งานเข้า!!ม็อบชาวแหลมตะลุมพุกเหยื่อปาบึกเคลื่อนทัพเต็มตู้ขบวนรถไฟบุกทำเนียบรัฐบาลร้องนายก “ลุงตุ่-นายหัวชวน”-พร้อมเดินเท้ายื่นถวายฎีกาในหลวง




ม็อบชาวแหลมตะลุมพุกเหยื่อปาบึกเคลื่อนทัพเต็มตู้ขบวนรถไฟบุกทำเนียบรัฐบาล-เด็กและคนชรา ผู้พิการร่วมเดินทางด้วย-เผยเดินเท้าจากสถานีรถไฟสามเสนเขายื่นถวายฎีกาขอความช่วยเหลือจากในหลวง รัชกาลที่ 10 ก่อนบุกทำเนียบยื่นร้องนายก “ลุงตู่” และ นายหัวชวน หลีกภัย”

            จากกรณีที่ น.ส.ราตรี คงประพันธ์ (ชูแก้ว) อายุ 43 ปีอยู่บ้านเลขที่ 155 หมู่ 1 ต.แหลมตะลุมพุก อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช นักธุรกิจเจ้าของกิจการร้านอาหาร “ครัวชูแก้ว” ชายทะเลแหลมตะลุมพุก     อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช  ได้เดินทางพร้อมนำหลักฐานเป็นเอกสาร และภาพถ่ายความเสียหายของบ้านเรือนประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากพายุโซนร้อนปาบึก ที่พัดถล่มพื้นที่ จ.นครศรีธรรมราช เมื่อวนที่ 4 ม.ค. 2562 จำนวน 1 กระเป๋าเป้ขนาดใหญ่รวมเกือบ 1,000 แผ่นเข้าร้องเรียนขอความเป็นธรรมกับสื่อมวลชน ศูนย์ข่าวนคร 24 ชม.สมาคมสื่อมวลชนจังหวัดนครศรีธรรมราช เนื่องจากประชาชนที่ได้รับความเสียหายหลายตำบล ในพื้นที่ อ.ปากพนัง เช่น ต.ปากพนังฝั่งตะวันตก และ ต.แหลมตะลุมพุกรวมเกือ 300 ร้อยครัวเรือนยังไม่ได้รับการเยียวยาตามกรอบที่ทางราชการกำหนด เนื่องจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ดำเนินการอย่างไม่เป็นธรรม ไม่โปร่งใส ส่อทุจริตคอรัปชั่นและปฏิบัติหน้าที่หรือละเวนการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ  โดยในกลุ่มญาติพี่น้องหรือผู้ใกล้ชิดแม้จะไม่ได้รับผลกระทบหรือได้รับผลกระทบเล็กน้อยก็จะได้รับการเยียวยาวช่วยเหลืออย่างเต็มที่ ในขณะที่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบบ้านเรือนพังเสียหาย เรือประมงและเครื่องมือทำประมงได้รับความเสียหายยับเยินกลับไม่ได้รับการช่วยเหลือ จนถึงขณะนี้ชาวบ้านอีกหลายรายยังไม่มีที่อยู่อาศัย ไม่สามารถออกประกอบอาชีพประมงได้  จึงตั้งโต๊ะขอรับบริจาคเงินเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการเดินทางเข้าร้องเรียนขอความเป็นธรรมจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีที่ทำเนียบรัฐบาลในวีที่ 17 ก.ค. 2562 นี้ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

            ความคืบหน้าเมื่อเวลา 14.00 น.วันที่ 17 ก.ค. 2562 ชาวบ้านแหบมตะลุมพุกทั้งเด็ก ผู้ใหญ่ คนชราและผู้พิการจำนวนเกือบ 60 คนนำโดย น.ส.ราตรี คงประพันธ์ (ชูแก้ว) ได้เดินทางจากบ้านใน ต.แหลมตะลุมพุกมายังสถานีรถไฟนครศรีธรรมราช เพื่อโดยสารรถไฟเข้ากรุงเทพเพื่อไปยื่นเอกสารหลักฐานและหนังสือร้องเรียนขอความเป็นธรรมและช่วยเหลือกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีที่ทำเนียบรัฐบาล และนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฏร รวมทั้งยื่นถวายฎีกาขอความช่วยเหลือจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 ที่สำนักพระราชวังอีกด้วย ซึ่งทั้งหมดได้ขึ้นโดยสารขบวนรถไฟสายนครศรีธรรมราช-กรุงเทพ ตู้นั่งธรรมดาตู้สุดท้าย (คันที่ 11) ขบวนรถออกจากสถานีในเวลาประมาณ 15.10 น.วันนี้ (17 ก.ค.)


โดย น.ส.ราตรี กล่าวว่า หลังเกิดพายุปาบึกพัดถล่มพื้นที่ จ.นครศรีธรรมราช เมื่อวันที่ 4 ม.ค. 2562 ที่ผ่านมาในแหลมตะลุมพุกเกิดความขัดแย้ง แตกแยกกันอย่างรุนแรงระหว่างชาวบ้านกับกลุ่มคนที่สนิทใกล้ชิดกับผู้บริหาร อบต.แหลมตะลุมพุกอย่างชัดเจน อันเนื่องมาจากการตรวจสอบและช่วยเหลือผู้ประสบพายุปาบึกที่ไม่ถูกต้อง สองมาตรฐาน ไม่เป็นธรรม โดยชาวบ้านจำนวนมากได้ขึ้นป้ายไวนิลขนาดกว้างประมาณ  1.5x 2 เมตรติดประจานและเรียกร้องความเป็นบริเวณหน้าบ้านทั้งสองฝั่ง โดยมีถนนเสียหลักที่มาจากตัว อ.ปากพนัง ผ่าตรงกลางไปออกายทะเล ทำให้ผู้คนโดยเฉพาะนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาท่องเที่ยวที่แหลมตะลุมพุกทุกคนต่างเห็นป้ายข้อความดังกล่าว จึงนำไปวิพากวิจารณ์กันอย่างกว้างขวาง ในขณะที่ฝ่ายที่ญาติ ๆ และสนับสนุนที่สนับสนุนฝ่าบริหาร อบต.แหลมตะลุมพุก ได้ออกมาโต้เถียงและขับรถ จยย.พ่วงข้างตระเวนชี้หน้าด่าทอ ข่มขู่ คุกคามชาวบ้านอย่างหยาบคายจนกับชาวบ้านถ่ายคลิปไปเผยแพร่ทางโลกโซเชี่ยลมาแล้ว และนำไปสู่ความขัดแย้งทีวีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ

            “คนที่ได้รับความเดือดร้อนจริง ๆ และเป็นชาวบ้านที่มีฐานะยากจนบานพังเสียหาย ทรัพย์สินในบ้านเสียหาย รวมทั้งเรือประมง เครื่องมือประมงเสียหายยับเยินแต่ไม่ได้รับการช่วยเหลือ แต่คนที่ไม่ได้รับความเสียหายหรือเสียหายเลกน้อยแต่เป็นญาติหรือคนใกล้ชิดของผู้มีอำนาจใน อบต.แหลมตะลุมพุก กลับชวยเหลอย่างเต็มที่ ทั้งก่อสร้างบ้านใหม่ ปรับปรุงซ่อมแซมบ้าน จ่ายเยียวยาเรือประมง เครื่องมือประมงเต็มจำนวนตามกรอบที่รัฐบาลกำหนด  ในขณะที่ชาวบ้านจำนวนกว่า 200 นที่ได้รับความเสยหายและเดือดร้อนจริง ๆ ไม่ได้รับการเยียวยาช่วยเหลือใด ๆ เลย จะให้เงินเยียวยาคนละ 1,000 บาทระบุว่าเป็นค่าเสื้อผ้าแต่ชาวบานไม่ยอมรับและขอเอกสารหลักฐานคืน เจ้าหน้าที่กลับฉีกเอกสารหลักฐานของชาวบ้านทิ้งอย่างไม่ใยดี ที่ผ่านมาตนและชาวบ้านได้ร้องศูนย์ดำรงธรรม สำนักงาน ปปช.ให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงแต่เรื่องก็เงียบหาย จึงนัดรวมตัวเดินทางเขาร้องยื่นถวายฎีกาขอความช่วยเหลือจากในหลวงรัชกาลที่ 10 และนายกรัฐมนตรีรวมทั้งประธานสภาผู้แทนราษฏร”

 

            นางราตรี กล่าวว่าเมื่อคืนตนและชาวบ้านร่วมกันจัดเตรียมเอกสารหลักฐานจนสว่างคาตา พร้อมจัดทำป้ายขอความเรียกร้องขอความเป็นธรรมอีกจำนวนหนึ่ง เฉพาะเอกสารหลักฐานรวม 2 กระเป๋าไม่น้อยกว่า 1,500 แผ่น ในขณะที่ตัวแทนชาว ต.ปากพนังฝั่งตะวันตก อ.ปากพนังที่ได้รับความเดือดร้อนและไม่ได้รับการเยียวยาช่วยเหลือเดินทางล่วงหน้าไปก่อนแล้วเมื่อวานนี้(16 ก.ค.) โดยนัดพบกันตอนเช้าพรุ่งนี้ (18 ก.ค.)ที่สถานรถไฟสามเสน จากนั้นจะเดินเท้าไปยื่นถวายฎีกาขอความช่วยเหลือจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในหลวงรัชกาลที่ 10 ที่สำนักพระราชวัง ก่อนจะเดินทางมายื่นขอความเป็นกับนายกรัฐมนตรีที่ทำเนียบรัฐบาลและประธานสภาผู้แทนราษฏรในวันเดียวกัน โดยพวกเรามั่นใจว่าจะได้รับการชวยเหลือและตรวจสอบข้อเท็จจริง หากไม่ได้รับคำตอบที่พึ่งพอใจพวกเราจะปักหลักรอที่ทำเนียบรัฐบาลจนกว่าจะได้รับคำตอบที่พอใจจึงจะเดินทางกลับบ้าน

นายสุชาติ หนูล้วน 70 ปี ที่อยู่บ้านเลขที่   61 หมู่ 1 ต.แหลมตะลุมพุก อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช ผู้พิการขาซ้ายขาด กล่าวว่าแม้ตนจะเดินทางยากลำบากกว่าชาวบ้านคนอื่น ๆ แต่ตั้งใจที่จะร่วมเดินทางไปร้องขอความเป็นธรรมต่อพระเจ้าอยู่หัว นายกรัฐมนตรีประธานสภาผู้แทนราษฏรด้วย เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นมนกระทบกับความรู้สึกของตนและชาวบ้านมาตลอด ซึ่งชาวบานที่ครอบครัวเสียหายได้รับความเดือดร้อนรวมทั้งตนที่บ้านถูกน้ำท่วม ตู้เน พัดลม และทรัพย์สินในบ้านเสีหายทั้งหมดแต่กลับไม่ได้รับการเยียวยาใด ๆ จะให้เงินแค่ 1,000 บาท ตนไม่ขอรับเงินจำนวนดังกล่าว  ในขณะที่คนที่มีฐานะและเป็นญาติหรือคนใกล้ชิดผู้มีอำนาจใน อบต.กลับได้รับการช่วยเหลืออย่างเต็มที่ ทาง อบต.แหลมตะลุมพุก เขาเลือกปฏิบัติว่าจะเจะช่วยเหลือใคร ไม่ช่วยเหลือใคร  ชาวบ้านจะขอต่อสู้เรียกร้องความเป็นธรรมกับเรื่องนี้จนถึงที่สุด นายสุชาติ กล่าวย้ำ.

ภาพ/คลิป ศูนย์ข่าวนคร 24 ชม.สมาคมสื่อมวลชนนครศรีธรรมราช

ข่าว  ยุทธนะ  ะตมะศิริ สำนักข่าวทีนิวส์นครศรีธรรมราช


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน




ข่าวที่เกี่ยวข้อง