับมีการส่งมือถือไปให้ นายวิโรจน์ จันอิ อายุ 35 ปี ซึ่งเป็นพี่ชายของ นายวิรัตน์ พูดสายแทน และทางลูกชายของตนได้บอกไปว่า วันนี้ไม่ว่างเข้าไปกินข้าวที่บ้าน ขอให้ช่วยตักแกงเอาไว้ให้ด้วย แต่แทนที่ นายวิโรจน์ จะพูดจาดีๆตามประสาญาติพี่น้องกัน แต่กลับพูดจาด้วยถ้อยคำที่ว่า ให้มาตักเอาเอง รำคาญ

                                                                                                                                             

 

 

 


       หลังจากนั้นในช่วงบ่ายโมงวันเดียวกันลูกชายจึงได้เข้าไปสอบถาม เพื่อเคลียร์เรื่องราวการพูดจาไม่เข้าหูที่เกิดขึ้นยังบ้านของผู้เหตุ และมีปากเสียงทะเลาะวิวาทชกต่อยกันขึ้น แต่ได้มีการห้ามปราม ก่อนแยกย้ายกันไป และทางฝ่ายผู้ก่อเหตุยังได้อาฆาตแค้น และขู่บอกว่า ให้ระวังตัวเอาไว้ให้ดี

พ่อของผู้ตายยังเผยด้วยว่า หลังจากเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นก็รู้สึกไม่ค่อยปลอดภัย และได้มีการเดินทางไปลงบันทึกประจำวันเอาไว้ที่ สภ.ควนมีด เอาไว้แล้วด้วยเมื่อช่วงวันที่ 6 ก.ค. ที่ผ่านมา จากนั้นในช่วงประมาณเที่ยงครึ่งของวันนี้ (10 ก.ค.) ในขณะที่ตนกำลังนั่งอยู่หน้าบ้านก็ได้สังเกตเห็น นายวิรัตน์ ผู้ก่อเหตุ ขับรถจักรยานยนต์ตามลำพังมาวนเวียนอยู่หน้าบ้านตน 2 รอบ แล้วหายไป ก่อนที่ลูกชายของตน ซึ่งขับรถออกมาจากโรงงาน เพื่อมาทานข้าวเที่ยงที่บ้าน จะขับรถจักรยานยนต์ออกไปทำงานในช่วงบ่ายโมง และในระหว่างทางก่อนจะถึงโรงงานต้องจะต้องขับผ่านบ้านของ นายวิรัตน์ และมีการยิงกันเกิดขึ้นโดยไม่คาดฝัน

นายเสรี บอกว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นการกระทำที่อุกอาจ และรุนแรงเกินกว่าที่มนุษย์จะทำ เพราะ ยิงแบบบ้าคลั่งถึง 14 นัดซ้อน จนตนแทบจะจำสภาพศพ และใบหน้าของลูกชายไม่ได้เลย โดยทั้งตน คนในครอบครัว และญาติๆ ไม่มีใครรับกับเรื่องราวที่เกิดขึ้นได้ และไม่มีอะไรจะพูดกับผู้ก่อเหตุด้วย โดยขอให้ทางตำรวจเร่งติดตามจับกุมคนร้ายให้ได้โดยเร็ว และหากจับได้ก็สมควรให้ได้รับโทษขั้นสูงสุดถึงประหารชีวิต ซึ่งทางครอบครัวจะขอต่อสู้จนถึงที่สุด

ด้านความคืบหน้าทางด้านคดีเมื่อช่วงเย็นที่ผ่านมาทางพนักงานสอบสวน สภ.ควนมีด ได้เชิญญาติของผู้เสียชีวิตมาสอบสวนให้ข้อมูลเพิ่มเติม เพื่อทราบชนวนเหตุ และเป็นเบาะแสในการเร่งติดตามจับกุมตัวคนร้าย ส่วนพฤติกรรมในการก่อเหตุเบื้องต้นทราบว่า ในช่วงที่ผู้ตายกำลังขับรถเข้าไปทำงานที่โรงงานในช่วงบ่ายนั้น ทางผู้ก่อเหตุคือ นายวิรัตน์ ได้ดักรอผู้ตายอยู่หน้าบ้านพักของตัวเอง ซึ่งเป็นทางผ่านก่อนที่จะถึงโรงงาน ก่อนที่จะเดินออกมา แล้วชักอาวุธปืนพกสั้นขนาด 9 มม. ออกมายิงใส่ผู้ตายจำนวน 3 นัด และกระหน่ำยิงใส่ชุดใหญ่จนหมดแม็กอีก 11 นัด รวมทั้งหมด 14 นัด กระสุนโดนที่ศีรษะและลำตัวจนพรุน ก่อนขับรถหลบหนีไป โดยทางตำรวจชุดสืบสวนกำลังจัดกำลังออกสืบสวนไล่ล่าตัว และยังไม่ได้มีการเข้ามอบตัวแต่ออย่างใด

                                                                                                                                  

 

 

 

   นภาลัย   ชูศรี  ผู้สื่อข่าวภูมิภาค  สำนักข่าวทีนิวส์ จ.สงขลา

 


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน