คดีฆ่ายกครัวเมืองคอนศาลฏีกาพิพากษาประหาร“ปุ้ม ลานนม”พร้อมชดใช้ 3.1ล้าน





 (13 ก.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมือคืนที่ผ่านมา (12 ก.ย.) นางวรรณา โสพิณ อายุ 59 ปี แม่ยายของนายสุเทพ หรือปู  รอดสุกอายุ 30 ปี  และยายของ ด.ช.ณรงค์ฤทธิ์ รอดสุก อายุ 2 ขวบ ที่ถูกคนร้ายขับรถยนต์กระบะไล่ตามประกบรัวยิงหวังให้ฆ่ายกครัว 4 ศพ จนทำให้สองพ่อลูกเสียชีวิต 2 ศพ ส่วนนางวาสนา หรือทราย โสภิณ อายุ 26 ปี และ ด.ญ.วิภัชชา รอดสุก อายุ 8 ปี ซึ่งเป็นภรรยาและลูกสาวนายสุเทพ ได้รับบาดเจ็บสาหัส เหตุเกิดเมื่อกลางดึกคืนวันที่ 1 พ.ค.2559 ริมถนนเลียบทางรถไฟ ต.มะม่วงสองต้น อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช ได้ประกอบพิธีจุดธูปพร้อมจุดประทัด 100 นัดเพื่อบอกกล่าวถึงดวงวิญญาณของนายสุเทพ หรือปู รอดสุก และ ด.ช.ณรงค์ฤทธิ์ รอดสุก สองผู้ลูกที่ถูกยิงเสียชีวิตว่าเมื่อวันที่ 3 ก.ย. 2562 ที่ผ่านมา ศาลฎีกาได้พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ โดยให้ประหารชีวิต นายศิริชัย บุรินทร์โกษฐ์ หรือ “ปุ้ม ลานนม” อายุ 30 ปี จำเลยในคดี และให้ชดใช้ค่าเสียหาย 3,162,397 บาท

            สำหรับคดีนี้นับเป็นคดีอุกฉกรรจ์ สะเทือนขวัญและโด่งดังเป็นที่สนใจของประชาชนอย่างกว้างขวาง หลังจากนายสุเทพ หรือปู  รอดสุก และยาย ด.ช.ณรงค์ฤทธิ์ รอดสุก ถูกคนร้ายขับรถยนต์กระบะไล่ตามประกบรัวยิงจนเสียชีวิต 2 ศพ โดยคนร้ายหวังให้เสียชีวิตยกครัว 4 ศพ แต่นางวาสนาหรือทราย โสภิณ อายุ 26 ปี และ ด.ญ.วิภัชชา รอดสุก อายุ 8 ปี ซึ่งเป็นภรรยาและลูกสาวนายสุเทพ ได้รับบาดเจ็บสาหัส เหตุเกิดเมื่อกลางดึกคืนวันที่ 1 พ.ค.2559 และต่อมาเจ้าหน้าที่สามารถสืบสวนติดตามจับกุมตัวนายศิริชัย บุรินทร์โกษฐ์ หรือ “ปุ้ม ลานนม” อายุ 30 ปีผู้จัดการร้านลานนม ถนนเทวบุรี ต.โพธิ์เสด็จ  อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช  ซึ่งเป็นร้านของนายตำรวจยศ ร.ต.ท. สังกัด สภ.แห่งหนึ่งใน จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นน้าชายของนายศิริชัย หรือ “ปุ้ม ลานนม” ผู้ต้องหา และนายนายสุเทพ หรือปู รอดสุก กับนางวาสนาหรือทราย โสภิณ สองผัวเมียทำงานอยู่ที่ร้านลานนมดังกล่าว  โดยก่อนเกิดเหตุนายสุเทพ หรือปู มีเรื่องทะเลาะกับนายตำรวจเจ้าของร้าน และนายศิริชัย หรือ “ปุ้ม ลานนม” ภายในร้านอย่างรุนแรง  อย่างไรก็ตามนายศิริชัย หรือ“ปุ้ม ลานนม” ผู้ต้องหาให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา ซึ่งต่อมาศาลชั้นต้นได้พิพากษาตัดสินให้ประหารชีวิต และชดใช้ค่าเสียหาย 5.9 ล้านบาท และศาลอุทธรณ์พิพากษาประหารชีวิตยืนตามศาลชั้นต้น และให้ชดใช้ค่าเสียหายลดลงเหลือ 3,162,397 บาท 

 

 

 

 

 

ศาลฎีกาพิพากษาตดสินดีฆ่ายกครัวยืนตามศาลชั้นต้น และศาลอุทธรณ์ให้ประหารชีวิต "ปั้ม ลานนม" มือปืนเหี้ยม





ด้านนางวรรณา โสพิณ อายุ 58 ปี แม่ยายของนายสุเทพ รอดสุก อายุ 30 ปี  และยาย ด.ช.ณรงค์ฤทธิ์ รอดสุก ผู้เสียชีวิต กล่าว คดีนี้ลูกเขยและหลานชายเสียชีวิต2 ศพ ส่วนนางวาสนา อายุ 26 ปี และ ด.ญ.วิภัชชา รอดสุก อายุ 8 ปี สองแม่ลูกบาดเจ็บสาหัส  โดยคดีนี้คนร้ายมีไม่น้อยกว่า 3 คนและหวังยิงถล่มให้เสียชีวิตยกครัว 4 ศพ ตำรวจจับคนร้ายได้แค่คนเดียวคือนายศิริชัย หรือ “ปุ้ม ลานนม”  ผู้จัดการร้านลานนม ทั้ง ๆ ที่มีพยานหลักฐานค่อนช้างชัดเจนว่าคนร้ายที่ร่วมก่อเหตุมีไม่ต่ำกว่า 3 คน และนายตำรวจเจ้าของร้านลานนมเป็นผู้บงการ โดยตนได้ต่อสู้กับอิทธิพลทุกรูปแบบในคดีนี้อย่างโดดเดี่ยว โดยยกครอบครัวเดินทางเข้าร้องเรีนขอความเป็นธรรมกับตำรวจกองปราบ และ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี งแต่ทางตำรวจอ้างว่าแม้จะรู้ตัวผู้บงการและคนร้ายที่เหลือแต่ไม่สามารถจับกุมดำเนินคดีได้เนื่องจากการพยานหลักฐานเชื่อมโยงบางอย่าง  อย่างไรก็ตามแม้จะจับกุมคนร้ายได้เพียงคนเดียว และศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์ตัดสินประหารชีวิต และตนรอคอยการพิพากษาของศาลฎีกาท่ามกลางกระแสข่าวการวิ่งเต้นทุกวิธีทางเพื่อล้มคดีนี้ จนกระทั้งศาลฎีฏาพิพากษาตัดสินยืนตามศาลชั้นต้น และศาลอุทธรณ์ให้ประหารชีวิต ซึ่งเป็นวันที่ตนและครอบครัวรอคอยมายาวนานกว่า 3 ปี

            โดยส่วนตัวตนพอใจในคำพิพากษาตัดสินของทั้ง 3 ศาลในระดับหนึ่งและขอขอบพระคุณศาล อัยการและนายธนาชัย เกตุโรจน์ ทนายโจทก์ร่วมที่ช่วยติดตามคดีอย่างใกล้ชิด  แต่ตนยังรู้สึกว่าครอบครัวคตนได้รับเป็นธรรมแค่ครึ่งเดียวเพราะคนร้ายที่เหลือและนายตำรวจเจ้าของร้านผู้บงการยังลอยนวล  ในขณะที่ครอบครัวตนได้รับความเดือดร้อนอย่างแสนสาหัส หลาน ๆ ต้องขาดพ่อ แม่ก็ถูกยิงจนขาเสียกลายเป็นเหมือนคนพิการทำงานไม่ได้ ภาระการหาเงินเลี้ยงดู 4-5 ชีวิตจึงตกอยู่ที่ตนทั้งหมด  โดยตนทำงานเป็นแม่บ้านลูกจ้างแขวงการทาง ฯเงินเดือนไม่กี่พันบาทและจะถูกเลิกจ้างในอีกไม่กี่วันข้างหน้าเพราะอายุครบ 60 ปี ซึ่งต่อไปไม่รู้ว่าจะหาเลี้ยงครอบครัวกันอย่างไรหลานที่กำพร้าพ่อก็กำลังเรียนสูงขึ้นไม่แน่ใจว่าจะหาเงินส่งเสียได้มากน้อยแค่ไหน ส่วนเรื่องเงินชดเชยค่าเสียหายทางเพ่งตามคำพากษาของศาล 3.1 ล้านบาทก็ไม่แน่ใจว่าจะได้หรือไม่เพราะต้องเข้าสู่กระบวนการยึดทรัพย์จำเลย โดยคงต้องผ่านกระบวนการสืบทรัพย์ว่าจำเลยมีทรัพย์สินใด ๆ บ้างหรือไม่หากไม่มีทรัพย์สินครอบครัวตนก็คงไม่ได้รับ แต่ตนทราบพ่อแม่ของนายศิริชัย หรือ“ปุ้ม ลานนม”จำเลยร่ำรวยมากเพียงสร้างบ้านใหม่ราคาหลายล้านบาทซึ่งตามกฎหมายไม่ใช่ทรัพย์สินของนายศิริชัย หรือ“ปุ้ม ลานนม”

 

 

 

นางวรรณา โสพิณ ตนอยากให้ทางตำรวจโดยเฉพาะทางตำรวจภาค 8 และตำรวจกองปราบที่ตนเคยไปยื่นเรื่องร้องเรียนไว้แล้วช่วยสอบสวนสืบสวนติดตามจับกุมคนร้ายที่เหลือและนายตำรวจจอมบงการมาดำเนินคดีด้วย ซึ่งความจริงตำรวจทุกคนทุกระดับทราบหมดแล้วว่าผู้บงการคือใคร และคนร้ายร่วมก่อเหตุมีใครบ้าง  ในสำนวนที่มีการยึดรถกระบะที่คนร้ายใช้ก่อเหตุก็จะระบุชัดว่าใครเป็นคนนำรถไปติดสติกเกอร์ เปลี่ยนล้อแม็กซ์เพื่ออำพรางตบตาตำรวจ ส่วนผู้บงการก็มีพยานซึ่งเป็นเมียน้อยที่หลังก่อเหตุได้ไปเปิดโรงแรมนอนกับเมียน้อยและเล่ารายละเอียดเกี่ยวกับการก่อเหตุยิงถล่มลูกเขยและหลานชายตนเสียชีวิต 2 ศพ ในขณะที่ลูกสาวตนพร้อมหลานอีกคนบาดเจ็บสาหัส ซึ่งก่อนหน้านี้เมียน้อยนายตำรวจเขายินยอมที่จะมาเป็นพยานให้โดยนัดกับตำรวจภาค 8 เพื่อเข้าให้ปากคำเรียบร้อยแล้ว แต่เมียน้อยนายตำรวจเจ้าของร้านเกิดเปลี่ยนใจอย่างกะทันหันเพราะกลัวจะโดนตามฆ่าปิดปาก  ที่ผ่านมาตนพยายามสอบถามทั้งผู้กำกับ ผู้การ ตำรวจภาค 8 และตำรวจกองปราบ ได้แต่อ้างว่าไม่มีพยานหลักฐาน ซึ่งมันค่อนข้างชัดเจนถึงขนาดนี้ยังบอกว่าไม่มีพยานหลักฐานได้อย่างไร เมื่อตำรวจประสานเสียงกันอ้างเหมือนกันว่าพยานหลักฐานไม่เพียงพอ และตำรวจยังอ้างว่าเมื่อเมียน้อยนายตำรวจจอมบงการเปลี่ยนใจไม่ยอมมาเป็นพยานให้ก็จะไปบังคับเขาไม่ได้ คดีนี้จึงทำอะไรต่อไปไม่ได้  หากเป็นแบบนี้ตนก็ไม่รู้จะทำอย่างไร  แต่ตนบอกได้คำเดียวว่าไม่สามารถทำใจได้ที่ยังเห็นคนร้ายและนายตำรวจคนที่บงการฆ่ายกครัวยังลอยนวลแบบนี้

 

 

            “ภาพกล้องวงจรปิดในร้านลานนมที่ผู้ตายทะเลาะกับนายตำรวจเจ้าของร้านและนายศิริชัย หรือ “ปุ้ม ลานนม”  ผู้จัดการร้าน ตำรวจปล่อยไว้หลายวนจนทางร้านลบทิ้งทำลายหลักฐานไปหมด รวมทั้งการเช็คสัญญาณโทรศัพท์ตำรวจอ้างว่าทำไม่ได้ จนกลายมาเป็นข้ออ้างว่าขาดหลักฐาน 2 อย่างนี้ทำให้ไม่มีพยานหลักฐานมัดตัวนายตำรวจเจ้าของร้านจอมบงการได้ ตนรู้สึกว่าเรื่องนี้มีเบื้องหน้าเบื้องหลังบางอย่าง โดยหลังตนเกษียณอายุการทำงานจะได้รับเงินก้อนหนึ่ง คนจะนำทุกคนในครอบครัวเดินทางไปพบ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เพื่อขอความเป็นธรรมและขอความช่วยเหลือในทางคดี พร้อมำภาพถ่ายที่นายตำรวจผู้บงการอยู่ในห้องพักโรงแรมไปมอบให้เป็นหลักฐานด้วย  ตนจะเรียกร้องต่อสู้เพื่อความเป็นธรรมเพื่อให้คนร้ายที่เหลือและนายตำรวจเจ้าของร้านจอมบงการได้รับโทษตามกฎหมายให้จนได้ นางวรรณา กล่าว.

 

ภาพ/ข่าว  ยุทธนะ  เตมะศิริ/นครศรีธรรมราช

 





 

 

 

 

 

 

 

 


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน