จนท.อุทยานฯไทรโยค”ปะทะเดือด”กลุ่มพรานป่ากลางป่าลึก ถูกยิงเจ็บไปหนึ่ง จนท.ปลอดภัย




 เมื่อเวลา 09.00น วันที่ 14 ก.ค.2562 นายพนัชกร โพธิบัณฑิต หัวหน้าอุทยานแห่งชาติไทรโยค/หน.ชุดฉก.พญาเสือ เปิดเผยว่าตามนโยบาย และข้อสั่งการ ของนายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช ให้เจ้าหน้าที่ทุกพื้นที่ป่าอนุรักษ์ เข้มงวดกวดขัน การบุกรุกลักลอบตัดไม้ทำลายป่า และล่าสัตว์ป่า อย่างเฉียบขาด

                         

 ทั้งนี้นายพนัชกร โพธิบัณฑิต หัวหน้าอุทยานแห่งชาติไทรโยค/หน.ชุดฉก.พญาเสือ พร้อมชุดลาดตระเวน SMART Patrol เจ้าหน้าที่สถานีวิจัยเขานางรำ ได้ร่วมกันออกลาดตระเวน เพื่อตรวจสอบปริมาณและชนิดสัตว์ป่า และป้องกันปราบปราม การกระทำความผิดกฎหมาย ว่าด้วยการป่าไม้ ในพื้นที่รับผิดชอบ เมื่อลาดตระเวนมาถึง บริเวณป่าห้วยโป่งตาลือ พิกัด 47P 0469810 E 1590032 N (WGS 84) เขตอุทยานฯไทรโยค ซ้อนทับเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าวังใหญ่และป่าแม่น้ำน้อย หมู่ที่ 5 ตำบลไทรโยค อำเภอไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งสภาพพื้นที่เป็นลักษณะสันเขา

                         

เจ้าหน้าที่พบพรานป่าเป็นชาย 2 คน สะพายเป้ พร้อมถืออาวุธปืนยาว คนละกระบอก ห่างจากจุดเจ้าหน้าที่อยู่ประมาณ 20 เมตร โดยคนแรกมีลักษณะผอมร่างเล็ก ใส่เสื้อแขนสั้นสีขาว กางเกงขาสั้นสีดำ มือถืออาวุธปืนยาวคล้ายปืนไรเฟิลไม่ทราบขนาดและชนิด ส่วนชายอีกคนร่างผอม ใส่กางเกงขายาวลายทหาร ใส่เสื้อแขนสั้นสีเทาสวมหมวกปีกลายทหาร ในมือถืออาวุธปืนลูกซองยาว โดยชายทั้งสองกำลังเตรียมออกจากปางพัก เจ้าหน้าที่จึงได้แสดงตัว พร้อมตะโกนบอกให้หยุดและวางอาวุธปืน พรานป่าทั้งสองเมื่อเห็นเจ้าหน้าที่ จึงทิ้งกระเป๋าเป้ แล้ววิ่งหนีไปยังเนินเขาอีกด้าน

                         

เจ้าหน้าที่จึงวิ่งติดตาม พร้อมได้ใช้อาวุธปืนลูกซอง ยิงขู่ขึ้นฟ้า จำนวน 1 นัด เพื่อให้พรานทั้งสองหยุด แต่ปรากฎว่า พรานทั้งสองคนได้ใช้อาวุธปืนยาว ยิงใส่เจ้าหน้าที่จำนวน 2 นัด เดชะบุญเจ้าหน้าที่ระวังตัวอยู่ก่อนแล้ว หมอบหลบกระสุน หลังต้นไม้ใหญ่ได้ทัน จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ใช้อาวุธปืน ยิงโต้ตอบ หลังเสียงปืนสงบเงียบ เจ้าหน้าที่ได้กระจายกำลังเข้าเคลียร์พื้นที่ ไม่พบพรานป่าทั้งสองคน คาดว่าได้วิ่งหลบหนีไป

                       

 


จากการตรวจสอบอย่างละเอียด พบร่องรอยลูกกระสุนปืนลูกซอง ในบริเวณที่เจ้าหน้าที่ได้หลบ ขณะเกิดการปะทะ และในเส้นทางที่บุคคลชายทั้งสองวิ่งหลบหนี พบรอยเลือดหยดเป็นระยะๆ ติดอยู่ตามใบไม้ คาดว่าหนึ่งในพรานป่าที่หลบหนี อาจโดนกระสุนปืนของเจ้าหน้าที่ และได้รับบาดเจ็บ โดยเจ้าหน้าที่ได้เก็บตัวอย่างหยดเลือด เพื่อเป็นหลักฐาน หาตัวผู้กระทำผิด

                        

  ตรวจสอบที่บริเวณปางพักของกลุ่มพรานป่า มีลักษณะทำใหม่ พบร่องรอยการหุงหาอาหาร และพักแรม ใกล้เพิง พักพบกระสอบปุ๋ยสีเขียว ตรวจสอบภายในถุง พบซากค่างแว่นถิ่นเหนือ น้ำหนัก 4.5 กิโลกรัม ซากตะพาบแก้มแดง น้ำหนัก 2 กิโลกรัม ซากปลาไม่ทราบชนิด น้ำหนักรวม 2 กิโลกรัม พร้อมอุปกรณ์ในการดำรงชีพในป่า มีมีดเดินป่า 1 เล่ม ไฟฉาย 3 กระบอก เปล 2 ผืน

                        

   ตรวจสอบบริเวณจุดที่ พรานป่าทั้งสองใช้อาวุธปืนยิงใส่เจ้าหน้าที่ พบปลอกกระสุนปืนลูกซองเบอร์ 12 จำนวน 1 ปลอก กระสุนปืนไรเฟิลขนาด .357 มม. ยังไม่ใช้งาน 1 นัด และปลอกกระสุนขนาด .357 มม. จำนวน 1 ปลอก จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน จากนั้นได้เข้าแจ้งความ กล่าวโทษ ต่อพนักงานสอบสวนสภ.ไทรโยค เพื่อติดตามหาตัว2พรานใจเหี้ยม มาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

                        

   ด้านนายธัญญา เนติธรรมกุล ได้เดินทางมาราชการในพื้นที่อ.สังขละบุรี หลังทราบเรื่องเจ้าหน้าที่ปะทะกับพรานป่า ได้เผยว่าได้สั่งการเน้นย้ำ ให้เจ้าหน้าที่ทุกคนยึดถือ รักษาความปลอดภัยในชีวิตเป็นสำคัญ ส่วน เรื่องอาวุธปืน ที่ดูจะด้อยอานุภาพ กว่าพวกกระทำผิดกฎหมาย โดยเฉพาะบริเวณแนวชายแดนไทย-กัมพูชา  ที่มีการปะทะกันบ่อยครั้ง มีกองกำลังใช้อาวุธสงคราม ทั้งอาก้า เอ็ม.16 เอ็ม79 คุ้มกันขบวนการลักลอบตัดไม้พะยูง ก็จะสนับสนุนงบประมาณ ในการจัดซื้อหาอาวุธปืนเอ็ม.16ให้กับเจ้าหน้าที่ ให้เพียงพอ เพื่อที่จะสามารถปกป้องทรัพยากรของชาติ  และชีวิตของเจ้าหน้าที่ผู้พิทักษ์ป่าให้ปลอดภัย และปฎิบัติงานได้อย่างมีสิทธิภาพต่อไป

                          

                                    วุฒิเดช ก้อนทองคำ / ธวัชชัย สุขุม / กีรติ ก้อนทองคำ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.กาญจนบุรี


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน