ชาวบ้านร้องสาวใหญ่ปิดเส้นทางสาธารณะ อ้างที่ดินส่วนบุคคล ก่อนหน้าแตก จนท.ตรวจสอบพบเป็นที่วัดเก่า ปชช.ใช้ประโยชน์ร่วมกันได้





เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 11   ก.ย.2562  นายสุพงษวิณัย ชูยก นายอำเภอท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช ได้รับการร้องเรียนจากนางจำเป็น รักษ์เมือง ในฐานะแกนนำกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรบ้านมะยิงและชาวบ้านในพื้นที่กว่า 30 คน ว่าถูกนางองุ่น คมขำ ชาวบ้านในพื้นที่ละแวกใกล้เคียงกันปิดทางเข้า-ออก ซึ่งเป็นทางสาธารณะที่ดินของสำนักพระพุทธศาสนาแห่งชาติ  แต่นางองุ่น อ้างว่าเป็นถนนส่วนบุคคลเพราะตนเองได้เช่าที่ดินมาจากสำนักพระพุทธศาสนาจังหวัดนครศรีธรรมราช อย่างถูกต้อง สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะกลุ่มเกษตรกรเครื่องปั้นดินเผาบ้านมะยิง ซึ่งเป็นชุมชนโบราณคู่เมืองนครศรีธรรมราชมาอย่างยาวนาน






ในวันเดียวกันนายสุพงษวิณัย ชูยก นายอำเภอท่าศาลา จึงได้มอบหมายนายชัยศักดิ์ สุจริตธนารักษ์ ปลัดอาวุโส นายพันธกานต์ รัชณรงค์ ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง (งานป้องกัน) ในฐานะผู้รับผิดชอบศูนย์ดำรงธรรม อ.ท่าศาลา นำกำลัง อส./ผรส./ ชุดเฉพาะกิจศรีวิชัย ดำเนินการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทและแก้ไขปัญหาความขัดแย้งของประชาชนในพื้นที่ ม.6 ต.โพธิ์ทอง ลงพื้นที่เพื่อไกล่เกลี่ยข้อพิพาท  ทั้งนี้ในระหว่างการเจรจาไกล่เกลี่ย ได้เชิญนายกาแมน สมาด นายก อบต.โพธิ์ทอง,ร.ต.ต. สุธี หมัดเต๊ะ รอง สวป.สภ.ท่าศาลา นายพรภวิษย์ จินตาแก้ว นักวิชาการ สำนักพระพุทธศาสนาและนายวัฒนา สินทะ ผอ.สถานีวิทยุ “โมคลานเรดิโอ”ในฐานะสื่อสารมวลชน และแกนนำทั้งสองฝ่ายเข้าร่วมรับฟังด้วย

              โดยผลการเจรจาไกล่เกลี่ยในเบื้องต้นพบว่าที่ดินในบริเวณดังกล่าวเดิมเป็นที่ก่อตั้งวัดมะยิง ในปัจจุบันเป็นวัดร้าง จึง เป็นที่ธรณีสงฆ์ประมาณ 6 ไร่เศษ  โดยปัจจุบันอยู่ระหว่างรอการออกโฉนดเป็นที่วัดให้เรียบร้อยและยังไม่มีประชาชนรายใดได้สิทธิในการเช่าตามระเบียบของสำนักพระพุทธแต่อย่างใด จึงแจ้งให้นางองุ่น ผู้ถูกร้องทราบ และห้ามมิให้ปิดกั้นทางสาธารณะเพราะชาวบ้านจำเป็นต้องใช้ทางเข้า-ออกร่วมกัน จึงแจ้งให้ทั้งสองฝ่ายทราบและปฏิบัติตามระเบียบของสำนักพระพุทธศาสนาจังหวัดนครศรีฯอย่างเคร่งครัดต่อไป

 

สำหรับกลุ่มชาวบ้านกลุ่มเกษตรกรเครื่องปั้นดินเผาบ้านมะยิง ที่ถูกนางองุ่นปิดทางเข้าออกในการลำเลียงดินเหนียวและกระถางดอกไม้เข้าเข้า ซึ่งกลุ่มเกสรกรดังกล่าวเป็นสินค้าที่สร้างชื่อเสียงให้กับ อ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช มาอย่างยาวนาน ซึ่งเป็นสินค้าจากท้องถิ่น สร้างงาน สร้างอาชีพและรายได้ให้กับชาวบ้านปีละหลายล้านบาท  แต่เมื่อนางองุ่น ปิดทางออก โดยอ้างว่าเป็นที่ดินส่วนบุคคลเช่ามาจากสำนักพระพุทธศาสนาจังหวัดนครศรีธรรมราชอย่างถูกต้อง สร้างความเดือดร้อนให้กับชาวบ้านและกลุ่มเกษตรกรเครื่องปั้นดินเผาบ้านมะยิงเป็นอย่างมาก และก่อนหน้านี้เมื่อปีที่ผ่านมาก็มีการปิดกั้นทางเข้าออกอีกด้านหนึ่ง ทำให้ชาวบ้านไม่สามารถใช้เป็นเส้นทางเข้าออกได้ โดยเฉพาะบรรดาผู้ปกครองที่นำบุตรหลานมาเรียนพิเศษภาษาอังกฤษปฟรีกับโรงเรียนสุมหัว จนทางสำนักพระพุทธศาสนาได้ลงมาชี้แงทำความเข้าใจจนสามารถเปิดเส้นทางให้ใช้ร่วมกันได้ตามปกติมาครั้งหนึ่งแล้ว แต่ทางผู้ถูกร้องได้แอบอ้างเป็นผู้เช่าที่ดินจากสำนักพระพุทธศาสนาจังหวัดนครศรีธรรมราชถูกต้องทำการปิดถนนฝั่งทางเข้ากลุ่มเกษตรกรเครื่องปั้นดินเผาบ้านมะยิง อีกครั้ง นชาวบ้านเดือดร้อนร้องเรียนอำเภอและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงมาแก้ปัญหาดังกล่าว

            ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ได้สั่งการให้นางองุ่น ผู้ถูกร้องเปิดเส้นทางและห้ามปิดเส้นทางที่ประชาชนใช้ประโยน์รวมกันอีกอย่างเด็ดขาด หากฝ่าฝืนกจะใช้มาตรการทางกฎหมายดำเนินการอย่างเฉียบขาด ซึ่งนางองุ่น ก็รับปาก ท่ามกลางความดีใจของชาวบ้าน ก่อนพากันแยกย้ายกันกลับไปโดยไม่มีเหตุการณ์รุนแรงเกิดขึ้นแต่อย่างใด.

ภาพ/ข่าว ยุทธนะ  เตมะศิริ /นครศรีธรรมราช



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน