งานเข้า!!ศาลวินิจฉัยคดี “เทพไทและน้องชาย”โกงเลือกตั้งนายก อบจ.เมืองคอนมีมูล-สองพี่น้องต้องไปมอบตัวต่อศาลก่อนวันนัดไต่สวนพยานโจทก์ 23 ก.ย.นี้





ศาลวินิจฉัย “เทพไทและน้องชาย”โกงเลือกตั้งนายก อบจ.เมืองคอนคดีมีมูล-เผยสองพี่น้องต้องไปมอบตัวต่อศาลก่อนวันนัดไต่สวนพยานโจทก์ 23 ก.ย.นี้และต้องยืนหลักทรัพย์ประกันตัวในฐานะจำเลยสมบูรณ์แบบ-หากขัดขืนไม่ไปรายงานตัวต่อศาลตามหมายเรียกมีสิทธิ์โดนหมายจับ

(1 ส.ค.) นายพิชัย บุณยเกียรติ อดีตนายก อบจ.นครศรีธรรมราช และเป็นน้องชายของนายชินวรณ์ บุณยเกียรติ รองหัวหน้าประชาธิปัตย์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยว่า จากการที่มอบอำนาจให้นายสุวิทย์ ศิริวุฒิ ทนายความ ยื่นฟ้องนายมาโช เสนพงศ์ เป็นจำเลยที่ 1 และนายเทพไท เสนพงศ์ แกนนำคนสำคัญของพรรคประชาธิปัตย์ พี่ชายนายมาโนช  เป็นจำเลยที่ 2 ร่วมกันโกงเลือกเลือกตั้งนายก อบจ.นครศรีธรรมราช เมื่อต้นปี 2557ตามคดีอาญา หมายเลขคดีดำที่ 147/2562 ซึ่งศาลนัดไต่สวนมูลฟ้องในวันที่ 12 พฤษภาคม 2562 และนัดฟังคำสั่งศาลในวันที่ 31 กรกฎาคม 2562 ที่ผ่านมา ซึ่งศาลวินิจฉัยว่าคดีมีมูลในการยื่นไต่สวนคำฟ้องคดี และเข้าสู่ขบวนการพิจารณาโดยศาลสืบพยานโจทก์ในวันที่ 23 กันยายน 2562 ตั้งแต่เวลา 09.30 น.เป็นต้นไป

 

            นายสุวิทย์ ศิริวุฒิ ทนายความ เปิดเผยว่าเมื่อวานนี้ (31 ก.ค.)ได้นัดโจทก์และจำเลยไปรับฟังคำสั่งศาล ณ.บัลลังก์ 5 ศาลจังหวัดนครศรีธรรมราช โดยนายพิชัย บุณยเกียรติ โจทก์ พร้อมด้วยตนเดินทางไปศาล ส่วนนายมาโนช เสนพงศ์ และนายเทพไท เสนพงศ์ ไม่ได้เดินทางมาศาลแต่มอบหมายให้ทนายความและญาติมารับฟังคำสั่งศาลแทน ซึ่งในคดีนี้ศาลได้พิจารณาวินิจฉัยแล้วมีคำสั่งว่าคดีมีมูล จึงประทับรับฟ้องและนัดไต่สวนหรือสืบพยานโจทก์ในวันที่ 23 กันยายน 2562  แต่ก่อนถึงวันสืบพยานโจทก์ศาลจะมีหมายเรียกให้นายมาโนช และนายเทพไท ไปรายงานตัวต่อศาลก่อนพร้อมยื่นหลักทรัพย์ประกันตัว โดยศาลจะพิจารณาว่าจะให้ประกันตัวหรือไม่ หากศาลอนุญาตให้ประกันตัวจำเลยทั้งสองก็เป็นอิสระ แต่หากศาลไม่ให้ประกันตัวศาลจะฝากขังจำเลยในเรือนจำกลางนครศรีธรรมราชต่อไป และหากจำเลยทั้งสองขัดขืนไม่ยอมไปรายงานตัวต่อศาลตามหมายเรียก ศาลจะพิจารณาออกหมายจับกุมต่อไป

            จากคดีโกงเลือกตั้งนายก อบจ.นครศรีธรรมราช เมื่อต้นปี 2557  นับเป็นคดีมหากาพย์ โดยผลการเลือกตั้งนายก อบจ.นครศรีธรรมราช เมื่อต้นปี 2557 ผลการนับคะแนนปรากฏว่านายพิชัย บุณยเกียรติ อดีตสมาชิก หรือ ส.ว. นครศรีธรรมราช อดีตนายก อบจ.นครศรีธรรมราช และเป็นน้องชายของนายชินวรณ์ บุณยเกียรติ รองหัวหน้าประชาธิปัตย์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พ่ายแพ้การเลือกตั้งต่อนายมาโนช เสนพงศ์ น้องชายของนายเทพไท เสนพงศ์ แกนนำพรรคประชาธิปัตย์  แต่นายพิชัย ได้ยื่นร้องต่อ กกต.ว่านายมาโช เสนพงศ์ และนายเทพไท เสนพงศ์ พี่ชาย โกงเลือกเลือกตั้ง โดยวิธีการเลี้ยงโต๊ะจีนประมาณ 20-30 โต๊ะ ในร้านอาหารแห่งหนึ่งในระหว่างการหาเสียงเลือกตั้งนายก อบจ.นครศรีธรรมราช โดยการจัดเลี้ยงที่เกิดขึ้นเป็นการฝ่าฝืน พรบ.การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น 2545 มาตรา 57 วรรคหนึ่ง (4) และมาตรา 118 โดยมีเจตนาช่วยเหลือให้กระทำความผิด  ทาง กตต.มีมติเป็นเอกฉันท์ให้ใบแดงนายมาโนช เสนพงศ์ และชี้มูลความผิดนายเทพไท เสนพงศ์ และพวกอีกจำนวนหนึ่ง ซึ่งต่อมาคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. ได้ร้องต่อศาลอุทธรณ์ภาค 8 แผนกคดีเลือกตั้ง ศาลอุทธรณ์ภาค 8 ได้มีคำสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของนายมาโนช เสนพงศ์ จำเลยที่ 1  ส่งผลให้นายมาโนช พ้นจากตำแหน่งนายก อบจ.นครศรีธรรมราช และศาลอุทธรณ์ ได้ให้คณะกรรมการการเลือกตั้งได้มีมติให้ดำเนินคดีอาญากับจำเลยทั้งสอง ตามคำวินิจฉัยที่ 56/2558 ลงวันที่ 9 มีนาคม 2558 แต่จนถึงบัดนี้เรื่องก็ยังไม่สามารถส่งฟ้องได้อยู่ระหว่างการพิจารณาในชั้นอัยการสูงสุด จนนายพิชัย บุณยเกียรติ ผู้เสียหายและโจทก์ร่วมได้ตัดสินใจยื่นฟ้องส่วนตัวนายมาโนช เสนพงศ์ และนายเทพไท เสนพงศ์ ต่อศาลจังหวัดนครศรีธรรมราช เมื่อวันที่ 12 มีนาคม 256 และศาลได้นัดนัดไต่สวนมูลฟ้องในวันที่ 12 พฤษภาคม 2562 และนัดโจทก์และจำเลยมาฟังคำศาลในวันที่ 31 ก.ค. 2562 ที่ผ่านมา โดยศาลวินิจฉัยว่าคดีมีมูลจะประทับรับฟ้องและนัดไต่สวนพยานโจทก์ในวันที่ 23 กันยายน 2562 ดังกล่าว






ในขณะที่นายพิชัย บุณยเกียรติ ในฐานะผู้เสียหายและโจทก์ในคดีกล่าวอีกว่า หลังจากที่ศาลอุทธรณ์ได้มีคำพิพากษา หลังจากนั้นคณะกรรมการการเลือกตั้งได้มีมติให้ดำเนินคดีอาญากับจำเลยทั้งสอง ตามคำวินิจฉัยที่ 56/2558 ลงวันที่ 9 มีนาคม 2558 ซึ่งต่อมาคณะกรรมการการเลือกตั้งได้เข้าร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนแล้วแต่ปรากฎว่าคดีมีความล่าช้าจนถึงปัจจุบันล่วงเลยมากว่า 4 ปี เพราะมีความเห็นแย้งกันมาตลอดตั้งแต่พนักงานสอบสวนมีความเป็นสั่งฟ้องทั้งสองคน แต่ ผกก.กลับมีความเห็นสั่งไม่ฟ้องทั้งสองคน และส่งสำนวนถึงอัยการจังหวัดนครศรีธรรมราช  แต่อัยการ ฯมีความเห็นสั่งฟ้องทั้งสองคน ตามขั้นตอนกฎหมายจึงต้องส่งเรื่องไปถึงอธิบดีศาลอุทธรณ์ภาค 8  แต่ศาลอุทธรณ์ภาค 8 สั่งฟ้องนายมาโนช จำเลยที่ 1 แต่สั่งไม่ฟ้องจำเลยที่ 2

 

             “เมื่อเป็นเช่นนั้นจึงต้องส่งสำนวนถึงผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 และปรากฏว่าผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 มีความเห็นแย้งกับอธิบดีศาลอุทธรณ์ภาค 8 โดยมีความเห็นสั่งฟ้องทั้งนายมาโนช และนายเทพไท พี่ชาย ดังนั้นขั้นตอนสุดท้ายจึงส่งสำนวนถึงอัยการสูงสุดเพื่อพิจารณาสั่งฟ้องหรือสั่งไม่ฟ้อง แต่เรื่องยังเงียบหายล่าช้าจนเมื่อต้นปี 2562 ตนจึงเข้าร้องขอความเป็นธรรมต่ออัยการสูงสุดเพื่อให้เร่งรัดสั่งคดีว่าจะฟ้องหรือไม่ฟ้อง  แต่ก็ยังไม่มีความคืบหน้าใด ๆโดยกลุ่มคดีทุจริตการเลือกตั้งนายก อบต.นครศรีธรรมราช ที่เกี่ยวข้องกันที่ตนยื่นร้องต่อ กกต.พร้อม ๆ กันมีจำเลย 9 คน ที่ผ่านมาเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมและถูกศาลพิพากษาจำคุกไปแล้วถึง 7 ราย มีระวางโทษ 1-7  ปี แต่ในส่วนของนายมาโนช เสนพงศ์ และนายเทพไท เสนพงศ์  จำเลยสองพี่น้องกลับยืดเยื้อไม่มีความคืบหน้า เพราะเรื่องไปค้างอยู่ที่อัยการสูงสุดยังไม่สั่งฟ้องส่งผลให้เกิดผลเสียต่อรูปคดี มีความเสียหายต่อพยานหลักฐานพยานสำคัญที่บางรายเสียชีวิตไปแล้ว จึงเป็นเหตุให้ตนมอบหมายให้นายนายสุวิทย์ ศิริวุฒิ ทนายความ ยื่นฟ้องร้องดำเนินคดีในฐานะผู้เสียหายด้วยตัวเองดังกล่าว” .

ภาพ/คลิป  ศูนย์ข่าวนคร 24 ชม.สมาคมสื่อมวลชนนครศรีธรรมราช

ข่าว  ยุทธนะ  เตมะศิริ สำนักข่าวทีนิวส์นครศรีธรรมราช



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน