กลัวไม่มีข้าวกิน ชาวนาต้องสูบน้ำใต้ดิน ขึ้นมาปักดำต้นกล้ารอฝน





แล้งที่ยาวนาน ส่งผลกระทบต่อ เกษตรกรชาวนาในพื้นที่ 9 อำเภอ ของจังหวัดยโสธร ที่ทนรอฝนไม่ไหว จึงต้องหันมาพึ่งน้ำใต้ดิน จากบ่อบาดาล ที่ชาวนาขุดเจาะขึ้นมาใช้กันเอง ตามทุ่งนา ชาวนาแต่ละครัวเรือน ต่างก็ต้องเร่งทำการสูบน้ำ ขึ้นมาปักดำต้นกล้าเป็นการเร่งด่วน เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาภัยแล้ง ฝนทิ้งช่วง

 

 

 

 

 

 

 

 

 

กลัวไม่มีข้าวกินชาวนาต้องสูบน้ำใต้ดินขึ้นมาปักดำต้นกล้ารอฝน





เช่นเดียวกับ ครอบครัวของนายนิวัฒน์ มีสิริ เกษตรกรชาวที่บ้านโพนสิม ตำบลทุ่งมน อำเภอคำเขื่อนแก้ว จังหวัดยโสธร เป็นอีกหนึ่งครอบครัวที่ต้อง แก้ปัญหาภัยแล้งด้วยตนเอง เพราะทนรอฝนตกลงมาไม่ไหว หวั่นไม่มีข้าวอุปโภคในครัวเรือน และที่สำคัญหวั่นล่วงเลยฤดูการผลิตข้าวนาปี จึงต้องนำเครื่องสูบน้ำที่ตนเองมีอยู่ มาทำการติดตั้ง สูบน้ำจากบ่อบาลดาลใต้ดิน ที่ขุดเจาะใช้เอง ในยามที่จำเป็น ตามทุ่งนา ต่อท่อส่งน้ำไปตามแปลงนาของตนเอง ก่อนทำการไถพรวนดิน ลงมือปักดำต้นกล้า ซึ่งในแต่ละวันวัน จะเสียค่าใช้จ่าย ในการจัดซื้อน้ำมันเชื้อเพลิง มาสูบน้ำตกประมาณวันละ 400 บาท ทำการสูบน้ำขึ้นมาใช้ดำนา ทั้งกลางวันและกลางคืน เพื่อให้เพียงพอกับความต้องการ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

กลัวไม่มีข้าวกินชาวนาต้องสูบน้ำใต้ดินขึ้นมาปักดำต้นกล้ารอฝน




นายนิวัฒน์ มีสิริ เกษตรกรชาวที่บ้านโพนสิม ตำบลทุ่งมน อำเภอคำเขื่อนแก้ว จังหวัดยโสธร เล่าว่า การทำนาปีนี้ ลำบากมากกว่าทุกปี เนื่องจากเกษตรกรชาวนา ต้องเผชิญกับปัญหาภัยแล้งที่ยาวนาน หลายพื้นที่ ขาดน้ำปักต้นกล้า ต้องหันมาพึ่งน้ำใต้ดิน สูบขึ้นมาใช้งาน ทั้งกลางวันและกลางคืน เพื่อที่จะมีน้ำทำนา ปักดำต้นกล้า เฉลี่ยต้องเสียค่าใช้จ่ายในการซื้อน้ำมันเชื้อเพลิงมาสูบน้ำสูงถึงวันละ 400 บาทกันเลยทีเดียว

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ข่าว ไพรทูล บุญมา ผู้สื่อข่าว สำนักข่าวทีนิวส์ จ.ยโสธร

 

 


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน