ร้องนายอำเภอหาดสำราญ เรียกร้องขอทางสาธารณประโยชน์





ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดตรังว่า นายณรงค์ หนูเนียม นายอำเภอหาดสำราญ  พร้อมด้วย นาย ณหทัย สุนทรนนท์. ปลัดอำเภอหาดสำราญ (จพง.ปค.ชำนาญการ) พ.ต.อ.ชาติชาย ริ่นถวิล ผกก.สภ.หาดสำราญ นายศักดา ทุ่ยอ้น กำนันตำบลตะเสะ ลงพื้นที่ตรวจสอบที่ดินข้อพิพาท หลังได้รับเรื่องร้องเรียนมีคนร้ายเข้าทำลายรั้วลวดหนาม ซึ่งเป็นกำแพงทรัพย์สินส่วนบุคคลของนางณลสพัชญ(นะ-ละ-สะ-พัด)  สหวัฒนสุกล  อายุ 72 ปี อยู่บ้านเลขที่ 47 หมู่ที่ 4 ต.ตะเสะ อ.หาดสำราญ จ.ตรัง บอกว่าได้รับความเสียหายจากผู้ไม่หวังดี เข้าทำลายรั้วลวดหนาม ถึง 3 ครั้ง โดยไม่ทราบว่าใครเป็นคนทำลาย ทั้งที่ได้ให้ที่ดินซึ่งเป็นที่เป็นของส่วนบุคคลให้เพื่อนบ้านได้เดินผ่านไปมา แต่มีการเข้ามาทำลายรั้วกำแพงจนได้รับความเสียหาย

ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวมีจำนวน เนื้อที่ 3 งาน 73.8 ตารางวา โดยนางณลสพัชญ(นะ-ละ-สะ-พัด)บอกว่าพื้นที่ดังกล่าวตนเองซื้อต่อมาจากเจ้าของเดิมตามจำนวนเต็มของที่ดิน แต่ไม่มีการแจ้งว่าพื้นที่ดังกล่าวอุทิศให้เป็นทางสาธารณะแต่อย่างใด จนมามีข้อพิพาทกับเจ้าของที่ดินที่ติดต่อกัน เมื่อเจ้าหน้าที่ที่ดินมาทำรังวัดปรากฏว่าเขตแดนเข้าไปครึ่งของถนนที่เปิดให้ใช้ จากนั้นตนได้ทำรั้วกั้นโดยเว้นช่องทางเดินให้ แต่ก็ถูกทำลาย ก่อนหน้านี้มีการมาขอดินเพื่อทำถนนไปเส้นทางท่าเรือชาวประมงพื้นบ้านและศูนย์เรียนรู้ ซึ่งอ้างว่าเป็นโครงการเอื้ออาทร ซึ่งมีเรือประมาณ 40 ลำ เป็นท่าให้เรือหลบคลื่นลม แต่ไม่ได้รับการยินยอมจากเจ้าของที่ดินเพราะมองว่าทางไปท่าเรือมีอยู่แล้วถึง 2 แห่ง

ขณะที่ นายณรงค์ หนูเนียม นายอำเภอหาดสำราญ  กล่าวว่า ตนเองได้รับเรื่องร้องเรียนจากนายแสวง ขุนอาจ เลขาชมรมชาวประมงพื้นบ้านจังหวัดตรัง เรื่องปัญหาที่ดินดังกล่าว แต่หลังจากนั้นมาตนเองได้รับเรื่องร้องเรียนร้องทุกข์จากเจ้าของพื้นที่ว่ามีการเข้าไปทำลายทรัพย์สินส่วนบุคคล และเรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องพิพาทส่วนบุคคลมาระยะเวลานานเกิน 10 ปี เป็นปัญหาคาราคาซังมาโดยตลอด ที่ดินที่มีข้อพิพาทตามหลักฐานเอกสารของทางที่ดินจังหวัดตรัง สาขาย่านตาขาว ส่งรายงานมายังตนที่ดิน 2 แปลงนี้มีโฉนดติดกันและไม่เป็นทางสาธารณะแต่อย่างใดเลย แต่ในข้อเท็จจริงมันมีประเด็นที่เกี่ยวข้องที่เป็นปัญหาที่ตนเองได้แก้ปัญหาไม่ได้หลักกฎหมายอย่างเดียว ทางตรงนี้ได้ใช้มานานกว่า 10 ปี การใช้เหมือนเป็นภาระจำยอมซึ่งทางที่ดินทั้ง 2 ฝั่งก็รับรู้กันมา ถ้าถามว่าตนแก้ปัญหาอย่างไร พอมีปัญหาตนให้เจ้าของที่ดินทางฝั่งซ้ายขอตรวจสอบแนวเขต สำนักงานที่ดินได้ส่งเจ้าหน้าที่มาตรวจสอบแนวเขต แต่ในระหว่างที่ตรวจสอบแนวเขตยังไม่เสร็จสิ้น เหลือที่จะตรวจสอบหลักหมุดอีก 1 หลัก ทางเจ้าของดินอีกฝั่งคล้ายกลับไปยกเลิกคำร้องไม่ดำเนินการต่อมันจึงเป็นปัญหาคาราคาซัง ชาวบ้านก็ใช้ทางตามสภาพที่เห็นมาถึงวันนี้ ซึ่งก่อนหน้านี้เสารั้วที่ผู้ร้องวันนี้ที่ติดต่อนักข่าวมาเสารั้วเขาคิดว่าเสารั้วที่ไปถอนหรือทำลายคือชาวบ้านที่อยู่ด้านใน ทำให้เจ้าของที่คิดว่าให้ทางเดินไปแล้วยังมาทำลายทรัพย์สินของตนเองอีก จึงตัดสินใจปิดเสียเลย ปิดโดยสิ้นเชิง ซึ่งตนได้เข้ามาพูดคุยในเรื่องหลักมนุษยธรรมทำอย่างนั้นชาวบ้านก็เดือดร้อนจึงเจรจาขอก็ได้อย่างที่เห็น แต่ปัญหาทังหมดยังไม่จบ ในการทำงานของตนที่ดินที่มีโฉนดติดกันทั้ง 2 แปลงมีการอุทิศที่ดินให้เป็นทางสาธารณะมาก่อนหน้าที่จะเปลี่ยนเป็นเจ้าของคนนี้ถือครองอยู่ ตอนซื้อมาเจ้าของคนเก่าได้อุทิศที่ดินไปแล้วหลักฐานมันก็มี แต่มีมันก็ต้องไปนำสืบกันชั้นศาลว่ามันจะเป็นอย่างไร สรุปความก็คือ ต้องไปร้องต่อศาลให้ศาลชี้มาว่าแนวเขตอยู่ตรงไหน จะให้อุทิศที่ดินตามหลักฐานที่มีหรือที่ไปนำสืบต่อศาลว่ามันเป็นทางที่ใช้มามันจะได้สักแค่ไหน เพราะความเป็นนายอำเภอของตนแก้ปัญหาในเชิงสังคมในเชิงบริหารพยายามกันหลายครั้งแล้ว ทั้ง 3 ฝ่ายต่างก็ไม่ยอมไม่ลดราวาศอกกันและปัญหามันไม่เกิดตอนที่ตนเองมาดำรงตำแหน่งเป็นมา 10 ปี แล้วก็ให้ศาลเป็นผู้ชี้จะดีกว่า






ทั้งนี้ นางณลสพัชญ(นะ-ละ-สะ-พัด)  สหวัฒนสุกล  อายุ 72 ปี อยู่บ้านเลขที่ 47 หมู่ที่ 4 ต.ตะเสะ อ.หาดสำราญ จ3.ตรัง เจ้าของที่ดิน กล่าวว่า สาเหตุที่ตนเองต้องแจ้งความร้องทุกข์ เพราะมีการมาทำลายรั้วกำแพงทรัพย์สินส่วนบุคคลได้รับความเสีย ซึ่งครั้งนี้เป็นครั้งที่ 3  แล้ว โดย 2 ครั้งที่ผ่านมาตนเองก็ไม่ได้พูดอะไร จัดการซ่อมแซมเอง แต่มาครั้งนี้เป็นครั้งที่ 3 แล้วที่มีคนมาทำลายรั้วกำแพงอีก ตนเองจึงไปปิดเส้นทางไว้ก่อนจนกว่าจะหาคนที่มาทำลายรั้วกำแพงได้ก็จะเปิดเส้นทางให้ใช้เหมือนเดิม แต่ถึงแม้ว่าตนเองจะปิดเส้นทางดังกล่าวก็ไม่กระทบกับชาวบ้านที่ใช้เส้นทางเนื่องจากมีเส้นทางอีก 2 เส้นทางที่เปิดให้ใช้ แต่ทุกวันที่ชาวบ้านยังใช้เส้นทางเดินของที่ดินของตนอยู่  ซึ่งที่ดินดังกล่าวเจ้าของที่ดินเดิมคือนายนิกร ที่ขายที่ดินให้กับตนและที่ดินดังกล่าวไม่ได้มีเส้นทางเดินเข้าออกแต่อย่างใด เมื่อมาถึงวันนี้เส้นทางเดินในที่ดินของตนก็อนุญาตให้ใช้เดินไปก่อน แต่จะไม่ยอมเซ็นสัญญาหรือยินยอมให้เป็นทางของเขาเพราะความเป็นจริงมันคือที่ดินของตน แต่ยินดีให้ใช้เส้นทางเดิน แต่ถ้าเกิดมีเหตุการณ์ทำลายทรัพย์สินของตนอีกครั้งตนเองจะปิดเส้นทางแบบถาวร ชาวบ้านที่ใช้เส้นทางเดินผ่านมีอยู่ 2-3 ครัวเรือน ส่วนชาวประมงก็มีหลายคนที่ใช้เส้นทางดังกล่าว แต่ความจริงแล้วมีสะพานสาธารณะอยู่แล้วจากท่าเรือ แต่สำหรับทางเดินผ่านที่ดินของตนไม่ได้มีประโยชน์เพียงแต่ชาวบ้านใช้เป็นที่เดินผ่านเพียงเท่านั้น ซึ่งทางเดินดังกล่าวไม่ได้เป็นทางเดินหลวงหรือทางเดินสาธารณะไม่ใช้ทางอะไรทั้งนั้น เขาทำทางเดินไปออกปากชายเลนไม่เกี่ยวข้องอะไรกับชาวบ้านเลย  ถ้าชาวบ้านต้องการเดินทางหัวสะพานยัง 2 แห่งที่ให้ใช้ท่าเรือกับหัวแหลมไปจอดเรือได้ไม่ใช่มีภาระหรือพันทะแต่อย่างใด แต่ตนไม่เข้าใจว่าทำไมต้องมาแกล้งตน แต่ตนเองก็ไม่ว่าอะไรก็ยินดีให้ใช้เดินสบาย ๆ แต่อย่ามาทำลายทรัพย์สินของตน สำหรับคนที่มาทำลายทรัพย์ของตนตองคาดว่ามีอยู่กลุ่มหนึ่งที่เคยมาขอทำถนนผ่านพื้นที่ของตนแต่ไม่ขอเอ่ยนาม เป็นคนที่ได้รับผลประโยชน์ที่เขาต้องการ แต่ตนเองปฏิเสธไม่ยินยอมให้ใช้ที่ดินของตน ทั้งนี้มองว่าคนที่มาทำลายทรัพย์ของตนเป็นคนที่เสียผลประโยชน์ของตัวเอง ทั้งนี้ตนเองให้เจ้าหน้าที่มาช่วยซ่อมรั้วกำแพงให้กลับสภาพเดิมให้เรียบร้อยและยินดีให้ชาวบ้านเดินผ่านเหมือนเดิม แต่ไม่อนุญาต ไม่ยินยอม ไม่เซ็นให้เป็นทางหลวง ทางสาธารณะ เพียงแต่เปิดทางให้เดินผ่านเท่านั้น

ถนอมศักดิ์ หนูนุ่ม ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จังหวัดตรัง



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน