เกมส์พลิก!!ม็อบเหยื่อพายุปาบึกไม่พอใจผู้ว่าฯเมืองคอนแถลงข่าวแทงใจดำ-ทิ้งตั๋วรถไฟขากลับปักหลักประท้วงต่อกลางกรุงเทพเตรียมยื่นถวายฏีกา“ในหลวง"





จากกรณีที่ชาว ต.แหลมตะลุมพุก และ ต.ปากพนังฝังตะวันตก อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช กว่า 50 คน โดยการนำของ น.ส.รตรี คงประพันธ์ (ชูแก้ว) เจ้าของธุรกิจร้านอาหาร “ครัวชูแก้ว” และนายมาโนช ดวงดี นายกสมาคมประมงชายฝั่งปากพนัง จ.นครศรีธรรมราชเดินทางเข้ากรุงเทพเพื่อร้องเรียนขอความเป็นธรรม ขอความช่วยเหลือกรณีประสบภัยพายุปาบึกแต่ไม่ได้การช่วยเหลือใด ๆ จากทางราชการ โดยมีเป้าหมายยืนร้องต่อ พล.อ.ประยุทธ์ จนทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฏร รวมทั้งยืนถวายฎีกาต่อในหลวง ซึ่งหลังจากเดินทางถึงกรุงเทพและลงรถไฟที่สถานีสามเสนก็ถูกเจ้าหน้าที่จากหน่วยหน่วยงานสกัดและนำไปร่วมประชุมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่สำนักงาน ปภ. จนหนวยานที่เกี่ยวข้องยืนยันว่าจะเสนอนายกรัฐมนตรีแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบจากส่วนกลางลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงให้แล้วเสร็จภายใน 1 เดือน โดยไม่ได้ยื่นเรื่องถวายฎีการต่อในหลวงอย่างไรก็ตามกลุ่มชาวปากพนังฝั่งตะวันตก ได้แยกตัวออกไปพร้อมเข้ายื่นถวายฎีกาเป็นผลสำเร็จ ซึ่งทางกลุ่มชาวบ้านแหลมตะลุมพุกพอใจและมีกำหนดเกินทางกลับ จ.นครศรีธรรมราช เมื่อค่ำที่ผ่านมา (18 ก.ค.) ตามที่เสนอข่างมาตามลำดับแล้วนั้น

            (19 ก..) ผู้สื่อข่าวรายงานว่าที่สถานีรถไฟหัวลำโพง เมื่อคืนที่ผ่านมาในขณะที่ชาวแหลมตะลุมพุกได้ขึ้นไปนั่งประจำบนขบวนรถไฟเพื่อเดินทางกลับ ปรากฏว่าได้มีการนำเสนอข่าวทางสื่อออนไลน์ของสำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครศรีธรรมราชที่ส่งทางเฟซบุ๊คและกลุ่มไลน์ ถึงการแถลงข่าวของนายจำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช ณ.ห้องประชุมปฏิบัติการ ชั้น 4 ศาลากลางจังหวัดนครศรีธรรมราช ว่าหลังเกิดพายุปาบึกในพื้นที่ตำบลแหลมตะลุมพุก อำเภอปากพนัง ซึ่งได้รับผลกระทบ เป็นพื้นที่ที่จังหวัดได้ให้ความสำคัญเป็นอันดับแรก มีการระดมความร่วมมือความช่วยเหลือของทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ เอกชน เดินทางเข้าช่วยเหลือในพื้นที่อำเภอปากพนังเป็นอันดับแรกในเบื้องต้น ทั้งนี้กลุ่มราษฎรกลุ่มดังกล่าว ซึ่งได้เดินทางมาร้องเรียนขอความช่วยเหลือที่ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดนครศรีธรรมราช แล้วเมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม 2562 ที่ผ่านมา

            “และได้มอบหมายให้นายถาวรวัฒน์ คงแก้ว รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงร่วมกับทางอำเภอและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ปรากฏว่าในการร้องเรียนดังกล่าวจากการตรวจสอบข้อมูลของเจ้าหน้าที่ มีประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนอีกจำนวนทั้งสิ้น 458 คน ทางจังหวัดได้เร่งตรวจสอบจากฐานข้อมูลการให้ความช่วยเหลือ โดยพบว่า ในจำนวนนี้เป็นผู้ที่ได้รับการช่วยเหลือและเยียวยาแล้ว จำนวน 331 คน ทั้งในส่วนของการให้ความช่วยเหลือด้านที่อยู่อาศัยในกรณีที่บ้านเรือนเสียหาย 30-70 เปอร์เซ็นต์ ในวงเงินรายละ 5,000 บาท  การช่วยเหลือเยียวยากรณีเครื่องมืออุปกรณ์ด้านการประมงเสียหาย รายละ 11,000 บาท ,การช่วยเหลือกรณีเครื่องนอน/เครื่องนุ่งห่มเสียหาย วงเงินรายละ 1,000 บาท และการช่วยเหลือขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในกรณีที่บ้านเรือนพังเสียหายบางส่วน ในวงเงิน 33,000 บาทต่อหลัง ส่วนที่เหลือจำนวน 127 ราย มติที่ประชุม ก.ช.ภ.จ.นศ.ครั้งที่ 11/2562 ให้อำเภอปากพนังตรวจสอบข้อมูลผู้ประสบภัยที่ยังไม่ได้รับการช่วยเหลือที่มาร้องทุกข์กับศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดนครศรีธรรมราช เพื่อหาแนวทางในการช่วยเหลือตามระเบียบและข้อเท็จจริง เพื่อคลี่คลายลดความเดือดร้อนต่อไป”

 

            “สำหรับพี่น้องชาวแหลมตะลุมพุกที่ได้รับผลกระทบจากพายุโซนร้อนปาบึก เดินทางเข้ากรุงเทพมหานคร เพื่อขอความช่วยเหลือต่อนายกรัฐมนตรี เบื้องต้นได้มอบหมายให้นายอำเภอปากพนัง และคณะเดินทางไปอำนวยความสะดวกให้แก่พี่น้องประชาชน ซึ่งหลังจากที่พี่น้องกลุ่มดังกล่าวเดินทางกลับมาจะได้ร่วมกันตรวจสอบตามฐานข้อมูลที่รายงาน เพื่อช่วยเหลือตามระเบียบการต่อไป และยังฝากไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นายอำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้บริหารท้องถิ่นท้องที่ โดยเฉพาะการดูแลให้ความช่วยเหลือพี่น้องประชาชนในพื้นที่ ที่ด้อยโอกาส คนพิการ เด็ก คนชรา ไม่ทอดทิ้งใครไว้ข้างหลัง” ผู้ว่าแถลงข่าวยืนยันเมื่อวานนี้ (18 ก.ค.)

            โดยหลังจากชาวบ้านได้รับทราบข่าวการแถลงข่าวของนายจำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา สร้างความไม่พอใจให้กับกลุ่มชาวบ้านแหลมตะลุมพุกเป็นอย่างมาก จึงหารือกันและตกลงกันว่าจะไม่ยอมเดินทางกลับ จ.นครศรีธรรมราช แต่จะปักหลักประท้วงเรียกร้องความเป็นธรรมต่อที่กรุงเทพมหานคร จากนั้นจึงได้ขนข้าวองสัมภาระที่นำติดตัวมาลงจากขบวนรถไฟทันทีก่อนขบวนรถไฟจะออกจากสถานีไปกี่นาทีเท่านั้น ท่ามกลางความสนใจของบรรดาผู้โดยสารบนขบวนรถไฟ จากนั้นจึงเดินเท้าไปหาที่พักเพื่อปักหลักประท้วงยืดเยื้อต่อไป

 






น.ส.ราตรี คงประดันธ์ (ชูแก้ว) กล่าวว่า หลังจากเจ้าหน้าที่จากสำนักนายกรัฐมนตรี และจากกระทรวงมหาดไยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับปากว่าจะเสนอให้ พล.อ.ประยุทธ์ แต่งตั้งคณะกรรมการจากส่วนกลางลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงให้แล้วเสร็จภายใน 1 เดือน โดยไม่ต้องยื่นถวายฎีกาในหลวง ชาวบ้านแหลมตะลุมพุกก็พึ่งพอใจ และซื้อตั๋วโดยสารรถไฟเดินทางกลับในค่ำวานนี้ (18 กค.) เพราะเราต้องการแค่ให้หน่วยงานใดก็ได้ในส่วนกลางลงพื้นที่ตรวจสอบก็จะพบความไม่ชอบมาพากล ความผิดปกติ ไม่เป็นธรรมได้อย่างง่ายดาย แต่ระหว่างที่นั่งรออยู่บนขบวนรถไฟรับทราบการแถลงข่าวพร้อมชมคลิปของผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช ทำให้ชาวบ้านไม่พอใจเป็นอย่างมาก จึงตัดสินใจขนสัมภาระสิ่งของลงจากขบวนรถประกาศปักหลักงประท้วงเรียกร้องขอความเป็นธรรมต่อไปจนถึงที่สุด และจะเข้ายื่นถวายฎีกาขอความเป็นธรรมและขอคามช่วยเหลือจากในหลวงให้จนได้

            “ผู้ว่าราชการจังหวัดแถลงข่าวระบุเหมือนกับว่าทางจังหวัดได้มีการตรวจสอบโดยผ่านกระบวนการกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน องค์การบริการส่วนตำบล และอำเภอปากพนังตามลำดับอย่างละเอียดชัดเจนแล้วพบว่าชาวบ้านที่มารวมตัวประท้วงไม่ได้รับผลกระทบไม่ได้รับความเสียหาย ไม่ได้รับความเดือนใด ๆ แต่ยังไม่ยินยอมยังรวมตัวประท้วงเพื่อให้ได้รับการช่วยเหลือดังกล่าว ชาวบ้านรู้สึกเหมือนกันว่าผู้ว่า ฯเห็นว่าพวกเราไม่ได้เดือดร้อน ไม่ได้รับวามเสียหายแต่อยากจะได้รับการช่วยเหลือ ขอเรียนว่าพวกเรารับไม่ได้เพราะเราเดือดร้อนและเสียหายจริง ๆ และปัญหาอยู่ที่กระบวนการตรวจสอบที่ผู้ว่า ฯระบุคือการยึดข้อมูลของ อบต.แหลมตะลุมพุก เป็นหลัก  ในขณะที่ชาวบ้านทุกคนเห็นว่า อบต.แหลมตะลุมพุก ดำเนินการตรวจสอบไม่โปร่งใส ไม่เป็นธรรม สองมาตรฐาน ไม่เป็นไปตามข้อเท็จจริง ทำให้คนที่ได้รับตวามเสียหาย เดือดร้อนจริงๆ ไม่ได้การเยียวยาช่วยเหลือ ในขณะที่กล่มญาติ ๆ และพรรคพวกของผู้มีอำนาจที่ไม่ได้รับผลกระทบ ไม่ได้รับความเสียหายหรือเสียหายเพียงเล็กน้อยกลับได้รับการเยียวยาช่วยเหลืออย่างเต็มที่ ทั้งการก่อสร้างบ้านทั้งหลัง ปรับปรุงบ้านที่พังเสียหายบางส่วน การจ่ายเงินเยี่ยวยารายละ 11,000 บาท 5,000 บาท และ 1,000 บาทใครบ้างที่ได้รับมันตรวจสอบได้ไม่อยากว่าคนเหล่านั้นเสียหายมากน้อยแค่ไหน ในขณะที่ชาวบ้านได้รับความเสีหายย่อยยับจะจ่ายเยียวยา 1,000 บาทชาวบ้านรับไม่ได้ แต่ก็มีบางส่วนยอมรับดีกว่าไม่ได้อะไรเลย ทำให้ผู้ว่า ฯมาเหมารวมเอาว่าจากยอด  458 คน ได้รับการเยียวยาช่วยเหลือแล้ว จำนวน 331 คนเหลือ 127 คนไม่ได้รับการช่วยเหลือ ทั้ง ๆ ที่ในยอด 331 คน ได้รับการช่วยเหลือไม่เป็นไปตามความเสียหายจริงที่ควรจะได้รับการเยียวยา เขารับ 1,000 บาทเพราะดีกว่าไม่ได้อะไรเลย ส่วน 127 คนเขาไม่ยอมรับ 1,000 บาทแต่ไม่ใช่ว่าเขาจะไม่ได้รับความเสียหาย หรือไม่ได้รับผลกระทบประเด็นหลักคือประเด็นที่เราเรียกร้องให้มีการตรวจสอบการพิจารณาตั้งต้นของ อบต.แหลมตะลุมพุก ที่เป็นต้นตอที่มาของความไม่ถูกต้อง  ซึ่งทางจังหวัดไม่ได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงเหล่านี้ซึ่งพบได้อย่างง่ายดาย” 

 

           น.ส.ราตรี กล่วอีกว่า วันนี้ชาวบ้านไม่มีใครเชื่อและยอมรับการทำงานของเจ้าหน้าที่ตั้งแต่กัน ผู้ใหญ่บ้าน อบต.ในพื้นที่อีกแล้ว และประกาศยืนยันว่าเมื่อพวกเราถูกยี่ยีซ้ำเติม เราเจ็บปวกจากความเดือดร้อน เสียหายที่ได้รับจากพายุปาบึกแล้ว ยังถูกผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านเมืองแถลงข่าวยืนยันซ้ำเติมอย่างนี้ พวกเราจะปักหลักเรียกร้องขอความเป็นธรรมในกรุงเทพต่อไปจนกว่าจะได้รับความเป็นธรรมที่แท้จจริง เพาะกลับไปก็แตกต่างอะไรกัน ไม่มีบ้านอยู่อาศัย ไม่มีเรือประมงและเครื่องมือประมงออกประกอบอาชีพ สู้อยู่ที่กรุงเทพ หาวัดหรือสถานที่สาธารณะหลับนอน หางานรับจ้างทำเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการตอสู้เรียกร้องความเป็นธรรมต่อไปตามมีตามเกิด

            ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเจ้าหน้าที่จากหน่วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้พยายามเกลี้ยกล่อมแขอร้องให้ชาวบ้านเดินทางกลับ พร้อมยืนยันว่าทางสำนักนายกรัฐมนตรีจะแต่งตั้งคณะกรรมการจากส่วนกลางลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงตามที่ชาวบ้านร้องเรียนให้แล้วเสร็จภายใน 1 เดือนเพื่อให้การช่วยเหลือตมลำดับชั้นตอนต่อไป แต่ชาวบ้านยังไม่ตกลงรับปากว่าจะเดินทางกลับตามที่เจ้าหน้าที่ร้องขอหรือไม่.

ภาพ/คลิป ศูนย์ข่าวนคร 25ชม.สมาคมสื่อมวลชนนครศรีธรรมราช/ กลุ่มชาวบ้านแหลมตะลุมพุก อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช

ยุทธนะ  เตมะศิริ สำนักข่าวทีนิวส์นครศรีธรรมราช/รายงาน



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน









ข่าวที่เกี่ยวข้อง