2ผัวเมียขับจยย.ไปหางานที่กรุงเทพฯ เผลอทำกระเป๋าตก ก่อนเมียวิ่งลงไปเก็บเคราะห์ร้ายถูกรถชนดับ





เมื่อเวลา 19.30 น.วันที่ 10 กันยายน 2562  ร.ต.อ. รุ่ง ปัญญา พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรนครหลวง อำเภอนครหลวง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้รับแจ้งเกิดอุบัติเหตุ รถกระบะพุ่งชนคนมีผู้เสียชีวิต 1 รายเหตุเกิดบนถนนสายเอเชีย ขาเข้ากรุงเทพฯ ช่วงหลักกิโลเมตรที่ 25+500 ตำบลบ่อโพง อำเภอนครหลวง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมด้วยกำลังเจ้าหน้าที่อาสาสมัครมูลนิธิพุทไธสวรรย์

ในที่เกิดเหตุพบ รถจักรยานยนต์ฮอนด้า เวฟ 100 สีดำเหลือง หมายเลขทะเบียน 1 กง 4643  เพชรบูรณ์ จอดชิดอยู่ เลนขวาสุด ห่างไปเล็กน้อยในพงหญ้า ล่องกลางถนน พบร่างผู้เสียชีวิตเป็นหญิง 1 รายชื่อ นางสาว สุนันท์ พิลาภัทดิ์ อายุ 37 ปี  อยู่บ้านเลขที่ 34/1 หมู่ 11 ตำบลหนองไผ่ อำเภอหนองไผ่ จังหวัดเพชรบูรณ์ สภาพมีบาดแผลบริเวณศีรษะ และบริเวณตามตัวมีเลือดไหลออกมา โดยมีนายพิชัย แย้มเลี้ยง อายุ 42 ปี สามี และเป็นคนขับขี่รถจักรยานยนต์ อยู่บ้านเลขที่ 3/4 หมู่ 2 ตำบลปากแดง อำเภอเมืองสุโขทัย จังหวัดสุโขทัย กอดศพอยู่ข้างผู้ตาย โดยไม่ห่างไปไหน

 

 

ภาพที่เกิดเหตุ





สอบถามนาย พิชัย เล่าว่า ตนเองและผู้เสียชีวิต เป็นสามีภรรยากัน ได้ขับขี่รถจักรยานยนต์มาจากจังหวัดอ่างทองเพื่อไปหางานทำที่บ้านญาติ ใน จังหวัดปทุมธานี ขณะเกิดเหตุ ได้ขี่รถจักรยานยนต์อยู่ช่องทางเลนขวาสุด และ ผู้ตายได้ทำกระเป๋าสะพายร่วงลงบนถนน และบอกให้ตนรีบหยุดรถเพื่อจะลงไปเก็บ แต่ตนก็ห้ามไว้ และบอกว่าเดี๋ยวจอดรถก่อนแต่ผู้ตายไม่ฟังรีบวิ่งไปเก็บกระเป๋าสตางค์ ซึ่งตกอยู่บนถนนเป็นจังหวะเดียวกับรถยนต์กระบะที่วิ่งอยู่ช่องทางเลนขวาสุดพุ่งชนเข้าอย่างจังจนร่าง ภรรยาตนกระเด็นไปกระแทกกับแท่งแบริเออร์ก่อนตกลงไปอยู่ร่องกลางถนน ตนจึงรีบจอดรถและเดินตามหาผู้ตายสักพักจึงพบว่าอยู่ในพงหญ้าร่องกลางถนนและเสียชีวิตแล้ว ตนรู้สึกเสียใจ กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่ต้องสูญเสียภรรยาขณะจะพากันไปหางานทำ

 

ห่างออกไป 2 กิโลเมตร ช่วงหลักกิโลเมตรที่ 23 มุ่งหน้าเข้า กรุงเทพมหานคร ช่องงการจราจรเลนซ้ายสุด พบรถยนต์กระบะยี่ห้ออีซูซุ d-max สีดำ หมายเลขทะเบียน บว 1416 พระนครศรีอยุธยา สภาพ  กันชนหน้าด้านขวาและฝากระโปรง ช่วงด้านหน้าขวา กระจกหน้ามุมขวาแตก ได้รับความเสียหาย มีนาย ธีรศักดิ์ พวงทอง อายุ 31 ปี ชาวจังหวัดสุพรรณบุรี เป็นคนขับยืนรอให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ ในที่เกิดเหตุ พร้อมเล่าว่า ตนเองได้ขับรถ มาจากอำเภอผักไห่ เพื่อมุ่งหน้าไปทำงานที่นิคมอุตสาหกรรมโรจนะ จังหวะนั้นวิ่งอยู่บนถนนช่องทางเลนขวาสุด พอถึงจุดเกิดเหตุ เป็นที่มืด ตนเห็นจักรยานยนต์ พยามยามหลบ แต่เหมือนพุ่งชนอะไรบางอย่างเข้าอย่างจัง จึงบังคับและประคองรถเพื่อจะจอดชิดช่องทางซ้ายสุดแต่จังหวะนั้นมีรถวิ่งตามหลังมาเยอะมาก จึงได้จอดห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 2 กิโลเมตร และรีบโทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ ว่าตนประสบอุบัติเหตุไม่ทราบว่า ชนกับอะไร และมารู้ตอนหลังว่าได้พุ่งชนคนมีผู้เสียชีวิต ตนเองตกใจและเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และไม่ได้คิดจะหนีไปไหน ร้องไห้เสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น  ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรนครหลวง จะทำการสอบสวนคนขับรถยนต์กระบะและรถจักรยานยนต์ทั้งสองฝ่ายอย่างละเอียดอีกครั้งเพื่อหาสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุ พร้อมให้เจ้าหน้าที่มูลนิธิพุทไธสวรรย์นำร่างผู้เสียชีวิตส่งชันสูตรโรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติจังหวัดปทุมธานีต่อไป

ภาพ/ข่าว เกียรติยศ  ศรีสกุล ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.พระนครศรีอยุธยา

เสียงสามี




 

 

 


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน