เด็กอิ่มไร้ปัญหา หลังอดีต ผอ.เชิดเงินอาหารกลางวันเด็ก เมื่อปีที่แล้ว จนเด็กอดข้าวชาวบ้านต้องระดมทุนช่วย(คลิป)





วันนี้(11 ก.ค. 2562) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาในจังหวัดสุรินทร์ ทั้ง 3 เขตพื้นที่การศึกษา ได้มีการจัดตั้งคณะกรรมการติดตามการดำเนินโครงการอาหารกลางวันในโรงเรียน ออกติดตามการดำเนินการโครงการอาหารกลางวันของโรงเรียนในสังกัดอย่างเข้มงวด เกี่ยวกับการบริหารจัดการงบประมาณอาหารกลางวันอย่างถูกต้องโปร่งใส่ ได้อาหารที่มีคุณภาพ เพียงพอต่อการบริโภคของเด็กนักเรียน ในการดำเนินการเรื่องอาหารกลางวันของเด็กนักเรียนในแต่ละโรงเรียน เพื่อไม่ให้เกิดปัญหา และเด็กต้องได้รับโภชการด้านอาหารที่ครบถ้วน ซึ่งในภาพรวมของจังหวัดสุรินทร์ พบว่าเป็นไปด้วยความเรียบร้อยปกติ นอกจากนี้เด็กยังได้รับสารอาหารที่ครบถ้วน จากการนำเมนูสคูรัน มาจัดเป็นรูปแบบนำร่องจนได้ผล

ในขณะเดียวกันภาพรวมในจังหวัดสุรินทร์ ของโครงการอาหารกลางวันเด็ก โดยเฉพาะสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุรินทร์ เขต 3 ที่เคยเป็นข่าวดัง เมื่อกลางเดือนมิถุนายน 2561 ที่ผ่านมา กรณีเคยมีปัญหาเกิดขึ้นกับโรงเรียนบ้านตานี ต.ตานี อ.ปราสาท จ.สุรินทร์ เรื่องไม่มีงบประมาณค่าอาหารกลางวันเด็กนักเรียน จึงทำให้ชาวบ้านต้องพากันแก้ปัญหาด้วยการร่วมกันบริจาคเงินและข้าวสาร รวมทั้งของบสนับสนุนช่วยเหลือจากห้างร้านต่างๆ รวมไปถึงวัด เพื่อมาทำอาหารกลางวันให้กับเด็กๆแทน ซึ่งเริ่มเกิดปัญหามาตั้งแต่วันที่ 19 พ.ค.2561 หลังจากเปิดเทอมได้เพียง 3 วันเท่านั้น โดยระบุว่า นายภักดิศัย ชูสงค์ ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านตานีในขณะนั้น ได้เบิกงบประมาณค่าอาหารกลางวันและงบประมาณต่างๆ ของโรงเรียนออกไปโดยไม่ทราบสาเหตุ จนงบประมาณเหลือไม่กี่พันบาท จากนั้นก็หายหน้าไปและไม่ได้เข้ามาชี้แจงอะไรที่โรงเรียนอีกเลยจนถึงปัจจุบัน และได้ออกจากราชการไปแล้ว

 

 

เด็ก ๆ นักเรียนเข้าแถวรับอาหารกลางวัน





นายถวิล บุญเจียม ผอ.โรงเรียนบ้านโคกจำเริญ ประธานเครือข่ายการจัดการศึกษาตานี-ปรือ กล่าวว่า หลังมีการบริหารจัดการใหม่ที่โรงเรียนบ้านตานีแห่งนี้ ก็มีการพัฒนาที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง มีการใช้เมนูสคูรันที่สมบูรณ์มากยิ่งขึ้น โดยมีโครงการอาหารกลางวันของโรงเรียนบ้านโคกจำเริญ ต.ตานี อ.ปราสาท ซึ่งเป็นโรงเรียนต้นแบบดีเด่นในเรื่องจัดการอาหารกลางวันในโรงเรียน มาใช้ในการบริหารจัดการทั้งที่โรงเรียนบ้านตานีแห่งนี้และโรงเรียนในสังกัด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุรินทร์ เขต 3 อีกจำนวน 233 แห่ง ตั้งแต่ระบบการจัดซื้อ ระบบสารอาหารที่ได้รับมาดำเนินการในแต่ละโรงเรียน มีข้าว มีกับข้าว ผลไม้ในแต่ละมื้อ เด็กจะต้องได้รับสารอาหารครับทั้ง 12 อย่าง ตามเมนูอาหารสคูรัน ดั้งนั้นโรงเรียนทุกโรงก็จะมีการจัดซื้ออาหาร ซื้อผัก ผลไม้ในชุมชนด้วย ซึ่งทุกอย่างจะมีการจัดคณะกรรมที่ดูแลจากเขตพื้นที่การศึกษาได้มานิเทศติดตามการในเรื่องของโครงการอาหารกลางวันเด็กอย่างต่อเนื่องและเข้มงวด โรงเรียนได้รับงบประมาณจากท้องถิ่นครบตามจำนวนเด็กหรือไม่ ทันต่อการเปิดภาคเรียนหรือไม่ และเรื่องของคุณภาพของอาหารในแต่ละวันว่าตรงตามเมนูสคูรันหรือไม่ มีการแยกอาหารกลางวันออกเป็น 4 ส่วน เรื่องของการจัดซื้ออาหารสดแห้งประมาณ15 บาทต่อหัวต่อคน การจ้างแม่ครัว การจัดซื้อแก็สและการจัดซื้อน้ำยาล้างจานและส่วนผสมของอาหารอุปกรณ์เครื่องปรุงต่างๆ จะเห็นได้ว่าที่โรงเรียนบ้านตานี ที่เคยมีปัญหามีการพัฒนาการที่ดีขึ้น มีการหุ้งข้าว และทำกับข้าวให้เด็กทุกคนทุกวัน โดยภาพรวมในเขต 3 ใช้เมนูสคูรันในโรงเรียนทั้งหมด 233 โรง ถือเป็น 98.3 % และถือว่าเพิ่มมากขึ้น สูงสุดในจังหวัดสุรินทร์อีกด้วย เด็กได้รับโภชนาการที่ดีขึ้น ตามที่ สพฐ. ได้กำหนด ร่วมถึงการจัดซื้อจัดจ้างที่มีการดำเนินการอย่างครบสมบูรณ์ นอกจากนี้ที่โรงเรียนบ้านโคกจำเริญ ปัจจุบันมีการจัดการอาหารเช้าอย่างพอดีให้กับเด็กนักเรียนด้วย เพราะก่อนหน้านี้ พบว่าเด็กบางคนไม่ได้กินข้าวมาจากบ้าน และพอมาออกกำลังกายหรือยืนเข้าแถว ทำกิจกรรมต่างก็จะเป็นลม ซึ่งปัญหาดังกล่าวก็หมดไป

นายคำปุ่น บุญเชิญ ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุรินทร์ เขต 1 เปิดเผยว่า การดำเนินการโครงการอาหารกลางวันของเด็กนักเรียน ในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่ประถมศึกษาสุรินทร์ เขต 1 ได้มีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการติดตามการดำเนินกาโครงการอาหารกลางวันในโรงเรียน ซึ่งจะออกติดตามการดำเนินการโครงการอาหารกลางวันของโรงเรียนในสังกัดทุกแห่ง เกี่ยวกับการบริหารจัดการงบประมาณอาหารกลางวันอย่าถูกต้องโปร่งใส่ ได้อาหารที่มีคุณภาพ เพียงพอต่อการบริโภคของนักเรียน และเป็นไปตามนโยบายที่เลขา สพฐ.ได้กำหนดนโยบายมา โดยภาพรวมในพื้นที่ เขต 1 จังหวัดสุรินทร์ ก็ได้มีการดำเนินการอย่างถูกต้องเป็นปกติ มีความใส่ใจในทุกขั้นตอนเพื่อให้เด็กๆได้รับโภชนาการอาหารที่ครบถ้วนตามที่กำหนด แต่ส่วนของงบประมาณนักเรียนมัธยมที่1 2 และ 3 ซึ่งไม่ได้อยู่ในระบบรายหัวละ 20 บาท ก็ได้ไปใช้กับกองทุนอื่นที่โรงเรียนมีไปดำเนินการ ที่สำคัญโรงเรียนบางแห่ง มีการร่วมมือกับสาธารณสุข ทางอำเภอ ในการจัดทำโครงการอาหารปลอดภัย โรงเรียนมีการจัดซื้อวัสดุจากชุมชนที่ทำเกษตรอินทรีย์มาประกอบอาหารให้กับเด็กๆ ซึ่งเป็นรูปแบบที่ดีมาก และกำลังขยายผลไปยังอำเภออื่นอย่างต่อเนื่องต่อไป

 

 

ภาพ/ เขมชาติ ชุณหกิจขจร และ ทีมข่าวเฉพาะกิจสุรินทร์

ข่าว/ รมิตา สิงหเสรี ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จังหวัดสุรินทร์

เด็กนักเรียนทายอาหารกลางวัน




 

 


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน









ข่าวที่เกี่ยวข้อง