กลับมาแล้ว!!ม็อบชาวแหลมตะลุมพุกบุกยื่นถวายฎีกาในหลวงก่อนเดินทางกลับโดยขบวนรถไฟถึงเมืองคอนโดยสวัสดิภาพ-อย่ากระพริบตา ก.ก.ส่วนกลางลงตรวจสอบ





เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 20 ก.ค. 2562  ที่สถานีรถไฟนครศรีธรรมราช กลุ่มประชาชนเหยื่อพายุปาบึกนำโดย น.ส.ราตรี คงประพันธ์ (ชูแก้ว) เจ้าของธุรกิจร้านอาหาร “ครัวชูแก้ว”รวมกว่า 50 คนที่เดินทางไปร้องเรียนขอความเป็นธรรมที่ทำเนียบรัฐบาล และยื่นฎีกาถวายในหลวงเพื่อขอความเป็นธรรมและช่วยเหลือกรณีประสบภัยพายุปาบึกเมื่อวันที่ 4 ม.ค. 2562 ซึ่งทางหนาวยงานในระดับพื้นที่พิจารณาชาวยเหลืออย่างไม่โปร่งใส ไม่เป็นธรรม สองมาตรฐาน ส่อทุจริตประพฤติมิชอบ ได้โดยสารรถไฟเดินทางกลับจากกรุงเทพมหานครมาถึงสถานีรถไฟจังหวัดนครศรีธรรมราช ท่ามกลางญาติ ๆ และพรรคพวกเพื่อนฝูงที่เดินทางนำรถยนต์กระบะมารับจากสถานีรถไฟนครศรีธรรมราช กลับบ้านที่ ต.แหลมตะลุมพุก อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช

            น.ส.ราตรี กล่าวว่าพวกเราเดินทางพร้อมนำเอกสารหลักฐานที่แบ่งเป็น 3 ชุดใส่กระเป๋าขนาดใหญ่ 2 กระเป๋ารวมกว่า 1,500 แผ่นออกเดินทางจากสถานีรถไฟนครศรีธรรมราชในเวลา 15.00 น.วันที่ 17 ก.ค.2562 ถึงสถานีรถไฟสามเสน กรุงเทพมหานคร ในเช้าของวันที่ 18 ก.ค. 2562 ท่ามกลางเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานทั้งสำนักนายก ฯ กระทรวงมหาดไทย ปภ.และอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องมารอรับเพื่อสกัดกันไม่ให้เรายื่นหนังสือร้องเรียนและยื่นถวายฎีกาต่อในหลวง และอ้างว่าการเดินเท้าไปยังพระบรมราชวงเพื่อยื่นถวายฎีกาเป็นสิ่งไม่เหมาสะมเพราะเขตพระราชฐาน แต่ตนยืนยันว่าเราไม่ได้มาประท้วง แต่มาเรียกร้องขอความเป็นธรรม อย่างไรก็ตามหลังได้ได้เชิญทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาร่วมปรุมรับฟังปัญหาและรับเรื่องร้องเรียน เจ้าหน้าที่ยืนยันว่าจะนำเสนอเรื่องให้นายกรัฐมนตรีแต่งตั้งคณะกรรมการจากสวนกลางลงไปสอบสวนในพื้นที่ใก้แล้วเสร็จภายใน 1 เดือน และไม่ต้องเข้ายื่นถวานฎีกาต่อในหลวง

 

             “ในตอนแรกชาวบ้านทุกคนก็พึ่งพอใจและจองตั๋วรถไฟเพื่อเดินทางกลบในช่วงเย็นวันที่ 18 ก.ค. 2562 แต่ขณะที่ขึ้นไปนั่งรอบนตู้โดยสารขบวนรถไฟปรากฏว่าสื่อมวลชนนำเสนอข่าวนายจำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช แถลงข่าวที่ศาลากลางจังหวัดระบุว่าจังหวัดได้ช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัยอย่างเต็มที่ และมีการตรวจสอบตามระเบียบทุกขั้นตอนพบว่ากลุ่มชาวแหลมตะลุมพุกที่ออกมาเรียกร้องไม่ได้ประสบภัย แต่ออกมาเรียกร้องอยากได้รับการช่วยเหลือด้วย จังหวัดพยายามี้แจงแต่ไม่ยอมรับฟัง ซึ่งการแถลงข่าวของผู้ว่า ฯเป็นการย่ำยีซ้ำเติมประชาชที่ได้รับวามลำบากเดือดร้อนอยู่แล้ว ทุกคนจึงตัดสินใจทิ้งตั๋วโดยสารลงจากขบวนรถไฟทันที และประกาศจะอยู่กรุงเทพเพื่อเรียกร้องความเป็นและจะต้องยื่นถวายฎีกาต่อในหลวงให้จนได้”

            น.ส.ราตรี กล่าวอีกว่าในเช่าวันที่ 19 ก.ค. 2562 พวกเราเดินทางมุ่งหนาไปยังพระราชวังทันที แม้จะมีเจ้าหน้าที่จากหลานหน่วยงานพยามจะสกัดกันทุกวิถีทาง โดยตนพร้อมเพื่อนอีก 1 คนได้นำเอกสารหลักฐานแยกตัวออกมา และให้กลุ่มชาวแหลมตะลุมพุกเดินตรงไปยังสำนักพระราชวัง เจ้าหน้าที่เข้าเจรจาพูดคุยเพื่อสกัดกั้นไม่ให้เข้ายื่นถวายฎีกาได้  ในขณะที่ตนซ่งแยกตัวออกมาไม่ถูกสกัดดกั้นจึงรีบเดินเข้าในสำนักพระราวงเป็นผลสำเร็จ และยื่นถวายฎีกาผ่านเจ้าหน้าที่ทันที ซึ่งในตอนแรกเจ้าหน้าที่จะไม่รบเรื่องถวายฎีกา แต่ตนได้นำพยานหลักฐานทั้งเอกสาร ภาพถ่าย คลิปออกมาวโชว์และเปรียบเทียบและชี้ให้เห็นถึงความไม่ยติธรรม ไม่โปร่งใส ไม่เป็นธรรม เลือกปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ อบต.แหลมตะลุมพุกอย่างแท้จริง ทำให้การเยียวยาช่วยเหลือไม่ตรงกบข้อเท็จจริง ชาวบ้านจำนวนมากที่ได้รับความเดือดร้อน บ้านพังเสียหายกลับไม่ได้รับการเยียวยาช่วยเหลือ ในขณะที่กลุ่มญาติและคนใกล้ชิดผู้มีอำนาจใน อบต.แหลมตะลุมพุก กลับได้รับการช่วยเหลืออย่างเต็มที่กระเบื้องแตกไม่ถึง 10 แผ่นทำหลักฐานเท็จรายงานจนได้รับการช่วยเหลือให้สร้างบ้านใหม่ให้ 1 หลัง มีการสวมตอบ้านที่พักเสียหายก่อนเกิดพายุปาบึกมาหลายปี เจ้าของบ้านออกไปอยู่ต่างอำเภอมานานแล้วแต่ยังมีบ้านเลขที่ปรากฏอยู่ ก็ได้การเยียวยาชวยเหลือก่อสรงบานใหม่ให้ทั้ง 2 หลัง อื่น ๆ ซึ่งเปรียบเทียบให้เห็นถึงความไม่เป็นธรรมอย่างชัดเจน จนในที่สุดเจ้าหน้าที่ก็รับเรื่องที่เรายื่นถวายฎีกาขอความเป็นธรรมและขอความช่วยเหลือจากในหลวง ซึ่งถือว่าเป็นจุดหมายปลายทางสูงสุดของพวกเราแล้ว






 “โดยหลังจากนั้นทางสำนักพระราชวังได้ให้การดูแลชาวแหลมตะบุมพุกเป็นอย่างดี และยืนยันว่าจะต้องมีการตรวจสอบข้อเท็จจริงและชวยเหลือชาวบ้านอย่างเต็มที่ พร้อมอำนวยความสะดวกในการเดินทางกลับมายังสถานีรถไฟอย่างสุดประทับใจ และเราได้โดยสารรถไฟกลับออกจากกรุงเทพเมื่อเวลา 17.30 น.วานนี้ (19 ก.ค.) กลับมาถึงจังหวัดนครศรีธรรมราชโดยสวัสดิภาพเมื่ออเช้าวันนี้(20 ก.ค.)ดังกล่าว

สาวนักสู้กลุ่มน้ำปากพนัง กล่าวว่า ตั้งแต่ก่อนเกิดเหตุ ขณะเกิดเหตุและหลังเกิดเหตุชาวบ้านต่างชื่นชมนายจำเริญ ทิพญพงธาดา ผู้ว่าราชการจังหวัด และรองผู้ว่า ฯทุกท่านที่ทุ่มเททำงานเพื่อช่วยเหลือประชาชน จนสามารถลดความสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สินประชาชนได้อย่างมหาศาล และการที่ชาวบ้านรวมตัวเรียกร้องเพื่อให้ตรวจสอบการทำงานของ อบต.แหมตะลุมพุก ที่พิจารณาเยียวยาช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างไม่เป็นธรรม ไม่โปร่งใส เลือกปฏิบัติและสองมาตรฐาน เล่นพรรคเล่นพวก แต่ผู้ว่า ฯและผู้บังคับบัญชากลับสั่งให้ อบต.แหลมตะลุมพุก รวมทั้ง อบต.ปากพนังฝั่งตะวันตก รายงานข้อเท็จจริง แน่นอนว่า อบต.ทั้งสองแห่งต้องรายงานแบบแก้ตัวปกปิดความผิดของตัวเอง ดังนั้นข้อมูลจากในท้องที่โดยเฉพาะของ  อบต.ที่รายงานมายังผู้ว่า ฯจะเป็นรายงานที่น่าเชื่อถือได้อย่างไร เหมือนเป็นการให้ผู้ที่ถูกกล่าวหาแก้ตัวและเอาสิ่งที่ผู้ถูกกล่าวหาแก้ตัวมาเป็นบรรทัดฐาน ในการช่วยเหลือเยียวยาช่วยเหลือผู้ประสบภัยได้อย่างไร ที่สำคัญผู้ว่า ฯนำมาเป็นข้อมูลหลักฐานในการแถลงข่าวให้ร้าย ใส่ใคร้ประชาชนที่ถ่อสังขารเดินทางนับพัน กม.ไปร้องเรียนนายกรัฐมนตรีและยื่นฎีกาถวายในหลวงเพื่อขอความเป็นธรรม พวกเราถือว่าท่านผู้ว่า ฯทำไม่ถูก ชาวบ้านเสียใจ เสียความรู้สึกกับท่านผู้ว่า ฯเป็นอย่างมาก

       “ในวันที่คณะกรรมการจากส่วนกลางเดินทางลงมาสอบสวนในพื้นที่ชาวแหลมตะบุมพุกและ ต.ปากพังฝังตะวันตก พวกเราจไม่ไว้หน้าใครทั้งสิ้น จะนำเอกสาร หลักฐาน ภาพถ่าย คลิก และนำชี้ในที่เกิดเหตุทุกจุด โดยเฉพาะที่บ้านพังทั้งหลังเหลือแต่ซาก เจ้าของบ้านไม่มีเงินก่อสร้างบ้านใหม่ หรือปรุงปรุงซ่อมแซมให้สามารถเข้าไปอาศัยอยู่ได้  ซึ่งตามกรอบการเยียวยาช่วยเหลือบ้านเหล่านี้จะต้องได้รับการก่อสร้างใหม่ แต่เจ้าหน้าที่บอกว่าไม่ใช่บ้านเป็นเหมือนรังหนู เป็นแค่โรงเคย เป็นต้น จึงไม่ให้การช่วยเหลือใด ๆ ทั้ง ๆ ที่บ้านทุกหลังที่พังเสียหายมีบ้านเลขที่ มีคนอยู่อาศัยต่อเนื่อง เจ้าหน้าที่เอามูลค่าราคาบ้านมาเป็นตัวชี้วัดและตัดสิน โดยมองว่าหากบ้านของชาวบ้านหลังไม่กี่หมื่นบาทได้รับการสร้างใหม่ให้ราคากว่า 2 แสนบาทมูลค่ามากกว่าบ้านที่เสียหายทั้งหลังจริง ทางราชการจะขาดทุนอย่างนั้นหรือ  และทำไมบ้านที่ไม่พังเสียหาย โดยพังมาก่อนหลายปีไม่เกี่ยวข้องพายุปาบึกจึงอนุมัติสร้างใหม่ให้ได้  ซุ้มร้านอาหารพังกระเบื้องแตกไม่ถึง 10 แผ่นและอยู่ในพื้นที่ชายหาดซึ่งเป็นพื้นที่สาธารณะมาเช่าทำร้านอาหาร ไม่อยู่ในกรอบหรือคุณสมบติที่จะได้รับการช่วยเหลือสร้างบ้านใหม่มูบ่ากว่า 2 แสนบาทหรือปรับปรุงซ่อมแซมตามที่เสียหายจริงไม่เกินหลังละ 33,000 บาท  แต่กลับอนุมัติให้สร้างใหม่ทั้งหลังและไปสร้างในที่เอกสารสิทธิ์ของเข้าของร้าน ซึ่งปัจจุบันหลังคาซุ้มที่กระเบื้องแตก 10 แผ่นมีการเปลี่ยนกระเบื้องใหม่และยังใช้การอยู่ตามปกติมาจนถึงขณะนี้ เขาได้บ้านไปฟรี ๆ 1 หลัง  ทำอย่างนี้ได้ด้วยหรือ ถูกต้องด้วยหรือ อยากทราบว่ามาตรฐานบรรทัดฐานการพิจารณาอยู่ตรงไหน หรือขึ้นอยู่กับความต้องการของผู้มีอำนาจเท่านั้น สิ่งเหล่านี้คือสิ่งที่เราต้องการให้ตรวจสอบและเอาผิดกับผู้มีอำนาจในแต่ละพื้นที่ แต่ทางจังหวัดยังดันทุรังเอาข้อมูล ที่เป็นข้อแก้ตัวมาใช้เป็นหลักฐานในการพิจารณาเยียวยาช่วยเหลือผู้ประสบภัย และยังเอามาใส่ความ ย่ำยีประชาชนที่ออกมาเรียกร้องขอความเป็นธรรม ขอเรียนว่าในวันที่คณะกรรมการลงมาพื้นที่ ไม่ว่าเป็นวันไหนเรื่องมันสนุกกว่านี้แน่นอน โปรดคอยติดตามอย่ากระพริบตา. น.ส.ราตรี กล่าวยืนยันหนักแน่นในที่สุด.

ภาพ/คลิป  ศูนย์ข่าวนคร 24 ชม.สมาคมสื่อมวลชนนครศรีธรรมราช

ข่าว  ยุทธนะ  เตมะศิริ สำนักข่าวทีนิวส์นครศรีธรรมราช



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน