ฟ้าผ่าเปรี้ยงกลางลำเรือประมงพื้นบ้านดับ 1 เจ็บ 2 ในอ่าวปากพนัง




(14 ก.ค.) เมื่อหัวค่ำที่ผ่านมา (13 ก.ค.) พ.ต.อ.ปรีชา ปัญญาเลิศ ผกก.สภ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช ได้รับแจ้งมีคนถูกฟ้าผ่ากลางทะเลอ่าวปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช มีผู้เสียชีวิต 1 คน บาดเจ็บ 2 คนถูกนำส่ง รพ.ปากพนังแล้ว จึงพร้อมด้วย พ.ต.ท.สมศักดิ์ ธานีรัตน์ รอง ผกก.(สอบสวน ) พร้อมชุดสืบสวนรีบรุดไปร่วมกับพร้อมแพทย์ รพ.ปากพนัง ทำการชันสูตรพลิกศพผู้เสียชีวิตทราบชื่อผู้เสียชีวิตคือนายอนุสรณ์ แดงเอียด อายุ 38 ปี อยู่บ้านเลขที่ 45/3 หมู่ 4 บ้านท้องโกงกาง  ต.ปากพนังฝั่งตะวันตก อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช สภาพศพมีรอยไหม้และซ้ำอย่างหนักบริเวณศรีษะ หัวไหล่ และบริเวณผ่านหลัง 

 ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บทราบชื่อนายนุกูล แดงเอียด อายุ 56 ปี เป็นพ่อของนายอนุสรณ์ ผู้ตาย และนาย เจตริน เดชวิไลเลิศ อายุ 29 ปี ลูกเขยของนายนุกูล และเป็นน้องเขยขององนายอนุสรณ์  ผู้ตาย ทั้งสามอาศัยอยู่บ้านเดียวกัน ได้รับเจ็บโดยมีอาการชาไปครึ่งซีกตัว หลังถูกนำส่ง รพ.ปากพนัง แพทย์ได้เยียวยาช่วยเหลือจนอาการดีขึ้น จึงอนุญาตให้กลับมาพักฟื้นที่บ้านได้ ส่วนศพของนายอนุสรณ์ ที่เสียชีวิตญาติ ๆ ได้รับกลับมาบำเพ็ญกุศลตามประเพณีศาสนาอิสลามเมื่อคืนที่ผ่านมา มีกำหนดประกอบพิธีฝังศพในวันที่ 14 ก.ค. 2562 นี้

 

 


นายนุกูล แดงเอียด เปิดเผยว่า ตนพร้อมด้วยนายอนุสรณ์ บุตรชายและนายเจตริน บุตรเขยได้ชวนกันออกไปวางอวนจับปลากระบอกในอ่าวปากพนังตามปกติเหมือนที่เคยปฏิบัติมาแทบทุกวัน  แต่ในขณะที่วางอวนอยู่กลางทะเลบริเวณอ่าวปากพนัง ได้เกิดลมพายุพัดกรรโชคค่อนข้างแรงก่อนจะมีฝนตกลงมาอย่างหนักต่อเนื่องกว่า 20 นาที ตนซึ่งรับหน้าที่เป็นคนขับเรือจึงดับเครื่องและทอดสมอเรือหยุดอยู่นิ่ง ๆ โดยนายอนุสรณ์ บุตรชายนั่งตรงกลางลำเรือ ส่วนนายเจตริน บุตรเขยนั่งทางด้านหัวเรือ  จนเมื่อฝนเริ่มซาเม็ดตนจึงติดเครื่องยนต์เพื่อออกเก็อวนและกลับเข้าบ้าน แต่ยังไม่ทันได้ออกเรือก็ได้เกิดฟ้าผ่าลงมากลางลำเรือตรงจุดที่นายอนุสรณ์ ผู้ตานั่งอยู่อย่างรุนแรง จนร่างของนายอนุสรณ์กระเด็นตกลงไปในทะเล ในขณะที่เรือโครงเครงอย่างหนัก จนตนและนายเจตริน พลัดตกลงไปในทะเลด้วย โชคดีที่น้ำทะเลในจุดนั้นไม่ลึกมากนัก โดยตนและนายเจตริน รู้สึกชาไปครึ่งตัว แต่ก็ยังมีสติจึงพยายามว่ายน้ำมาพยุงจับขอบเรือเอาไว้ ก่อนจะช่วยกันนำร่างที่ไม่ได้สติของนายอนุสรณ์ บุตรชายกลับขึ้นบนเรือ แต่พบว่านายอนุสรณ์ ถูกแรงฟ้าผ่าจนซ้ำไปทั้งตัวและได้เสียชีวิตแล้วโดยหมวกใบลานที่นายอนุสรณ์ สวมใส่อยู่ฉีกขาดเป็นเสี่ยง ๆ  หลังจากนั้นตนและนายเจตริน พยายามแข็งใจขับเรือกลับเข้าฝั่งอย่างยากเย็น โชคดีที่มีเพื่อนชาวประมงเข้ามาช่วยเหลือจนกลับเข้าไปได้อย่างปลอดภัย ก่อนถูกนำตัวส่ง รพ.ปากพนัง

“ตนแปลกใจว่าฟ้าผ่าลงมากลางลำเรือได้อย่างไร เพราะตรวจสอบแล้วไม่พบวัตถุที่เป็นใด ๆ ที่จะเป็นชนวนให้เกิดฟ้าผ่าลงมาได้ โทรศัพท์มือถือก็ไม่มี ที่สำคัญในช่วงที่มีลมพัดกรรโชกและฝนตกหนักนั้นไม่มีฟ้าร้อง ฟ้าลั่นโครมครามแต่อย่างใด ทันทีที่ติดติดเครื่องยนต์ฟ้าก็ผ่าเปรี้ยงลงมาอย่างทันทีทันใด  หากเครื่องยนต์หรือโลหะบริเวณเครื่องยนต์จะเป็นชนวนให้เกิดฟ้าผ่าก็น่าจะผ่าลงมาตรงที่บริเวณเครื่องยนต์มากกว่า แต่กลับผ่าลงมากลางลำเรือในจุดที่นายอนุสรณ์ บุตรชายนั่งอยู่ทำให้นายอนุสรณ์ เสียชีวิตและตนพร้อมนายเจตริน บุตรเขย ได้รับบาดเจ็บดังกล่าว และเหตุการณ์ฟ้าผ่าในครั้งนี้ทำให้เรือหางยาวได้รับความเสียหายเพียงเล็กน้อยเท่านั้น”  ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะทำการตรวจสอบหาสาเหตุที่นัดอีกครั้งหนึ่งและดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป.

 

 

 

ภาพ/ข่าว  ยุทธนะ  เตมะศิริ สำนักข่าวทีนิวส์นครศรีธรรมราช


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน




ข่าวที่เกี่ยวข้อง