บานปลาย!!ผู้ว่า ฯลงพื้นที่ชาวแหลมตะลุมพุกเฮโลห้อมล้อมชี้ให้เห็นกับตาความไม่เป็นธรรมเยียวยาเหยื่อปาบึก-สาวแกนนำโดนปองร้ายหนีตายเข้าเมือง





            จากกรณีที่นายจำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงการพิจารณาเยียวยาช่วยเหลือผู้ประสบภัยพายุปาบึก หลังจากตัวแทนชาวแหลมตะลุมพุกเดินทางเข้ากรุงเทพ ร้องเรียนขอความเป็นธรรมกับนายกรัฐมนตรีและยื่นถวายฎีกาขอความช่วยเหลือในหลวงรัชกาลที่ 10 เมื่อระหว่างวันที่ 17-19 ก.ค.ที่ผ่านมาโดยมอบหมายให้นายถาวรวัฒน์ คงแก้ว รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นประธาน พร้อมเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเดินทางไปพบชาวบ้าน ณ โรงเรียนราษฎร์ประชานุเคราะห์ ตำบลแหลมตะลุมพุก อำเภอปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช นอกจากนี้ทางฝ่ายทหารกองทัพภาคที่ 4 ได้ร่วมเดินทางลงพื้นที่เพื่อเคลียร์ปัญหาดังกล่าวด้วย อย่างไรก็ตามทางนายประยุทธ์ แก้วประสิทธิ์ นายก อบต.แหลมตะลุมพุก อ.ปากพนัง ได้ทำหนังสือเชิญชาวบ้านร่วมกิจกรรมประชุมพบปะ พูดคุย/เสวนา เพื่อการพัฒนาพื้นที่แหลมตะลุมพุก ณ โรงเรียนราษฎร์ประชานุเคราะห์ ตำบลแหลมตะลุมพุก อำเภอปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช เวลา 13.30 น. ซึ่งเป็นที่เดียวกัน สร้างความหวาดระแวงสงสัยว่าทางราชการมีการวางแผนการณ์ใดเพื่อดำเนินการในเรื่องนี้หรือไม่ จนกระทั้งในที่ประชุมวันที่ 25 ก.ค.ผ่านมาชาวบ้านไม่พอใจลุกเดินหนีจนเกือบหมด ทำให้การประชุมหาแนวทางแก้ปัญหาต้องยุติโดยปริยาย ตามที่เป็นข่าวมาแล้วนั้น

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในเวลา 09.30 น.วันที่  26 ก.ค. 2562 นายจำเริญ  ทิพญพงศ์ธาดา ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช พร้อมคณะที่เกี่ยวข้องทั้งฝ่ายตำรวจ ทหาร ลงพื้นที่ ต.แหมตะลุมพุก ตามโครงการ “ประชารัฐประสานใจ ทหาร ตำรวจและพลเรือน โดยหวังจะมีการหยิบยกปัญหาการร้องเรียนขอความเป็นธรรมของชาวบ้านที่ประสบภัยพายุปาบึกมาหาทางแก้ปัญหา ณ.โรงเรียนราษฎร์ประชานุเคราะห์ ต.แหลมตะลุมพุก โดยนายประยุทธ์ แก้วประสิทธิ์ นายก อบต.แหลมตะลุมพุก อ.ปากพนัง กำนัน ผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ให้การต้อนรับ อย่างไรก็ตามชาวบ้านใน ต.แหลมตะลุมพุก  ไม่ยอมเข้าร่วมกิจกรรมจนทางกำนัน ผู้ใหญ่บ้านและเจ้าหน้าที่ อบต.แหลมตะลุมพุกต้องออกไปเกณฑ์มาร่วมกิจกรรม ซึ่งมีชาวบานยอมเดินทางมาร่วมกิจกรรมเพียง 20-30 คนเท่านั้น

ในที่สุดนายจำเริญ ได้ตัดสินใจนำคณะเดินทางไปยังบ้านของผู้ประสบภัย ในขณะเดียวกันคนอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่่ของทางราชการได้ลงไปพบปะสอบถามชาวบ้านที่ขึ้นป้ายไวนิลหน้าบ้านเรียกร้องขอความเป็นธรรม พร้อมสอบถามว่าใครอนุญาตให้ทำป้ายดังกล่าวมาติด และมีความประสงค์ใด ชาวบ้านจึงกล่าวตอบว่าทำขึ้นเองติดเอง เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับรู้รับทราบถึงความไม่ชอบธรรม ไม่โปร่งใส และความเดือดร้อนของประชาชนที่ประสบภัยพายุปาบึกแต่ไม่ได้รับการช่วยเหลือตามกรอบของทางราชการที่กำหนด เจ้าหน้าที่คนดังกล่าวพยายามตอบโต้ในลักษณะข่มขู่ให้ชาวบ้านหวาดกลัวและปลดป้ายออก แต่ไม่ประสบความสำเร็จเพราะชาวบ้านยืนยันที่จะติดป้ายข้อความดังกล่าวต่อไป  เพราะเป็นสิทธิอันชอบธรรมของชาวบ้านใครจะมาห้ามไม่ได้ ทำให้เจ้าหน้าที่เกิดการโต้เถียงกับชาวบ้านเสียงดังลั่น โดยชาวบ้านได้แห่มารุมล้อมตอบโต้และประณามเจ้าหน้าที่ดังกล่าวอย่างดุเด็ดเผ็ดร้อน จนเจ้าหน้าที่คนดังกลาวต้องเดินเลี่ยงหลบหนีไป

และในขณะที่นายจำเริญ พร้อมคณะเดินลงมาที่บ้านของชาวบ้านที่ได้รับความเดือดร้อน ชาวบ้านจำนวนมากเข้ามาห้อมล้อมและพยายามอธิบายถึงความเดือดร้อนพร้อมยกตัวอย่างบ้านที่ได้รับการช่วยเหลือและไม่ได้รับการช่วยเหลือขึ้นมาเปรียบเทียบให้ผู้ว่า ฯเห็นถึงความไม่โปร่งใส ไม่เป็นธรรม สองมาตรฐานเล่นพรรคเล่นพวกอย่างชัดเจน  เช่นกรณีบ้านสองพ่อลูกพิการทั้งสองที่น้ำท่วมข้าวของในบ้านเสียหายทั้งหมดกับร้านของของชำที่อยู่ติดกัน โดยระบุวาบ้านสองพ่อลูกไม่ได้รับการช่วยเหลือเยียวยาใด ๆ แต่ร้านขายของชำที่มีฐานะดี เป็นญาติของผู้มีอำนาจใน อบต.แหลมตะลุมพุก กลับได้รับการช่วยเหลือเป็นเงิน 5,000 บาท

เปิปคลิป!!อารมรณ์ของชาวแหลมตะลุมพุกหลังไม่พอใจผู้ว่า ฯงพื้นที่ตรวจสอบการเยียวยาช่วยเหลือผู้ประสบภัยพายุปาบึกอย่างไม่เป็นธรรม





นอกจากนี้ชาวบ้านทั้งหมดและพยายามจะนำผู้ว่าราชการจังหวัด ไปตรวจสอบบ้านที่ประสบภัยอีกหลายหลังทั้งที่เสียหายทั้งหลัง และเสียหายบางส่วนที่จนถึงปัจจุบันก็ยังไม่ได้ก่อสร้างใหม่ หรือซ่อมแซม เนื่องจากไม่ได้รับการช่วยเหลือ ชาวบ้านจำนวนมากยังไร้ที่อยู่อาศัยได้รับความเดือดร้อนอย่างหนักมาตลอดระยะเวลา 7 เดือน  ในขณะที่บ้านที่ได้รับการช่วยเหลือให้สร้างใหม่ทั้งหลัง ทั้ง ๆ ไม่ได้รับความเสียหายหรือเสียหายเล็กน้อย  เพราะเป็นญาติหรือพรรคพวกของผู้มีอำนาจใน อบต.แหลมตะลุมพุก   โดยชาวบ้านแห่มาห้อมล้อมผู้ว่า ฯมากขึ้นเรื่อย ๆ และยังแสดงความไม่พอใจที่ผู้ว่า ฯแถลงข่าวในวันที่ชาวบ้านขึ้นไปร้องที่สำนักนายกรัฐมนตรี และถวายฎีกาขอความเป็นธรรมและขอความช่วยเหลือจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่สำนักพระราชวัง ทำให้ชาวบ้านรู้สึกว่าพวกเขาเป็นพม่าไม่ใช่คนไทยจึงไม่ได้รับการช่วยเหลือจกหน่วยงานในระดับจังหวัด ในที่สุดเจ้าหน้าที่เกรงว่าเหตุการณ์จะลุกลามบานปลายจนเกินที่จะควบคุุมได้จึงรีบกันผู้ว่ากลับขึ้นรถรีบขับออกไปอย่างรวดเร็ว ท่ามกลางเสีงตะโกนโห่ร้องและวิ่งไล่ตามรถของผู้ว่าราชการจังหวัด

น.ส.ราตรี คงประพันธ์(ชูแก้ว) กล่าวว่าในวันนี้ผู้ว่า ฯพื้นที่แต่ไม่ได้รับความร่วมมือจากชาวบ้านเข้าร่วมกิจกรรม จนผู้ว่า ฯต้องลงมาพบชาวบานตามบ้านเรือนด้วยตัวเอง ท่ามกลางชาวบ้านที่แห่เข้าห้อมล้ออธิบายชี้แจง และระบุให้เห็นถึงความไม่โปร่งใส ไม่เป็นธรรม สองมาตรฐานเล่นพรรคเล่นพวกของผี้อำนาจใน อบต.แหลมตะลุมพุก จนเหตุการณ์หวิดจะบานปลายจนผ่าต้องรีบขึ้นรถออกจากพื้นที่ไปในที่สุด โดยอย่างน้อยท่านผู้ว่า ฯได้รับรู้ รับทราบข้อเท็จจริง ได้เห็นความไม่เป็นธรรม ด้วยตาของท่านเอง เพื่อนำกลับไปพิจารณาทบทวนเรื่องราวที่เกิดขึ้นทั้งหมดว่ามีต้นตอมาจากใคร

 

“ชาวบ้านมีปัญหา ให้ความร่วมมือกับทางราชการมาตลอด แต่ทางราชการโดยเฉพาะ อบต.แหลมตะลุมพุก กระทำการอย่างไม่เป็นธรรม ไม่โปร่งใส ไม่เป็นไปตามกรอบที่กำหนด สองมาตรฐานเล่นพรรคเล่นพวก ชาวบานร้องเนขอความเป็นธรรมทั้งในระดับพื้นที่จนถึงระดับจังหวัด แต่ทุกอย่างไม่มีการแก้ไขยังเหมือนเดิม ตอกย้ำถึงความไม่ถูกต้อง ไม่เป็นธรรม ผ่านมาเกือบ 7 เดือน ชาวบ้านสุดจะทนไหวจึงเดินทางเข้าร้องเยนต่อนายกรัฐมนตรีที่ทำเนียบรัฐบาลถวายฎีกาขอความเป็นธรมจากในหลวง  แทนที่จังหัดหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะลงมาในพื้นที่และตั้งธงในการตรวจสอบทุจริต ไม่เป็นธรรมของ อบต.แหลมตะลุมพุก กลับมาตรวจสอบอะไรต่อมิอะไรกับชาวบ้านอีก พวกเราจึงรับไม่ได้ และไม่เชื่อใจเจ้าหน้าที่นระดับจังหวัดอีกแล้ว ชาวแหลมตะลมพุกรอเจ้าหน้าที่จากกระทรวงมหาดไทยและจากพระราชสำนักรวมทั้งเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องจากส่วนกลางงมาตรวจสอบตามที่ให้สัญญาว่าจะดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 1 เดือน”

น.ส.ราตรี กล่าวอีกว่า จริง ๆแล้วตนและนำชาวบ้านหลายคนไม่ได้เป็นแกนนำใด ๆ เพียงแต่ชาวบานแหลมตะลุมพุกไม่รู้จะไปพึ่งใครได้ จึงนำเอกสารหลักฐานร้องขอความเป็นธรรมมาให้ตนเป็นผู้เก็บรวบรวมไว้เท่านั้น ซึ่งหลังจากเหตการณ์ลุกลามบานปลาย สร้างความแตกแยกให้เกิดในพื้นที่อย่างรุนแรง ทำให้ชาวบ้านที่มาร่วมเรียกร้องขอความเป็นธรรมถูกผู้มีอำนาจกดดัน ข่มขู่ คุกคามทำให้รู้สึกได้ถึงความไม่ปอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน เพราะผู้มีอำนาจประกาศกับชาวบ้านหลายคนที่เรียกร้องขอความเป็นธรรมว่า “จะให้ลูกปืนแทน” ทุกคนจึงอยูในความหวาดผวาและระมัดระวังตัวมากขึ้น โดยเฉพาะตนต้องหลบหนีมานอนที่บ้านญาติในตัวเมืองนครศรีธรรมราช แต่ตนทำในเรื่องที่ถูกต้องหากจะฆ่าตน จะยิงตนให้ตายตนไม่กลัวตาย และเชื่อว่าแม้ตนตายไปเรื่องก็คงไม่ยุติแต่จะยิ่งลุกลามบานปลายใหญ่โตมากขึ้นอย่างแน่นอน

“เราไม่หวังพึ่งเจ้าหน้าที่ทุกหน่วยที่เกี่ยวข้องในระดับจังหวัดอีกแล้ว จะรอเจ้าหน้าที่จากส่วนกลางเพียงอย่างเดียวเท่านั้น และในขณะนี้สื่อมวลชนหลายสำนักที่นิ่งเฉยไม่ได้นำเสนอข่าวกรเรียกร้องขอความเป็นธรรม ในเรื่องนี้เลยในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมาได้กลับมาสนใจติดตามและนำเสนอข่าวบ้างแล้ว ชาวแหลมตะลุมพุก จึงคาดหวังและเชื่อมั่นว่าสื่อมวลชนจะช่วยนำเสนอข้อเท็จจริง ให้สังคมได้รับทราบและร่วมเรียกร้องขอความเป็นธรรมจนถึงที่สุด” น.ส.ราตรี กล่าว ก่อนจะขอเดินทางเข้าตัวเมืองพร้อมคณะของสื่อมวลชน.

ภาพ/คลิป ศูนย์ข่าวนคร 24 ชม.สมาคมสื่อมวลชนนครศรีธรรมราช

ข่าว  ยุทธนะ  เตมะศิริ สำนักข่าวทีนิวส์นครศรีธรรมราช



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน