กองทัพภาคที่ 3 กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 3 จัดแถลงข่าวภารกิจของกองทัพภาคที่ 3





ที่พิพิธภัณฑ์บ้านเกิดพระยาพิชัยดาบหัก ต.ในเมือง อ.พิชัย จ.อุตรดิตถ์ พ.อ.ธำรงศักดิ์ บุญทักษ์ หัวหน้าฝ่ายปฏิบัติการศูนย์เสริมสร้างความปรองดองสมานฉันท์ กอ.รมน.ภาค 3 พ.อ.รุ่งคุณ มหาปัญญาวงศ์ โฆษกกองทัพภาคที่ 3 พ.ทงปริญญ์ ฤกษืเย็น ผบ.ปงพัน 20 ร.อ.หญิง มณทิรา พรมศรี ผู้ช่วยโฆษกกองทัพภาคที่ 3 นายปรัชญา เสริฐลือชา นายอำเภอพิชัย นายศิลปชัย ถาวรพัฒนาสกุล นายกองคืการบริหารส่วนตำบลในเมือง ได้ร่วมกับกองทัพภาคที่ 3 แถลงข่าว

     โดย พ.อ.รุ่งคุณ  มหาปัญญาวงศ์ โฆษกกองทัพภาคที่ 3 และ ร.อ.หญิง มณทิรา พรมศรี ได้แจ้งในเรื่อง การปราบปรามการลักลอบนำเข้า การปราบปรามการลักลอบนำเข้าสินค้าผิดกฎหมาย เพื่อพิทักษ์ผลประโยชน์ของชาติ ในพื้นที่ กองกำลังนเรศวร มีรายละเอียดการจับกุมสินค้าผิดกฎหมายที่สำคัญ ดังนี้.-

          เหตุการณ์ที่ 1 เมื่อวันที่ 7 กันยายน 2562 เวลาประมาณ 20.00 น. ขณะที่เจ้าหน้าที่ทหารจากหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 14 กองร้อยเคลื่อนที่เร็ว กองกำลังนเรศวร จำนวน 1 ชุดปฏิบัติการ ร่วมกับเจ้าหน้าที่จาก ด่านศุลกากรแม่สอด, ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดตาก และสถานีตำรวจภูธรแม่สอด กำลังตั้งจุดตรวจ/จุดสกัด อยู่ที่ บ้านห้วยหินฝน ตำบลแม่ปะ อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก  อยู่นั้น สามารถตรวจค้นจับกุมรถยนต์รับจ้างสาธารณะ (รถแท็กซี่) คันหมายเลขทะเบียน จังหวัดตาก พบ หินหยก จำนวน 12 ชิ้น ซุกซ่อนอยู่ภายในรถดังกล่าว  สอบถามแล้วทราบว่า ผู้ขับขี่รถได้เอาหินหยกดังกล่าวซึ่งเป็นของชายชาวเวียดนาม นำมาจากประเทศเพื่อนบ้านเข้ามาในราชอาณาจักรไทย โดยไม่ผ่านขั้นตอนทางศุลกากร  เจ้าหน้าที่จึงดำเนินการตามกฎหมาย

          เหตุการณ์ที่ 2 เมื่อวันที่ 8 กันยายน 2562 เวลาประมาณ 09.50 น. ขณะที่เจ้าหน้าที่ทหารจากหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 14 กองร้อยเคลื่อนที่เร็ว กองกำลังนเรศวร จำนวน 1 ชุดปฏิบัติการ ร่วมกับเจ้าหน้าที่จาก ด่านศุลกากรแม่สอด, ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดตาก และสถานีตำรวจภูธรแม่สอด กำลังตั้งจุดตรวจ/จุดสกัด อยู่ที่ บ้านห้วยหินฝน  ตำบลแม่ปะ อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก อยู่นั้น ได้เรียกทำการตรวจค้นรถตู้โดยสารสาธารณะ (สายแม่สอด – ตาก) คันหมายเลขทะเบียนจังหวัดนครสวรรค์ ผลตรวจค้นพบ บุหรี่ จำนวน 3 ยี่ห้อ ซึ่งผลิตในประเทศเพื่อนบ้าน รวมทั้งสิ้นจำนวน 45 ห่อ ไม่มีหลักฐานการผ่านขั้นตอนทางศุลกากร และไม่มีผู้ใดแสดงตนเป็นเจ้าของ  เจ้าหน้าที่จึงตรวจยึดบุหรี่ดังกล่าวและจะได้ดำเนินการตามกฎหมายในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป

ทั้งนี้ เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาล ในการสกัดกั้นและปราบปรามการลักลอบนำเข้าสินค้า          ผิดกฎหมาย ไม่ผ่านการเสียภาษี ไม่มีการตรวจสอบและกักกันโรค รวมทั้งไม่มีการรับรองคุณภาพตามมาตรฐานของหน่วยงานที่รับผิดชอบ อาจทำให้เกิดอันตรายต่อผู้บริโภค ผู้บัญชาการทหารบก จึงได้มอบนโยบายให้มีการติดตามความคืบหน้าในการดำเนินคดีทางกฎหมายอย่างต่อเนื่อง และหากผลทางคดีสิ้นสุดแล้ว พบว่าเอกชนรายใดเป็นผู้กระทำการดังกล่าว ให้ประชาสัมพันธ์ให้ประชนชนได้ทราบข้อเท็จจริงด้วย

การจับกุมยาเสพติด ตามที่ แม่ทัพภาคที่ 3/ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด กองทัพภาคที่ 3 ได้มีนโยบายให้มีการบูรณาการงานด้านการข่าวเพื่อความมั่นคงของพลเรือน ตำรวจ ทหาร และทุกภาคส่วน ในการดำเนินการ สกัดกั้น ปราบปราม และจับกุมขบวนการค้ายาเสพติดอย่างจริงจัง ตั้งแต่พื้นที่แนวชายแดน จนถึงพื้นที่ตอนในของประเทศ นั้น มีรายละเอียดการจับกุมยาเสพติดที่สำคัญ ดังนี้.-

          เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2562 เวลา 05.00 น. ภายหลังจากเจ้าหน้าที่ทหาร ศูนย์ปฎิบัติการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดชายแดนภาคเหนือ (ศป.ปส.ชน.) ได้รับแจ้งจากแหล่งข่าวว่า จะมีขบวนการลักลอบขนยาเสพติดเข้าสู่พื้นที่ตอนในของประเทศไทย โดยใช้วิธีเดินเท้าลัดเลาะตามแนวป่าอ้อมจุดตรวจแก่งปันเต๊า ตำบลแม่นะ อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกจับกุม จึงได้จัดกำลังพลเข้าปฏิบัติงานร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจจาก สถานีตำรวจภูธรเชียงดาว






ทำการวางกำลังกระจายไปตามจุดที่คาดว่ากลุ่มขนยาเสพติดจะใช้เป็นทางผ่าน จนกระทั่งเวลาประมาณ 05.45 น. เจ้าหน้าที่ได้ตรวจพบคนกลุ่มหนึ่ง ประมาณ 10 คน มีเป้แบกอยู่ที่หลัง กำลังเดินลัดเลาะฝ่าความมืดมาตามทางเดินเท้าบนป่าเขา ทางด้านทิศใต้ของจุดตรวจแก่งปันเต๊า  เจ้าหน้าที่จึงส่งสัญญาณให้หยุดเดินเพื่อทำการตรวจค้น ปรากฏว่ากลุ่มคนดังกล่าวไม่ยอมหยุด แต่กลับใช้อาวุธปืนไม่ทราบชนิดและขนาดยิงมาทางเจ้าหน้าที่ พร้อมทั้งพากันทิ้งเป้ที่แบกไว้แล้วรีบวิ่งหลบหนี  เจ้าหน้าที่ได้ใช้อาวุธปืนยิงโต้ตอบเพื่อสกัดกั้นการหลบหนีแล้ว แต่กลุ่มคนดังกล่าวอาศัยความมืดและความชำนาญพื้นที่สามารถหลบหนีไปได้ จากการตรวจจุดเกิดเหตุพบ กระสอบดัดแปลงใส่สายสะพายเป็นเป้ จำนวน 8 กระสอบ ภายในกระสอบบรรจุยาเสพติดให้โทษ ประเภท 1 (ยาบ้า) รวมเป็นจำนวนทั้งสิ้นประมาณ 1,100,000 เม็ด เจ้าหน้าที่ได้ตรวจยึดยาบ้าของกลาง นำส่งพนักงานสอบสวนดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

การสนับสนุนเฮลิคอปเตอร์เคลื่อนย้ายผู้ป่วยวิกฤต กองทัพภาคที่ 3 ได้จัดเฮลิคอปเตอร์ แบบ Bell - 212 จำนวน 1 เครื่อง จากชุดปฏิบัติการบิน หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 7 กองกำลังผาเมือง ร่วมกับคณะแพทย์ของโรงพยาบาลศรีสังวาลย์ จังหวัดแม่ฮ่องสอน ทำการบินเคลื่อนย้ายผู้ป่วยฉุกเฉิน ดังนี้.-

เมื่อวันที่ 8 กันยายน 2562 เวลา 16.00 น. ทำการบินเคลื่อนย้ายผู้ป่วยฉุกเฉินซึ่งเป็นเด็กผู้ชาย อายุ 1 ปี   5 เดือน ซึ่งมีอาการหายใจเหนื่อย เวลาไม่หายใจจะมีเสียงดัง มีไข้ ไอ และมีน้ำมูก มีอาการมาแล้ว 7 วัน     จากการประเมินของคณะแพทย์ให้ความเห็นว่า ผู้ป่วยมีอาการของระบบทางเดินหายใจขัดข้อง ภาวะ Respiratory Distress เห็นควรต้องนำส่งโรงพยาบาลแม่สะเรียงเป็นการเร่งด่วน โดยทำการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยทางอากาศยาน จากมาจากสุขศาลาพระราชทาน บ้านโกแประ ตำบลแม่คง อำเภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน ไปยังสนามเฮลิคอปเตอร์หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 36 ค่ายเทพสิงห์ ตำบลบ้านกาศ อำเภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน โดยมีคณะแพทย์พร้อมอุปกรณ์ทางการแพทย์ รวมทั้งรถพยาบาลฉุกเฉินจากโรงพยาบาลแม่สะเรียง และชุดเสนารักษ์ หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 36 ร่วมทำการช่วยเหลือผู้ป่วยนำส่งโรงพยาบาลแม่สะเรียงทำการรักษาต่อไป

การปฏิบัติภารกิจดังกล่าว กองทัพภาคที่ 3 ได้ปฏิบัติตามคำสั่งการของกองทัพบก/ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพบก ในการช่วยเหลือประชาชนผู้ป่วยเจ็บกรณีฉุกเฉิน โดยการร้องขอของสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ โดยยึดถือบันทึกความตกลง (MOU) เรื่อง การปฏิบัติการแพทย์ฉุกเฉินด้วยอากาศยาน ของกระทรวงกลาโหม ระหว่างกระทรวงกลาโหม, กระทรวงสาธารณสุข, สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ และสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ เมื่อ 29 มิถุนายน 2552 ทั้งนี้จึงขอเรียนให้พี่น้องประชาชน ในพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือทราบ เพื่อให้เกิดความมั่นใจได้ว่า กองทัพบก โดย กองทัพภาคที่ 3 มีความพร้อม  ที่จะสนับสนุนกำลังพลและยุทโธปกรณ์ทางทหารในการช่วยเหลือประชาชนยามวิกฤตทุกโอกาส

การก่อสร้างถนนดินซีเมนต์ผสมยางพารา จากสถานการณ์ปัญหายางพาราตกต่ำในปัจจุบัน รัฐบาลได้กำหนดมาตรการแก้ไขปัญหายางพาราเร่งด่วน โดยให้หน่วยงานต่างๆ ของภาครัฐส่งเสริมการใช้ยางพาราและผลิตภัณฑ์ในรูปแบบต่าง ๆ โดยกำชับให้เร่งดำเนินการตามมาตรการดังกล่าว ให้เกิดผลเป็นรูปธรรมโดยเร็วที่สุด ในขั้นต้นได้มีนโยบายให้หน่วยทหาร เข้าสำรวจถนนที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกล ทุรกันดาร ถนนในพื้นที่หมู่บ้าน และชุมชนที่มีสภาพชำรุดเสียหา มีผลกระทบต่อการสัญจรของประชาชน โดยมอบหมายให้หน่วยทหารช่างเป็นผู้ดำเนินการก่อสร้างถนนดินซีเมนต์ผสมยางพารา (Para Soil Cement) ซึ่งถนนดังกล่าว เป็นนวัตกรรมของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยี  พระจอมเกล้าพระนครเหนือ (มจพ.) และผ่านการรับรองมาตรฐานจากกรมทางหลวง กองทัพภาคที่ 3 ได้จัดเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่สำรวจ รวมทั้งประสานการปฏิบัติกับส่วนราชการและกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดอย่างใกล้ชิด ในการนี้ได้จัดทำข้อมูลโครงการดังกล่าว ส่งให้รัฐบาล จำนวน 33 เส้นทาง เพื่อใช้ยางพาราเป็นส่วนผสมในการสร้างถนน จำนวน 1,031.20 ตัน   

การเฝ้าระวังไข้หูดับจากข้อมูลในการเฝ้าระวังของกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข พบว่าสถานการณ์โรคไข้หูดับ     ในประเทศไทย (ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – 17 สิงหาคม 2562) พบผู้ป่วยโรคไข้หูดับแล้ว 265 ราย เสียชีวิต 23 ราย ซึ่งสถานการณ์โรคไข้หูดับในภาพรวมมีจำนวนผู้ป่วยเพิ่มขึ้น 16 ราย จากปีที่ผ่านมา โดยผู้ป่วยส่วนใหญ่อายุมากกว่า 65 ปี อาศัยอยู่ในพื้นที่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จังหวัดที่พบผู้ป่วยมากที่สุด คือ อุตรดิตถ์ นครสวรรค์ แพร่ ตามลำดับ และพบในกลุ่มอาชีพรับจ้างมากที่สุด รองลงมาคือกลุ่มเกษตรกร

 สำหรับผู้ที่มีความเสี่ยงติดเชื้อโรคไข้หูดับ ได้แก่ ผู้ที่สัมผัสกับหมูที่ติดโรคโดยตรง เช่น คนเลี้ยงหมู คนทำงานในโรงฆ่าสัตว์ คนชำแหละเนื้อหมู และคนที่รับประทานเนื้อหมูดิบ เป็นต้น ส่วนกลุ่มที่เสี่ยงจะมีอาการป่วยรุนแรงหากติดเชื้อ ได้แก่ ผู้ป่วยพิษสุราเรื้อรัง ผู้มีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน ไต มะเร็ง หัวใจ  ผู้ที่เคยตัดม้ามออก เป็นต้น โดยโรคไข้หูดับจะมีอาการไข้สูง ปวดศีรษะอย่างรุนแรง เวียนศีรษะจนทรงตัวไม่ได้ อาเจียน คอแข็ง หูหนวก ท้องเสีย ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ ภายหลังสัมผัสหมู่ที่ป่วยหรือกินอาหารที่ปรุงมาจาก   เนื้อหมูปรุงไม่สุก เช่น ลาบหมูดิบ หรือลาบที่มีส่วนผสมของเลือดดิบ

แม่ทัพภาคที่ 3/ผู้บัญชาการศูนย์บรรเทาสาธารณภัย กองทัพภาคที่ 3 ได้มอบหมายให้โรงพยาบาลทหารทั้ง 10 แห่ง ในพื้นที่ภาคเหนือ ได้ดำเนินการประชาสัมพันธ์เพื่อเฝ้าระวังโรค ซึ่งคาดว่าในช่วงนี้อาจพบผู้ป่วยโรคไข้หูดับเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยเฉพาะในภาคเหนือ ทั้งนี้ วิธีป้องกันโรคไข้หูดับ ได้แก่ 1. กินหมูสุกเท่านั้น โดยปรุงเนื้อหมูให้สุกทั่วถึงจนเนื้อไม่มีสีแดง และควรเลือกซื้อเนื้อหมู่ที่ไม่มีกลิ่นคาว    สีคล้ำ ผ่านการตรวจสอบมาตรฐานจากโรงฆ่าสัตว์ 2. ผู้ที่สัมผัสกับหมูที่ติดโรค โดยเฉพาะผู้เลี้ยงหมู ผู้ที่ทานในโรงฆ่าสัตว์ ผู้ที่ชำแหละเนื้อหมู สัตวบาล สัตวแพทย์ ควรสวมรองเท้า บู๊ทยาง สวมถุงมือ รวมถึงสวมเสื้อที่รัดกุมระหว่างทำงาน หากมีบาดแผลต้องปิดแผล   ให้มิดชิด และล้างมือหลังสัมผัสกับหมูทุกครั้ง

ทั้งนี้ หากพี่น้องประชาชนในพื้นที่ภาคเหนือ มีอาการบ่งชี้ของโรคใกล้เคียงกับลักษณะดังกล่าว ขอให้ได้ไปพบแพทย์ ณ โรงพยาบาลทหาร หรือโรงพยาบาลในสังกัดของกระทรวงสาธารณสุขใกล้บ้านโดยด่วน 

ณัฐวัฒน์ ราชประสิทธิ์ ภาพ/ข่าวอุตรดิตถ์



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน









ข่าวที่เกี่ยวข้อง