โคราช ขุดพบโครงกระดูกมนุษย์โบราณพร้อมทั้งเครื่องปั้นดินเผาลายเชือกทาบอายุมากกว่า 2,000 ปี เตรียมนำขึ้นเป็นแหล่งเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์





ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ 22 ก.ค. 62 ที่บริเวณด้านหน้าศาลพระนารายณ์ วัดพระนารายณ์มหาราช วรวิหาร อ.เมือง จ.นครราชสีมา พระสีหราชสมาจารมุณี รองเจ้าอาวาสวัดพระนารายณ์มหาราช วรวิหาร รองเจ้าคณะจังหวัดนครราชสีมา  และ นาย  จารึก  วิไลแก้ว  ผู้อำนวยการสำนักศิลปากร 10 นครราชสีมา  พร้อมทั้งเจ้าหน้าที่สำนักศิลปากร 10 นครราชสีมา   ได้ร่วมกันตรวจสอบหลังจากที่ มีการขุดพบโครงกระดูกมนุษย์โบราณ พร้อมทั้งเครื่องปั้นดินเผาลายเชือกทาบ ซึ่งคาดว่ามี อายุมากกว่า 2,000 ปี  โดยมีประชาชนที่ทราบข่าวต่างเดินทางมามุงดูจำนวนมาก  บางรายนำธูปเทียนมากราบไหว้เพื่อความเป็นสิริมงคล  ขณะที่ทางวัดพระนารายณ์มหาราช วรวิหาร  เตรียมนำขึ้นมาจัดแสดงให้เป็นแหล่งเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์  พระสีหราชสมาจารมุณี รองเจ้าอาวาสวัดพระนารายณ์มหาราช วรวิหาร รองเจ้าคณะจังหวัดนครราชสีมา  เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า เนื่องจากทางวัดพระนารายณ์มหาราช วรวิหาร ได้มีการดำเนินการขุดค้นเพื่อหาข้อมูลทางประวัติศาสตร์ของวัดจังหวัดนครราชสีมา ดังนั้นทางสำนักศิลปากร 10 นครราชสีมา  พร้อมทั้งเจ้าหน้าที่ จึงได้มาดำเนินการขุดค้นเพื่อหาหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่บริเวณศาลพระนารายณ์ ซึ่งมีวัตถุโบราณที่บ่งบอกถึงยุคสมัยในสมัยศตวรรษที่ 15 และขุดที่บริเวณจุดที่ 2 ซึ่งอยู่ห่างจากศาลพระนารายณ์ประมาณ 80 เมตร  ซึ่งเป้นจุดที่ขุดพบโครงกระดูกมนุษย์โบราณ พร้อมทั้งเครื่องปั้นดินเผาลายเชือกทาบ

 

 

 

 

 






ด้าน นาย จารึก  วิไลแก้ว  ผู้อำนวยการสำนักศิลปากร 10 นครราชสีมา  กล่าวว่า การขจุดค้นทางโบราณคดีในครั้งนี้เป็นโครงการที่ทาง นาย วิเชียร จันทรโณทัย  ผู้ว่าราชการจังหวัดนคราชสีมา สนับสนุนงบประมาณมาให้เพื่อทำการศึกษาค้นคว้าในส่วนของที่เป็นปราสาทหิน  โดยเฉพาะที่บริเวณศาลพระนารายณ์ ซึ่งในปี พ.ศ.2507  หน่วยศิลปากรที่ 6 ได้มีการเคลื่อนย้ายโบราณวัตถุหลายอย่างอาทิเช่น ทับหลังนารายณ์บรรทมศิลปะ  ทับหลังรูปเทวดานพเคราะห์  ไปไว้ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติที่ อำเภอพิมาย  ส่วนการขุดค้นพบโครงกระดูกมนุษย์โบราณ พร้อมทั้งเครื่องปั้นดินเผาลายเชือกทาบ ทางสำนักศิลปากร 10 นครราชสีมา  เองก็ไม่ทราบมาก่อนแต่เนื่องจากมีการสุ่มขุดจึงได้พบโดยบังเอิญ โดยเฉพาะหลักฐานจากชั้นดินที่ขุดนั้นทำให้ทราบว่าเป็นสมัยอยุธยาช่วงปลาย ซึ่งเป็นสมัยที่สมเด็จพระนารายณ์มาสร้างเมืองนครราชสีมา   และจากการสันนิษฐานในเบื้องต้นซึ่งสังเกตจาก โครงกระดูกมนุษย์โบราณ พร้อมทั้งเครื่องปั้นดินเผาลายเชือกทาบ แล้วน่าจะมีอายุมากกว่า  2,000 ปี  ซึ่งมีความคล้ายคลึงกับโครงกระดูกที่ขุดพบที่ปราสาทหินพนมวัน  ดังนั้นทำให้ความเชื่อเดิมที่ว่าคนโคราชมาจากเมืองเสมานั้น ไม่น่าจะเป็นดังกล่าวแล้ว  ตนเชื่อว่าหากดูจากแผนที่แล้วทำหใทราบว่าเมืองโคราชน่าจะเป็นศูนย์กลาง  และน่าเชื่อว่าน่าจะมีชุมชนที่เก่าแก่กว่านั้นอาศัยอยู่   โดย โครงกระดูกมนุษย์โบราณที่พบนี้มีลักษณะหันศรีษะไปทางทิศตะวันตก ส่วนหน้านั้นจะหันไปทางทิศเหนือที่ตั้งพระอุโบสถกลางน้ำ  นอกจากนี้ยังพบชิ้นส่วนของเครื่องปั่นดินเผาจำนวนมากฝั่งอยู่ที่บริเวณดังกล่าว  ซึ่งทำให้สันนิษฐานได้ว่าภาขนะเครื่องปั่นดินเผานั้นเป็นการขึ้นรูปแบบง่ายๆ  และจะเห็นร่องรอยของลายนิ้วมืออยู่ภายใน  และเครื่องปั่นดินเผานั้นเป็นลายเชือกทาบซึ่งเป็นลายรุ่นที่เก่ามาก  ซึ่งจากนี้ไปก็จะดำเนินการขุดขึ้นมาเพื่อนำมาหาค่าอายุที่แน่นอน ก่อนที่ทางวัดพระนารายณ์มหาราช วรวิหาร จะนำมาจัดแสดงเป็นแหล่งเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์ต่อไป

 

 

 

 

 

ภาพ/ข่าว  ไพฑูรย์  คาบพิมาย  ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.นครราชสีมา               



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน









ข่าวที่เกี่ยวข้อง