ชาวกันตังเดือดร้อนหนัก คลื่นเริ่มกัดเซาะชายฝั่ง บ้านเรือนเสียหายนับ 10 หลัง พร้อมวอนหน่วยงานเร่งเข้าช่วยเหลือ





วันที่  6 สิงหาคม 2562 ชาวบ้านหลังเขา หมู่ 5 ต.เกาะลิบง อ.กันตัง จ.ตรัง รวมไม่น้อยกว่า 11 ครัวเรือน กำลังเผชิญกับปัญหาคลื่นกัดเซาะชายฝั่งที่รุนแรงมายาวนาน อย่างไร้ทางออก ถูกคลื่นซัดพังเสียหายจมในทะเลทีละหลัง ต้องถอยร่นไปเรื่อยๆ แต่ขณะนี้บ้านเรือนแนวหน้าริมชายหาดที่ต้องเผชิญกับคลื่นเป็นแนวยาวพบว่ากำแพงบ้านพังเป็นแถบ และส่วนของตัวบ้านก็ถูกคลื่นซัดเอียง  รอวันล้มทั้งหลังในอีกไม่ช้า เสาตอหม้อของบ้านลอยอยู่เหนือทราย  อีกบางส่วนบริเวณด้านหน้าถูกคลื่นซัดพื้นบ้านหายไปจนเกือบจะถึงตัวบ้าน  เสาไฟฟ้าถูกคลื่นซัดกลืนหายลงไปในทะเลแล้วหลายต้น เหลืออีกไม่กี่ต้นที่กำลังรอวันล้ม ต้นมะขามยักษ์ถูกคลื่นซัดจนรากลอยเหนือพื้นทรายรอวันล้มเช่นเดียวกัน ทำให้ชาวบ้านที่มีบ้านเรือนอยู่ริมชายหาดดังกล่าวไม่กล้านอนหลับในตอนกลางคืนช่วงที่เป็นน้ำใหญ่ หรือเกิดลมมรสุม  ต้องอพยพเด็ก คนแก่ไปอยู่บ้านญาติ  บางหลังต้องทิ้งบ้าน ไม่กล้านอนในตอนกลางคืน กลัวคลื่นซัดพังทั้งหลัง

 






                          เดิมทางจังหวัดมีการก่อสร้างเขื่อนกันคลื่นประมาณ 230 เมตร แต่ถูกคลื่นซัดหายไป ต่อมาทาง อบต.เกาะลิบงเจ้าของพื้นที่ พยายามหาทางป้องกันชะลอปัญหาและความรุนแรงของคลื่นที่ซัดเข้าหาฝั่งด้วยการนำไม้โกงกางมาปักเป็นแนวยาวเพื่อลดความรุนแรงของคลื่น แต่เอาไม่อยู่  ขณะนี้เกินขีดความสามารถของ อบต.ในพื้นที่จะทำการแก้ไขโดยงบประมาณของ อบต. ชาวบ้านต้องหวังพึ่งหน่วยงานระดับจังหวัด หรือระดับกรม และกระทรวงที่เกี่ยวข้องเข้ามาดำเนินการแก้ไขปัญหาให้เท่านั้น แต่ผ่านมาแล้วหลายปี มีคนลงมาตรวจสอบและรับปากจะดำเนินการแก้ไขให้ทุกปี แต่สุดท้ายก็ยังไร้วี่แวว มาถึงปีนี้ฤดูมรสุมเวียนมาอีกครั้ง  ประชาชนหมดที่พึ่ง วอนผู้ว่าราชการจังหวัด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหาทางช่วยเหลือเป็นการด่วน ก่อนที่ทั้งหมดจะไม่มีบ้านอยู่อาศัย

 





โดยนายอะหรี จิเหลา อายุ 56 ปี เจ้าของบ้านเลขที่ 55/3 หมู่ที่ 5 และนางมิน๊ะ จิเหลา อายุ 55 ปี เจ้าของบ้านเลขที่ 55/2 หมู่ 5 ซึ่งเป็น 2 พี่น้อง กล่าวว่า พวกตนและเพื่อนบ้านคนอื่นๆอีกรวม 11 หลังคาเรือน เดือดร้อนกันอย่างหนักมาแล้วไม่ประมาณ 10 ปี แต่ทางจังหวัดและหน่วยงานระดับสูงที่เกี่ยวข้องไม่เหลียวแลช่วยเหลืออย่างจริงจัง เคยเรียกร้องจนบ้านพังเสียหายไปแล้วหลายหลัง เสาไฟฟ้าล้มไปแล้วหลายสิบต้น  คลื่นซัดดินหายไปแล้วไม่ต่ำกว่า 50 เมตร จนรุกเข้าถึงตัวบ้านที่เหลือ จนหนีไปไหนไม่ได้แล้ว หน่วยงานระดับอบต.พยายามจะช่วยเหลือหางบประมาณมาทำแนวกันคลื่นให้ แต่ช่วยไม่ได้ เกินความสามารถของหน่วยงาน อบต. เรียกร้องมาแล้วหลายยุคผู้ว่าราชการจังหวัดแต่ไม่มีใครเข้ามาช่วยเหลือ โดยขณะนี้หากวันไหนที่เกิดมรสุมคลื่นลมแรง หรือเป็นน้ำใหญ่ที่คลื่นสูงซัดเข้าหาฝั่งจะต้องอพยพหนีออกจากบ้านไปพักบ้านญาติ เพราะกลัวเสาไฟฟ้า และบ้านจะพังทับตาย โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาตรวจสอบและรับปากจะหาทางช่วยเหลือทุกปี แต่ก็เงียบหายไป ปีนี้บอกว่าในปีงบประมาณ 2562 จะได้งบมาทำ แต่ก็ไม่ได้อีก ขณะนี้มรสุมใหญ่ยังไม่เกิด แต่จะมาถึงจริงๆประมาณกันยายน – ตุลาคม ซึ่งเกรงว่าจะรุนแรงมาก บ้านเรือนต้องพังทั้งหลังแน่นอน อยากเรียกร้องให้ผู้ว่าราชการจังหวัดตรังเหลียวแลปัญหาของชาวบ้านหลังเขาด้วย

สุนิภา หนองตรุด ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.ตรัง

 


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน









ข่าวที่เกี่ยวข้อง