สุดฉาววงการผ้าเหลือง โล้นเสื่อมคลั่งราคะมีกางเกงในผู้หญิงเต็มกุฏิ ชาวบ้านสุดเดือนบุกแห่ประท้วงไล่มารศาสนา ก่อนดอดหนีหายปริศนา





วันนี้ (13 ส.ค.) ที่วัดสโมสรสัทธาวาส หรือ “วัดปลายสระ” หมู่ 4 ต.ควนพัง อ.ร่อนพิบูลย์ จ.นครศรีธรรมราช ไดมีชาวบ้านในหมู่ 4 และหมู่บ้านใกล้เคียง จำนวนกว่า 300 คน มารวมตัวกันปิดล้อมกุฏิพระครูสุตาพิมล สุวรณชาโต หรือ “พระมหาชำนาญ” อายุ 48 ปี เจ้าอาวาสและเจ้าคณะตำบลควนพัง และเป็นอาวาสวัดปลายสระ เพื่อเรียกร้องและขับไล่พระครูสุตาพิมล หรือ “หลวงพ่อชำนาญ”เจ้าอาวาสและเจ้าคณะตำบล ต.ควนพัง อ.ร่อนพิบูลย์ จ.นครศรีธรรมราช เนื่องจากมีพฤติกรรมเหมาะสมมั่วสุมเสพเมถุนกับสีการายหนึ่ง ซึ่งเป็นหม้ายอยู่ต่างหมู่บ้าน และยังกระทำเรื่องที่ไม่เหมาะสมในการเป็นพระสงฆ์ในระดับพระสังฆาธิการ เช่น มีอาวุธปืนพกพาติดตัวโดยใส่ไว้ในย่ามตลอดเวลา และพฤติกรรมไม่เหมาะอื่น ๆ อีกหลายอย่าง โดยอาจจะมีเรื่องยาเสพติดเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยก็ได้ โดยชาวบ้านเริ่มรวมตัวและปักหลักประท้วงขับไล่เจ้าอาวาสมาตั้งแต่วันเสาร์ที่ 10 ส.ค. 2562 ที่ผ่านมา โดยทาง พ.ต.อ.สงบ จันทร์สิงห์ ผกก.สภ.ร่อนพิบูลย์ ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ 191 และสายตรวจประจำตำบลควนพัง นำกำลังเข้ารักษาความสงบเรียบร้อย

            ชาวบ้านคนหนึ่งที่ร่วมปักหลักประท้วงขับไล่เจ้าอาวาส กล่าวว่า ชาวบ้านรับรู้รับทราบถึงพฤติกรรมของเจ้าอาวาสมานานแล้ว โดยเฉพาะการคบหากับผู้หญิงคู่ขาคนดังกล่าวถึงขั้นที่แม่หม้ายคู่ขามาอยู่กินกับเจ้าอาวาสในวัดค่อนข้างเปิดเผย และบางครั้งมีการปลอมตัวเป็นฆราวาสออกเที่ยวนอกวัดอีกด้วย  ส่วนเงินของวัดที่ได้จากการทำบุญทอดกฐิน ผ้าป่าและอื่น ๆ ก็ไม่ทราบว่านำไปไหนไม่ได้นำมาสร้างเสนะสนะในวัดแต่อย่างใด จึงขอให้ทางคณะสงฆ์ดำเนินการสึกเจ้าอาวาสให้ถอดถอนออกจากตำแหน่งเจ้าอาวาส เจ้าคณะตำบลควนพัง อ.ร่อนพิบูลย์ และให้ย้ายไปอยู่ที่อื่นโดยเร็ว

 

 

 






            “ที่ผ่านมาแม้จะรู้ถึงพฤติกรรมไม่เหมาะสมมั่วกามของเจ้าอาวาสกับสาวแม่หม้ายคู่ขามานานหลายปีแล้ว และพยายามส่งสัญญาณไปถึงคณะสงฆ์ผ่านทางกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน แต่ไม่ได้มีการดำเนินการใด ๆ เพราะเจ้าอาวาสรูปนี้มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักกันคณะสงฆ์จังหวัดนครศรีธรรมราช รู้จักมักคุ้นกับข้าราชการหลายระดับในทุกสังกัด จนเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาเจ้าอาวาสไปแสดงท่าทีข่มคู่ คุกคาม กับหลวงพ่อพระลูกวัดที่แก่ชราและพิการ แต่เป็นพระที่ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบเป็นที่เคารพศรัทธาของชาวบ้าน จนหลวงพ่อรูปดังกล่าวทนไม่ไหวจึงแจ้งให้ชาวบ้านทราบว่าจำเป็นต้องย้ายไปจำพรรษาที่วัดอื่นก่อนจะขอให้ชาวบ้านช่วยเหลือเก็บข้าวของออกจากวัดไป ทั้งวัดจึงเหลือแต่พระมหาชำนาญ เจ้าอาวาสเพียงรูปเดียวและนำหญิงสาวเข้ามาอยู่ในวัดเหมือนผัวเมียอย่างออกหน้าออกตา  ต่อมาทางผู้ใหญ่บ้านและชาวบ้านได้ร่วมปรึกษาหารือเพื่อหาทางแก้ไขปัญหา จนได้ข้อสรุปว่าชาวบ้านสุดที่จะทนกับพฤติกรรมฉาวกามและพฤติกรรมไม่เหมาะสมอื่น ๆ ได้อีกต่อไป จนในที่สุดชาวบ้านทั้งหมู่ 4 ต.ควนพัง และข้างเคียงจะร่วมกันปกป้องพลวงพ่อชราและพิการรูปดังกล่าว จนเป็นที่มาของการรวมตัวขับไล่เจ้าอาวาสให้พ้นไปจากวัด”

 

 

 





ต่อมาในเย็นวันนี้ (13 ส.ค.) เจ้าหน้าที่นำโดยนายสมคิด กาญจนสุวรรณ ปลัดอาวุโส อ.ร่อนพิบูลย์ และพระใบฎีกาเมธี รองเจ้าคณะอำเภอร่อนพิบูลย์ นายวินัย จันทร์ประภา ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 4 ต.ควนพัง อ.ร่อนพิบูลย์ รวมถึงกรรมการวัดอีกจำนวนหนึ่งได้ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเดินทางเข้าไปตรวจสอบภายในกุฏิที่พักของเจ้าอาวาส โดยได้พบเงินเป็นธนบัตรฉบับละ 1,000 บาท ,ฉบับละ 100 บาท ฉบับละ 20 บาท และเหรียญมูลค่าต่าง ๆวางกระจัดกระจายระเนระนาดอยู่ทั่วทั่วกุฏิ  โดยนับได้ทั้งหมด 51,688 บาท และมีธนบัตรฉบับละ 1 พันบาท หลายใบมีรอยชำรุดจากการถูกปลวกกิน รวมถึงสมุดบัญชีธนาคาร 4 เล่ม มียอดเงินอีกจำนวนหนึ่ง จึงมอบให้รองเจ้าคณะอำเภอร่วมกับชาวบ้านทำการรักษาไว้

            “แต่ที่เจ้าหน้าที่ต้องตกตะลึงเนื่องจากในกุฏิพบกางเกงใน เสื้อ ผ้าถุงและกางเกงในของผู้หญิงตากอยู่ภายในกุฏิและมีเสื้อผ้าของผู้ชายอยู่อีกจำนวนหนึ่ง นอกจากนี้ยังพบขวดโหลเหล้ายาดองตั้งอยู่บนตู้ 4 ขวด รวมทั้งเบียร์ยี่ห้อหนึ่งแช่อยู่ในตู้เย็น 1 ขวด และอาวุธปืนพกสั้นขนาด .38 จำนวน  1 กระบอก กระสุน 6 นัดเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ยึดไปตรวจสอบที่ สภ.ร่อนพิบูลย์ จ.นครศรีธรรมราช และจะดำเนินการตามระเบียบขั้นตอนกฎหมายต่อไป”

 

 

 

 

 

ในขณะที่นายเตือน หวานทอง กรรมการวัดและเป็นคนขับรถให้เจ้าอาวาส เปิดเผยว่า ตนเห็นพฤติกรรมของเจ้าอาวาสมาหลายปีเกี่ยวกับการทำผิด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของสีกา และการพูดจาที่ไม่เหมาะสม และตนอดทนเก็บไว้มาโดยตลอด และยังเคยตักเตือนแต่ไม่เป็นผล จนกระทั่งชาวบ้านทราบข่าว จึงได้เข้ามาจับผิด โดยพบว่าเจ้าอาวาสได้พาสีกา ซึ่งเป็นคนในพื้นที่มาหลับนอนในวัด  และชาวบ้านได้รวมตัวปิดล้อมกุฏิเพื่อประท้วงขับเจ้าอาวาสและได้ปิดประตูกุฏิเอาไว้โดยเชื่อว่าเจ้าอาวาสอยู่ในกุฏิกับสีกาแม่หม้ายต่างหมู่บ้าน แต่หลังจากที่ชาวบ้านกลับไปในช่วงดึก ทางพระมหาชำนาญ เจ้าอาวาส จึงได้ดอดหลบหนีออกจากุฏิและออกจากวัดไปตั้งแต่วันอาทิตย์ (11 ส.ค.) ที่ผ่านมา จนกระทั้งเย็นวันนี้  (13 ส.ค.) เจ่าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องจึงเดินทางมาตำรวจสอบภายในกุฎิ โดยมีชาวบ้านมารวมตัวกันเพื่อที่จะพิสูจน์ข้อเท็จจริงภยในกุฏิ จนพบหลายอย่างไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้าผู้หญิง กางเกงในผู้หญิง และพบว่าสมบัติของวัด สิ่งของเครื่องใช้ต่าง ๆ ถูกทิ้งขว้างแบบไม่ได้รับการสนใจ ทำให้ชำรุดเสียหายเป็นจำนวนมาก

            ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า สำหรับที่วัดแห่งนี้ ทางพุทธศาสนิกชนเสื่อมศรัทธาต่อเจ้าอาวาสรูปนี้ และไม่มีใครเข้าวัดมานานแล้ว แต่จะมีกลุ่มชาวบานอยู่เพียงไม่กี่ครอบครัวที่เข้าออกวัด ส่วนพระลูกวัดเอก่อนมีเพียงรูปเดียวเป็นพระชราและพิการ ก็ถูกเจ้าอาวาสก็ไล่ออกจากวัดเมื่อไม่นานมานี่เอง แม้พระชรา พิการรูปนั้นก้มกราบเท้าขออยู่จำวัดต่อไปเจ้าอาวาสก็ไม่ยอม  ต่อมาผู้ใหญ่บ้านและคณะกรรมการวัดและชาวบ้านร่วมประชุมหารือเพื่อแก้ปัญหาเพราะมีแต่เจ้าอาวาสรูปเดียว ไม่สามารถจะรับกิจนิมนต์ได้  และเจ้าอาวาสเป็นเจ้าคณะตำบลควนพังและยังเป็นพระอุปัชฌาย์ ออกบวชให้คนนอกพื้นที่เป็นหลัก แต่ในพื้นที่จะไม่มีใครนิมนต์เพราะรู้ถึงพฤติกรรมว่าปาราชิกไปนานแล้ว หลังจากนี้เมื่อไม่มีเจ้าอาวาสมัวกามชาวบ้านจะขอให้ทางคณะสงฆ์จังหวัดนครศรีธรรมราช จัดหาพระที่ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบมารักษาการเจ้าอาวาส โดยชาวบ้านจะต้องช่วยกันพัฒนาวัดแห่งนี้ เพื่อให้กลับมาเป็นวัดศูนย์รวมใจองชาวพุทธอย่างแท้จริงอีกครั้งหนึ่ง.

 

 

 

 

 

ภาพ/ข่าว  ยุทธนะ  เตมะศิริ สำนักข่าวทีนิวส์นครศรีธรรมราช


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน