อธิบดีธัญญา ติวเข้มเปิดโครงการฝึกอบรม เสริมสมรรถนะผู้นำหน่วยดับไฟป่า





 เมื่อเวลา 08.00 น.วันที่23ก.ค.2562 นายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้มอบหมายให้ นายจงคล้าย วรพงศธร รองอธิบดีกรมอุทยานฯ ไปเป็นประธานการฝึกอบรม เสริมสมรรถนะผู้นำหน่วยดับไฟป่า ที่ศูนย์ฝึกอบรมและพัฒนาการ ควบคุมไฟป่าภาคกลาง จ.กาญจนบุรี โดยมีนายศักดิ์ชัย จงกิจวิวัฒน์ ผู้อำนวยการส่วนควบคุมไฟป่า สำนักป้องกันปราบปราม และควบคุมไฟป่า / หัวหน้าหน่วยเฉพาะกิจพญาเสือ นายอนุรุทธ์ สุทธิวารินทร์กุล ผอ.ส่วนควบคุมไฟป่า นายชำนาญ สมฤทธิ์ หัวหน้าศูนย์ฝึกอบรม และพัฒนาการ ควบคุมไฟป่าภาคกลาง นายสาธิต ปิ่นกุล หน.อุทยานฯลำคลองงู พร้อมเจ้าหน้าที่ที่เข้ารับฝึกอบรม133สถานี จำนวน168 นายให้การต้อนรับ

                          

  ทั้งนี้นายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เปิดเผยว่า เนื่องจากภารกิจงานดับไฟป่า และแก้ปัญหาหมอกควัน เป็นภารกิจงานที่สำคัญยิ่งในการ รักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นงานที่หนักและเสี่ยงอันตรายมาก การที่จะให้ภารกิจแก้ไขปัญหาไฟป่า และหมอกควัน ประสบผลสำเร็จอย่างมีประสิทธิภาพได้นั้น จำเป็นต้องมีผู้นำหน่วยดับไฟป่า ที่มีความรู้และประสบการณ์ ในการปฏิบัติงานดับไฟป่า ทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ สิ่งที่สำคัญคือความพร้อมของร่างกายของผู้ปฏิบัติงาน ที่ต้องมีความพร้อมอยู่เสมอ สามารถประสานสั่งการ และควบคุมเจ้าหน้าที่ ให้ปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งจะต้องมีการถอดบทเรียน (After Action Review: AAR) เพื่อวิเคราะห์ปัญหาและอุปสรรค ซึ่งจะนำไปสู่การกำหนดแนวทาง และมาตรการในการแก้ไขปัญหาไฟป่า และปฏิบัติงานในปีถัดไป ดังนั้น เพื่อเป็นการเสริมสร้างศักยภาพ ของเจ้าหน้าที่ผู้นำหน่วยดับไฟป่า นำไปสู่การปฏิบัติงานดับไฟป่า ที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น รวมทั้งให้สามารถสั่งการ และมอบหมายงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

                         

   อธิบดีธัญญา เผยต่อว่า ได้เล็งเห็นและให้ความสำคัญของผู้นำหน่วยดับไฟป่า จึงจัดโครงการฝึกอบรมหลักสูตรเสริมสมรรถนะผู้นำหน่วยดับไฟป่า ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2562 จำนวน 1 รุ่น ขึ้นมาในระหว่างที่ 21-23 กรกฎาคม 2562  โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรม มีความรู้ด้านทฤษฎีการควบคุมไฟป่า ควบคู่ไปกับการฝึกทักษะ การปฏิบัติงานควบคุมไฟป่า ตามหลักวิชาการที่ถูกต้อง และได้รับวิทยาการใหม่เพิ่มเติม เพื่อใช้ในการปฏิบัติงาน เพิ่มประสบการณ์ และความสามารถในการทำงาน ร่วมกันอย่างบูรณาการ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยผู้เข้ารับการฝึกอบรม ประกอบด้วย ผู้อำนวยการส่วนควบคุมและปฏิบัติการไฟป่า สังกัดสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 1-16 และสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์สาขาทุกสาขา หัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการไฟป่า จำนวน 13 ศูนย์ หัวหน้าสถานีควบคุมไฟป่า จำนวน 133 สถานี และหัวหน้ากองอำนวยการควบคุมไฟป่าพระราชวังไกลกังวล 1 กองอำนวยการ รวมทั้งสิ้น 168 คน โดยดำเนินการฝึกอบรมให้มีทั้งภาคทฤษฎีและปฏิบัติ เพื่อให้สามารถนำไปประยุกต์ในการปฏิบัติงานให้เกิดประสิทธิภาพและปลอดภัย

                         






ทางด้าน นายจงคล้าย  วรพงศธร ได้กล่าวมอบนโยบายและแนวทาง การปฏิบัติงานควบคุมไฟป่า แก่คณะเจ้าหน้าที่ผู้นำหน่วย ที่เข้ารับการฝึกอบรมฯว่า การเป็นผู้นำเป็นทั้งศาสตร์และศิลป์ ที่ว่าเป็นศาสตร์ก็เพราะว่า การเป็นผู้นำจำเป็นต้องใช้ ฐานความรู้ทางวิชาการ ที่หลากหลายมาใช้ในการปฏิบัติหน้าที่ ในฐานะผู้นำ ที่ว่าเป็นศิลป์ก็เพราะว่า การเป็นผู้นำจำเป็นต้องมีการประยุกต์ ใช้ความรู้ทางวิชาการ และวิทยาการใหม่ๆ มาบูรณาการให้เข้ากับสถานการณ์ต่าง ๆ เพราะสภาพการณ์ในสถานการณ์ความเป็นจริง การปฏิบัติงานภารกิจดับไฟป่านั้น ไม่มีอะไรที่แน่นอนตายตัว เราต้องใช้เทคนิคกลยุทธ์ในการปฏิบัติหน้าที่ ที่มีการสั่งสมความรู้และประสบการณ์ มาใช้ปฏิบัติงานและแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นได้ ดังนั้นความรู้และประสบการณ์ ที่ได้รับในครั้งนี้ จึงเป็นส่วนหนึ่งแห่งองค์ความรู้ และศิลปะที่จะนำมาใช้ในการดำเนินงาน ซึ่งมีความจำเป็นอย่างมาก ในการปฏิบัติงานภารกิจดับไฟป่า อีกทั้งผู้นำต้องศึกษาและเรียนรู้วิทยาการใหม่ๆ อย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ เพื่อเป็นการสั่งสมประสบการณ์ และพัฒนาตัวเอง เชื่อมั่นว่า ทุกท่านจะได้ใช้โอกาสนี้ ให้เป็นประโยชน์ในการต่อยอด การปฏิบัติงานในฐานะผู้นำองค์กร ดับไฟป่าต่อไปในอนาคต

                         

รองอธิบดีจงคล้าย กล่าวต่อว่า ได้ให้แนวทางการปฏิบัติงานควบคุมไฟป่า แก่ผู้นำหน่วยดับไฟป่าเพิ่มเติมอีกว่า นับว่าเป็นสิ่งน่ายินดียิ่ง สำหรับทุกคนที่มีโอกาส ได้เข้ารับการฝึกอบรมในครั้งนี้ เนื่องด้วยสถานการณ์ปัจจุบัน ทรัพยากรป่าไม้ และสิ่งแวดล้อมในภาพรวม ถูกทำลายลงอย่างรุนแรงและกว้างขวาง เกิดการผันแปรของสภาพภูมิอากาศ ช่วงฤดูแล้งมักมีระยะเวลาที่ยาวนานขึ้น และความแห้งแล้งทวีความรุนแรงมากขึ้น ทำให้ไฟป่ามีความรุนแรงมากขึ้น ตามไปด้วย 

                                                  

  ดังนั้นเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว จึงจำเป็นต้องมีการฝึกทบทวนเพิ่มเติม องค์ความรู้อย่างสม่ำเสมอ และต่อเนื่องทั้งภาคทฤษฎี และทักษะในการปฏิบัติงานอย่างเหมาะสม ให้กับหัวหน้าหน่วยงานภาคสนาม ในสังกัดสำนักป้องกันปราบปราบ และควบคุมไฟป่า  เพื่อให้มีความรู้  ความสามารถ  และประสบการณ์  สามารถปฏิบัติภารกิจดับไฟป่า ให้สำเร็จลุล่วงได้อย่างรวดเร็ว และปลอดภัย และเชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่งว่า หลังจากผ่านการฝึกอบรมในครั้งนี้ ผู้เข้ารับการฝึกอบรมจะได้นำความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์ ที่ได้จากการฝึกอบรม ไปใช้ในการปฏิบัติงานให้เกิดประโยชน์สูงสุด และมีคุณภาพออกไปปฏิบัติงาน ในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพต่อไป และจะเป็นส่วนสำคัญในการป้องกัน และรักษาทรัพยากรป่าไม้ได้อย่างยั่งยืนตลอดไป

                         

                                  วุฒิเดช ก้อนทองคำ / ธวัชชัย สุขุม / กีรติ ก้อนทองคำ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.กาญจนบุรี



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน