ทำแผน เอสหน้าลาย" มือสังหาร 2 ศพ ปมพระเครื่องแลกยาบ้า ต้องดับชีพเพราะเป็นพระเครื่องปลอม




ตำรวจ 3 กองสืบฯ พลิกแผ่นดินล่า"เอสหน้าลาย" มือฆ่า 2 ศพที่กาญจนบุรี ปมตายพระเครื่องแลกยาบ้า  นำไปแห่ตามแผงพระเจอเป็นพระเครื่องปลอม ฉุนขาด โทรนัดเจรจาทวงค่ายาบ้า 4,500 บาท การเจรจาไม่เป็นผลชักปืนลูกซองสั้นจ่อยิงใส่จนเหยื่อเสียชีวิตทันที 1 ส่วนอีก1 ยังไม่ตายโหดสุดๆ สลัดปลอกกระสุนทิ้งเก็บปลอกใส่กระเป๋ากางเกงยัดลูกกระสุนปืนใหม่จ่อยิงเผาขนจนเหยื่อศพที่ 2 จนหมดลม หลังเกิดเหตุข่าวแพร่สะพัด ผบ.ตร.สั่งด่วน ผบช.ภาค 7 ให้ผู้การตำรวจกาญจน์ เร่งรัดสืบสวนติดตามจับกุมคนร้ายที่ก่อเหตุมาดำเนินคดีให้จงได้  โดยสั่งการให้ตำรวจชุดสืบสวนภาค 7 ลงพื้นที่ร่วม ตำรวจชุดสืบสวนจังหวัดกาญจน์ และตำรวจชุดสืบสวนเจ้าของพื้นที่บูรณาการกระจายกำลังพลิกแผ่นดินล่ามือฆ่า โดยใช้เวลา เพียง 24 ชม.  สุดท้ายคนร้ายที่ก่อเหตุฉายา"เอสลาย"เอเย่นต์ยาบ้าสักลายไปทั้งตัว อดีตขี้คุกเคยก่อคดีและต้องโทษมาแล้วถึง 4 คดี ก็จนมุมตำรวจชุด กก.สส.กาญจนบุรี ด้วยการใช้อุปกรณ์เครื่องมือพิเศษตรวจสอบหาเบาะแส นำกำลังบุกบ้านแต่ไม่เจอ ไปเจอขณะขี่รถออกจากบ้านเพื่อน ตรวจค้นตัวเจอพกปืนลูกซองสั้นที่ใช้ก่อเหต นำตัวไปสอบสวนจนยอมรับสารภาพเป็นคนลงมือก่อเหตุเพราะแค้นที่เอาพระเครื่องปลอมหลาย10 องค์มาขายแลกยาบ้า พอทวงถามก็บ่ายเบี่ยง จึงโทรศัพท์นัดหมายออกมาฆ่าชำระหนื้แค้น   สืบเนื่องจากกรณีนายธวัชชัย หรือจิว รักษากุล อายุ 21 ปี อยู่บ้านเลขที่ 2 หมู่ 3 ต.หนองกุ่ม อ.บ่อพลอย จ.กาญจนบุรีอดีตลูกชายเจ้าของโรงสีข้าวในหมู่บ้านท่าแจง ต.หนองกุ่ม อ.บ่อพลอย จ.กาญจนบุรี ซึ่งปัจจุบันปิดกิจการไปแล้ว หลังจากบิดาเสียชีวิต   และนายเสกสันต์ หรือเข้ ท่าแจง รูปสม อายุ 39 ปี อยู่บ้านเลขที่ 13 หมู่ 6 ต.หนองกุ่ม อ.บ่อพลอย จ.กาญจนบุรี ซึ่งเพิ่งพ้นโทษออกจากเรือนจำได้เพียง 2 เดือน ด้วยข้อหาครอบครองยาเสพติด และตรวจปัสสาวะเป็นสีม่วง   ถูกคนร้ายไม่ทราบจำนวนใช้อาวุธปืนลูกซองเบอร์ 12 จ่อยิงเผาจนเสียชีวิตทั้ง 2 ราย เหตุเกิดบนถนนลูกรังข้างคูระบายน้ำกลางทุ่งนา และไร่อ้อยในพื้นที่หมู่ 6 บ้านท่าแจง ต.หนองกุ่ม อ.บ่อพลอยฯ  เบื้องต้นตำรวจตั้งปมสังหารไว้ 2 ประเด็นคือ แก้แค้นส่วนตัว หรือไม่ก็ขัดผลประโยชน์ ตามข่าวที่นำเสนอไปแล้วนั้น   ความคืบหน้าล่าสุด มีรายงานข่าวว่า พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. สตช.ได้มีคำสั่งไปที่ พล.ต.ท.ธนา ชูวงศ์ ผบช.ภ.7 และ พล.ต.ต.สุวิทย์ ชาวศรีทอง ผบก.ภ.จว.กาญจนบุรี ให้เร่งรัดสืบสวนคลี่คลายคดีติดตามจับกุมคนร้ายที่ก่อเหตุมาดำเนินคดีให้เร็วที่สุด  เนื่องจากเป็นคดีนี้คนร้ายมีความโหดเหี้ยมและไม่เกรงกลัวกฎหมาย อีกทั้งเป็นคดีอุฉกรรจ์สะเทือนขวัญที่ประชาชนทั่วไปต่างให้ความสนใจเป็นอย่างมาก   
      ต่อมาเวลา 17.00 น.เจ้าหน้าที่ตำรวจชั้นผู้ใหญ่รวมทั้งทีมพนักงานสอบสวน สภ.บ่อพลอยฯ พร้อมด้วยกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งในและนอกเครื่องแบบ และตำรวจชุด กก.สส.ฯ ได้ควบคุมตัวนายรังษี ปานเปีย หรือเอสหน้าลาย. ผู้ต้องหาในคดีไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพยังจุดเหตุตามคำให้การ ท่ามกลางชาวบ้านทั้งตำบล รวมทั้งบรรดาญาติของผู้ที่ชีวิตทั้ง 2 คนที่ทราบข่าวต่างเดินทางมาดูการทำแผนประกอยคำรับส่ภาพ จำนวนกว่า 500 คนซึ่งบางคนตะโกนด่าสาปแช่งด้วยความโกธรแค้น
ซึ่ง พล ต.ต.สุวิทย์ ชาวศรีทอง ผบก.ภ.จว.กาญจนบุรี ต้องสั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งในและนอกเคริ่องแบบ ทำการปืดกั้นสถานที่ดิดเหตุตลอด 2 ข้างทางเนื่องจากหวั่นเกรงว่า ประชาชนและบรรดาญาติที่โกธรแค้น จะรุมประชาฑัณผู้ต้องหา


  

2ศพ

 การทำแผนประกอบคำรับสารภาพเริ่มต้นตั้งแต่นายรังษี ปานเปีย หรือเอสหน้าลาย ขับขี่รถ จยย.มาดักรอตรงจุดเกิดเหตุหลังโทรศัพท์นัดหมายกับนายเสกสันต์ ผู้ตายซึ่งขี่รถ จยย.มากับนายธวัชชัย ซึ่งเป็นเพื่อนของนายเสกสันต์ รวมทั้งขั้นตอนใช้อาวุธปืนลูกซองสั้นจ่อยิงผู้ตายทั้ง 2 คน จนนายเสกสันต์ เสียชีวิต ส่วนนายธวัชชัย ซึ่งไม่รู้อีโหน่อีเหน่ ขี่รถมาเป็นเพื่อนกับนายเสกสันต์ ซึ่งตอนนั้นยังไม่เสียชีวิต นายรังษี ปานเปีย มือปืนจอมโหด ซึ่งให้การตามคำรับสารภาพว่า ก่อนเกิดเหตุได้พกปืนลูกซองมามีลูกปืนรวม 3 นัด นัดแรกอยู่ในรังเพลิง ส่วนอีก 2 นัดอยู่ในกระเป๋ากางเกง โดยใช้ยิงผู้ตายรวมทั้งสื้น 3 นัด 2 นัดแรกยิงถูกผู้ตายทั้ง 2 คนจมล้มลง จากนั้นสลัดปลอกกระสุนปืนออกจากรังเพลิงเก็บปลอกกระสุนใส่กระเป๋า แล้วใส่ลูกกระสุนเข้าไปใหม่   เดินตรงไปที่ร่างของนายธวัชช้ย และจ่อยิงซ้ำจนนายธวัชชัยเสียชีวิต จากนั้นก็ขี่รถหลบหนีกลับบ้าน
    ส่วนสาเหตุเป็นเพราะเจ็บแค้นที่นายเสกสันต์ ผู้ตายนำพระเครื่อง 10 กว่าองค์มาขายให้เพื่อแลกยาบ้า รวมราคา 4,500 บาท ซึ่งเมื่อนำพระเครื่องไปแห่ตามแผงพระ ก็พบว่าพระเครื่องส่วนใหญ่เป็นของปลอม จึงโทรศัพท์ไปทวงถาม ก็ถูกนายเสกสันต์ พูดจาบ่ายเบี่ยงมาโดยตลอด จึงเกิดความแค้น จึงโทรศัพท์นัดให้ออกมาคุยกัน แต่ก็ถูกนายเสกสันต์ พูดจาในทำนองจะเบี้ยว จึงเกิดความแค้นใจ จึงชักอาวุธปืนออกมายิงระบายความแค้นดังกล่าว  จากการตรวจสอบประวัติย้อนหลังของเจ้าหน้าที่ตำรวจพบว่า นายรังษี ปานเปีย หรือเอส.หน้าลาย เคยต้องโทษในคดีมาแล้ว รวม 3 คดี มีทั้งคดีพยายามฆ่าผู้อื่น คดีครอบครองยาเสพติด และคดีลักทรัพย์  พื่อวางแผนสืบสวนหาเบาะแสของคนร้าย โดยใช้เวลานานประมาณกว่า 1 ชม.  จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจชุด กก.สส.ฯ ทั้ง 3 ชุดจึงได้แยกย้ายกันออกเดินทางเข้าพื้นที่ อ.บ่อพลอย  และพื้นที่ใกล้เคียงเพื่อกาบาะแสของคนร้าย โดยเมื่อเวลา11.00 น.  พ.ต อ.สมเกียรติ เพ็ญศิริสมบูรณ์ ผกก.สภ.บ่อพลอย ฯ ได้เชิญตีวนางอำพร รูปสม อายุ 69 ปี ทาสอบสวนปากคำเพิ่มเติมที่ห้องปฎิบัติการสืบสวน เพื่อหารายละเอียดเกี่ยวกับนายเสกสันต์ รูปสม ลูกชายที่ถูกยิงเสียชีวิต โดยใช้เวลาประมาณ 1 ชม     ต่อมาเวลา14.00 น.ของวันเดียวกัน พล.ต.ต.กฤษณะ ทรัพย์เดช รอง ผบช.ภาค 7 พร้อมด้วย พ.ต.อ.วุฒิพงษ์ เย็นจิตต์ รอง ผบก ภ.จว.กาญจนบุรี ได้เดินทางมาที่ สภ.บ่อพลอยฯ เพื่อเรียกประชุมตำรวจ 3 กองสืบสวน ได้แก่ ตำรวจชุดสืบสวนภาค 7 ตำรวจชุดสืบสวนจังหวัดกาญจนบุรี และตำรวจชุดสืบสวน สภ.บ่อพลอยฯ    เพื่อหาข้อมูลจากการแยกย้ายสืบสวนหาข้อมูลของคนร้าย และสาเหตุปมสังหารผู้ตายทั้ง 2 คน รวมทั้งการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดในคืนวันเกิดเหตุ

ข่าว-ภาพ/วันชัย แก้ววิลัย  สนั่น ศิลปะขจร ข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ กาญจนบุรี


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน




ข่าวที่เกี่ยวข้อง