อลงกรณ์”แนะเสนอเร่งแก้กฎกระทรวงปี59ปลดล็อคกัญชง ชี้เป็นพืชเศรษฐกิจฐานรากใหม่พร้อมผลิตซัพพอร์ต10กลุ่มผลิตภัณฑ์มูลค่าแสนล้าน




           นายอลงกรณ์ พลบุตร รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์และที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนวันนี้ (8ก.ย.)เกี่ยวกับการส่งเสริมกัญชาและกัญชงว่า นโยบายของรัฐบาลสนับสนุนกัญชาและกัญชงเพื่อการแพทย์ภายใต้การดูแลของกระทรวงสาธารณสุข อย่างไรก็ตามในส่วนต้นน้ำคือกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ซึ่งมีหน่วยงานเช่นสถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูงและกรมวิชาการเกษตรได้วิจัยและพัฒนาพันธุ์กัญชงหรือเฮมพ์(Hemp)ภายในพื้นที่ควบคุมพร้อมส่งเสริมการแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆมากว่า10ปีพร้อมที่จะสนับสนุนให้เอกชนและเกษตรกรที่ได้รับอนุญาตปลูกเป็นพืชเศรษฐกิจฐานรากใหม่ทันทีที่มีการแก้ไข”กฎกระทรวงว่าด้วยการขออนุญาตและการอนุญาตผลิต จำหน่าย หรือมีไว้ในครอบครองซึ่งยาเสพติดให้โทษประเภท 5 เฉพาะ เฮมพ์ พ.ศ. 2559 “และสอดรับกับการที่องค์การอนามัยโลก(WHO)จะปลดซีบีดี.(CBD)จากบัญชียาเสพติดในปี 2563


 


         นายอลงกรณ์กล่าวต่อไปว่า กัญชงมีสารซีบีดี.(CBD)สูงกว่ากัญชามากและมีสารเสพติดทีเฮ็ชซี.(THC)น้อยมาก ยิ่งกว่านั้นกัญชงสามารถใช้ประโยชน์ได้ทุกส่วนเช่นช่อดอก เมล็ด เปลือก ใบ ลำต้นและรากในการแปรรูปสร้างมูลค่านับแสนล้านอย่างน้อยใน10กลุ่มผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมได้แก่ กลุ่มเวชภัณฑ์ยา,กลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางค์,กลุ่มผลิตภัณฑ์อาหารเครื่องดื่มและอาหารเสริม(Super Food),กลุ่มผลิตภัณฑ์กระดาษ,กลุ่มผลิตภัณฑ์สิ่งทอเสื้อผ้า,กลุ่มผลิตภัณฑ์นิรภัย,กลุ่มก่อสร้างและวัสดุภัณฑ์,กลุ่มผลิตภัณฑ์ชิ้นส่วนยานยนต์,กลุ่มผลิตภัณฑ์พลาสติกชีวภาพและกลุ่มผลิตภัณฑ์เทคโนโลยี่เช่นซูเปอร์คาพาซิเตอร์(Super Capacitor)เป็นต้น

       จึงเป็นโอกาสทองของประเทศไทยและเกษตรกรของเราที่จะมีพืชเศรษฐกิจฐานรากใหม่เป็นพืชแห่งอนาคตเข่นเดียวกับที่สหรัฐอเมริกาผ่านกฎหมายฟาร์มบิลล์(Farm bill2018)ปลดล็อคกัญชงเมื่อปีที่ผ่านมาสร้างงานสร้างอาชีพใหม่ๆกว่า22มลรัฐในขณะที่จีน อินเดีย ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์และอีกหลายประเทศทั่วโลกก็ส่งเสริมสนับสนุนกัญชงจนกล่าวได้ว่าเป็นเฮมพ์อีโคโนมีของโลก เราจึงต้องเดินเร็วเดินให้ถูกทางโดยเฉพาะการแก้ไขกฎกระทรวงปี2559ในส่วนบทเฉพาะกาลเพื่อปลดล็อคกัญชงให้เอกชนและเกษตรกรผลิตแปรรูปสร้างงานสร้างรายได้ประการสำคัญคือกัญชงปลูกและเก็บเกี่ยวต่อรอบผลิตเพียง120วันกินน้ำน้อยไม่ต้องใช้ปุ๋ยหรือยาฆ่าแมลงหรือยากำจัดวัชพืชที่เป็นอันตรายต่อเกษตรและสภาพแวดล้อม

บรรยงค์   จันทร์รอด    รายงานจากศูนย์ข่าวทีนิวส์ภาคตะวันออก(สวนงนุชพัทยา)
 


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน