คืบหน้า แฟนหนุ่มลวงแฟนสาววัย17 ให้เอเย่นค้ายาขืนใจนาน5วัน ผู้ต้องหายังปฏิเสธ





คืบหน้าคดีแฟนหนุ่มลวงแฟนสาววัย17 ปี ไปให้เอเย่นค้ายาเสพติดรายใหญ่จับตัวไปกักขังก่อนใช้กำลังข่มขืนนานนาน 5 วัน ขณะที่วันนี้ผู้เสียเดินทางไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลนครนายก ขณะที่นายมอสให้การปฎิเสธว่าไม่มีส่วนรู้เห็น ที่แฟสาวถูกจับตัวไปกักขังข่มขืน

 

 

 

นายธิติ กิตติวิทิตคุณ ปลัดอำเภอเมืองนครนายก





โดยแม่เด็กได้บอกว่า หลังจากที่ตนรู้ว่าลูกสาวหายตัวไปได้ประสานผู้ใหญ่บ้านและออกตามหาลูกสาวทุกวิถีทาง ซึ่งต่อมาลูกสาวได้โทรติดต่อกลับมา แต่รู้จับน้ำเสียงของลูกได้ว่าผิดปกติ โดยลูกสาวโทรมาบอกับตนว่าอยากกลับบ้านเพราะคนที่ลูกสาวอยู่ด้วยนั้นไม่ให้ลูกสาวพูดเยอะ ขณะเดียวกันนายปราโมทย์คนที่จับตัวลูกสาวไปนั้นได้บอกให้ลูกสาวบอกกับตนให้ถอนแจ้งความ  ขณะที่ตอนนี้ลูกสาวมีอาการเซื่องซึมพูดน้อยกว่าปกติ  ซึ่งเรื่องที่ลูกสาวคบกับมอสนั้นตนเองรับทราบมาโดยตลอด ซึ่งตอนหลังมารู้ว่ามอสเสพยาเสพติดและได้เตือนลูกสาว ทั้งนี้หากเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมนายปราโมทย์ได้ขอให้ดำเนินการทางคดีให้ถึงที่สุด

 

 

จากนั้นผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยังที่ทำการผู้ใหญ่บ้านหมู่ 3 ตำบลสาริกา อำเภอเมือง จังหวัดนครนายก เพื่อสอบถามกับนายประสิทธิ ลาภา ผู้ใหญ่บ้านหมู่3 ตำบลสาริกา  ที่รู้จักบ้านของนายปราโมทย์ จิตสงัด ผู้ต้องหาที่ลักพาตัวเด็กหญิงวัย17ปี ไปข่มขืน   โดยผู้ใหญ่ได้เล่าว่า นายปราโมทย์เคยต้องคดีพรากผู่เยาว์  กระทำชำเรา และติดคุกประมาณ 10 ปีและพึ่งพ้นโทษออกมาได้ไม่ถึง2 เดือน และตนเองยังไม่เคยเจอหน้านายปราโมทย์ รู้เพียงแต่ว่า แม่ของนายปราโมทย์ที่ไปใช้ชีวิตอยู่ที่ต่างประเทศได้เดินทางกลับมาตอนที่นายปราโมทย์พ้นโทษ จากนั้นก็ได้ปลูกบ้านให้ใหม่อีก 1หลัง ซึ่งตนเองพึ่งทราบข่าวเมื่อวานหลังจากที่ปลัดอำเภอโทรมาแจ้งให้ไปตรวจสอบบ้านของนายปราโมทย์ว่ามีรถกระบะอีซูซุสีแดง กับอัมเมร่าสีขาวจอดอยู่ที่บ้านนายปราโมทย์หรือไม่ ซึ่งเมื่อว่านตนเองไปตรวจสอบไม่พบรถกระบะอีซูซุสีแดง พบเพียงรถเก๋งอัมเมร่าสีเขียวเพียงเท่านั้น แต่ไม่พบนายปราโมทย์  จากประวัติที่ตนทราบมาว่านายปราโมทย์มีนิสัยค่อยข้างเกร อีกทั้งพี่สาวมีแฟนเป็นชาวต่างชาติและมักจะส่งเงินมาให้ที่บ้านตลอดทำให้สมาชิกในบ้านไม่ทำงานเพราะมีเงินใช้ที่ได้มาจากพี่สาวที่ส่งมาให้ โดยลักษณะนิสัยผู้ที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดที่อยู่ในพื้นที่มักจะไม่แสดงตนหรือแสดงพฤติกรรมในพื้นที่ แต่จะไปแสดงพฤติกรรมนอกพื้นที่

 

ขณะเดียวกันผู้สื่อข่าวสามารถติดต่อนายสมัคร สำลี อายุ52 ปี พ่อของนายมอส แฟนหนุ่มของเด็กหญิงวัย17ปีได้ ซึ่งอยู่ในพื้นที่ ตำบลเขาพระ อำเภอเมืองนครนายก  โดยได้เล่าว่า   นายมอสเป็นลูกชายตน คบหากับเด็กหญิงวัย17ปีมาแล้วประมาณ2ปี ซึ่งเด็กหญิงวัย17ปีไม่สามาถเข้าบ้านนี้ได้ เพราะนายมอสมีภรรยาและลูกอยู่บ้านหลังนี้ ส่วนเรื่องที่เด็กหญิงวัย17ปีถูกจับตัวไปนั้น ตอนได้สอบถามนายมอสทราบว่า วันที่6 นายมอสได้นัดรับยากับผู้ค้ายา โดยเรียกว่าวิธีชนยา โดยใช้ผู้หญิงของทั้งสองฝั่งเป็นผู้ส่งมอบยา ซึ่งนายมอสได้ให้เด็กหญิงวัย17ปีแฟนสาว ไปรับยากับผู้หญิงที่เอเย่นส่งมา ซึ่งหลังจากที่ส่งตัวไปแล้วก็ไม่สามารถติดต่อได้อีกเลย จนกระทั้งเช้าวันที่11 ได้รับการติตต่อจากเด็กหญิงวัย17ปี ว่าปลอดภัยและไปรับตัวที่ อ.หินกอง จังหวัดสระบุรี 

ด้านนายมอส แฟนหนุ่มของเด็กหญิงวัย 17 ปีได้บอกว่า ในวันเกิดเหตุ มีคนจ้างให้ตนกับแฟนก็ไปเอายาเสพติด ซึ่ง นายเล่ ที่เป็นหัวหน้าแก๊งส่งยาและเป็นหัวหน้าตน บอกให้มาเอาที่นี่ โดยจะมีผู้หญิงมาส่งให้ ตนก็เลยให้ แฟน ไปเอายามาให้ แล้วตนรออยู่ข้างนอก จากนั้นแฟนก็หายตัวไปเลย ไม่รู้ไปไหน ไม่สามารถติดต่อได้เลย มารู้อีกทีก็เห็นข่าวว่า แฟนกลับมาแล้ว และถูกนายปราโมทขืนใจ ตืนยืนยันว่าไม่ได้มีการเอาผู้หญิงส่งให้คนอื่นเพื่อเป็นการขัดดอก เนื่องจากติดค่ายาเสพติด 4 หมื่นแน่นอน แต่ลับหลัง ตนไม่ทราบว่า นายเล่ และนายปราโมท มีปัญหาอะไรกับหรือไม่  ตนยืนยันว่า ไม่ได้รู้จักกับนายปราโมทเลย  สาเหตุที่ให้เก๋ไปเอายามาให้นั้น เพราะว่า ทำงานแบบนี้อยู่แล้ว

พ.ต.ท กล้าหาญ โชคพิพัฒน์ไพบูรณ์ ผู้กำกับการสภ.เมืองนครนายก  บอกว่า ตอนนี้ได้สอบปากคำเบื้องต้นกับเด็กหญิงวัย17ปีเบื้องต้นแล้ว ทราบว่าเด็กหญิงวัย17ปีถูกนายปราโมทย์ข่มขืนโดยไม่ยินยอม ซึ่งตอนนี้กำลังสอบสวนเด็กหญิงวัย17ปี พร้อมสหวิชาชีพ โดยวันพรุ่งนี้จะมีการอนุมัติหมายศาลจับกุมนายปราโมทย์

ภาพ / ข่าว กิจติภััฐร์ สง่ารัตนพิมาน จังหวัดนครนายก

 

พ.ต.อ กล้าหาญ โชคพิพัฒน์ไพบูรณ์ ผู้กำกับการสภ.เมืองนครนายก




 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน