จุรินทร์ กดปุ่มจ่ายเงินชาวนาผู้ปลูกข้าว รับเงินส่วนต่างล็อตแรก 15 ตุลาคม 2562 ลุยอีสานเดินหน้าประกันรายได้ชาวนา ภัยแล้ง น้ำท่วม ภัยธรรมชาติ




เมื่อเวลา 9.30 น. วันนี้ ( 14 กันยายน 2562 ) นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์  ได้เดินทางไปร่วมประชุมชี้แจงนโยบายและรับฟังความคิดเห็นของประชาชน เกี่ยวกับโครงการประกันรายได้เกษตรกรของรัฐบาล ณ โรงเรียนจันทรุเบกษาอนุสรณ์ อําเภอเกษตรวิสัย จังหวัดร้อยเอ็ด ร่วมกับนายวันชัย คงเกษม ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด  นายบุณยฤทธิ์ กัลยาณมิตร ปลัดกระทรวงพาณิชย์  คณะผู้บริหารกระทรวงพาณิชย์  และมี ร.ต.ท. เจริญ เหล่าธรรมทัศน์ นายกสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย เข้าร่วมด้วย

 

โดยนายจุรินทร์ เดินทางมาในนามของรัฐบาลและกระทรวงพาณิชย์ โดยมาพบกับพี่น้องประชาชนชาวร้อยเอ็ด มหาสารคาม กาฬสินธุ์ ยโสธร สุรินทร์ และศรีสะเกษ โดยโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปี 2562/63 (รอบที่1) เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าวตามที่กระทรวงพาณิชย์เสนอเป็นวงเงินงบประมาณ 21,495.74 ล้านบาท และคณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวฯ ภายในวงเงินงบประมาณดังกล่าวเมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2562 ที่ผ่านมา ซึ่งคณะอนุกรรมการกำกับดูแลและกำหนดหลักเกณฑ์กลางอ้างอิงโครงการประกันรายได้ฯ มีมติเห็นชอบขั้นตอนและวิธีดำเนินโครงการฯแล้ว ในฤดูการผลิตนี้ ซึ่งเกษตรกรผู้ปลูกข้าวจะสามารถติดต่อขอขึ้นทะเบียนเพื่อใช้สิทธิ์ในรอบที่ 1 นี้ได้แล้ว ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป โดยชนิดข้าว ราคา และปริมาณประกันรายได้

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

จุรินทร์ กดปุ่มจ่ายเงินชาวนาผู้ปลูกข้าว รับเงินส่วนต่างล็อตแรก

นายจุรินทร์ กล่าวอีกว่า การกำหนดชนิดและราคา ประกันรายได้ข้าวเปลือกหอมมะลิ ข้าวเปลือกหอมมะลินอกพื้นที่ ข้าวเปลือกเจ้า ข้าวเปลือกหอมปทุมธานี และข้าวเปลือกเหนียว ครอบคลุมพื้นที่เพาะปลูกข้าวทั่วประเทศ โดยกำหนดราคาและปริมาณประกันรายได้ ณ ราคาความชื้นไม่เกิน 15% โดยชดเชยเป็นจำนวนตัน ในแต่ละชนิดข้าว ดังนี้ ข้าวเปลือกหอมมะลิ 15,000 บาท/ตัน (ครัวเรือนละ14ตัน) ,ข้าวเปลือกหอมมะลินอกพื้นที่ 14,000 บาท/ตัน (ครัวเรือนละ16ตัน) ,ข้าวเปลือกเจ้า 10,000 บาท/ตัน (ครัวเรือนละ 30 ตัน),ข้าวเปลือกหอมปทุมธานี 11,000 บาท/ตัน (ครัวเรือนละ25ตัน) ข้าวเปลือกเหนียว 12,000 บาท/ตัน (ครัวเรือนละ16ตัน)​

 

 

 

 

 

 

 

รายงานข่าวกรมการค้าภายในกระทรวงพาณิชย์ ระบุว่า กรณีที่เกษตรกรเพาะปลูกข้าวมากกว่า1ชนิดจะได้สิทธิ์ไม่เกินจำนวนขั้นสูงของข้าวแต่ละชนิด และเมื่อรวมกันต้องไม่เกินขั้นสูงของชนิดข้าวที่กำหนดไว้สูงสุด ทั้งนี้ยกเว้นพันธุ์ข้าวที่ไม่สามารถเข้าร่วมโครงการฯ จำนวน 18 พันธุ์ เนื่องจากเป็นข้าวอายุสั้น ระยะเวลาดำเนินการ การขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปีการผลิต 2562/63 รอบที่ 1 ต้องปลูกข้าวระหว่างวันที่ 1 เมษายน – 31 ตุลาคม 2562 ยกเว้นภาคใต้ ระหว่างวันที่ 16 มิถุนายน 2562 – 28 กุมภาพันธ์ 2563 ระยะเวลาได้รับสิทธิชดเชยให้เป็นไปตามวันเก็บเกี่ยวที่เกษตรกรระบุในทะเบียน เกษตรกร

 

โดยคณะอนุกรรมการกำกับดูแล ฯ จะกำหนดและประกาศราคาเกณฑ์กลางอ้างอิงครั้งแรกในวันที่ 16 ตุลาคม 2562 (สำหรับเกษตรกรได้รับสิทธิ ตั้งแต่เก็บเกี่ยวถึงวันที่ 15 ตุลาคม 2562) และครั้งต่อไปทุก ๆ 15 วัน จนถึงวันสิ้นสุดการใช้สิทธิตามโครงการ คือ 31 ตุลาคมปี 2563 ขั้นตอนและวิธีการ เป็นระบบ ชัดเจน ตรวจสอบได้ แปลว่ารอบแรกนี้เงินส่วนต่างเกษตรกรผู้ปลูกข้าวจะได้รับครั้งแรกวันที่ 15 ตุลาคม 2562

 

 

 

 

โดยกลุ่มเกษตรกรต้องมีการขึ้นทะเบียนกับกรมส่งเสริมการเกษตร โดยต้องแจ้งวันที่คาดว่าจะเก็บเกี่ยวในการขึ้นทะเบียนเกษตรกร เพื่อใช้เป็นข้อมูลช่วงระยะเวลาที่เกษตรกรจะได้รับสิทธิชดเชย ใช้ข้อมูลผลผลิตเฉลี่ยต่อไร่รายประเทศของข้าวแต่ละชนิดของสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในการคำนวณปริมาณผลผลิตของเกษตรกรที่จะได้รับสิทธิในการชดเชย คำนวณปริมาณผลผลิตที่เกษตรกรจะได้รับสิทธิเพื่อเป็นข้อมูลในการจ่ายเงินชดเชย โดยใช้ข้อมูลและหลักการทางสถิติอันเป็นที่ยอมรับโดยใช้พื้นที่ทั้งหมดที่ ขึ้นทะเบียนปลูกข้าวแต่ละชนิดมาคูณผลผลิตเฉลี่ยต่อไร่เป็นปริมาณผลผลิตที่ต้องชดเชย แต่ต้องไม่เกินปริมาณผลผลิตที่มติคณะรัฐมนตรีกำหนด โครงการนี้ได้บูรณาการหน่วยงานกำกับดูแลใกล้ชิดโปร่งใส เป็นธรรม ได้จัดตั้งคณะอนุกรรมการติดตามกำกับดูแลการบริหารจัดการข้าวระดับจังหวัดเพื่อคอยติดตาม กำกับดูแลการดำเนินโครงการประกันรายได้ฯ ให้เป็นไปด้วย ความเรียบร้อยและป้องปรามเพื่อให้การค้าขายปกติ เกิดความเป็นธรรม ไม่มีการ เอารัดเอาเปรียบเกษตรกร

 

 

 

 

บูรณาการร่วมกันระหว่างหน่วยงานหลักที่เกี่ยวข้องอันได้แก่

1) กรมการค้าภายใน ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการกำกับดูแลและกำหนด เกณฑ์กลางอ้างอิงโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว ทำหน้าที่พิจารณา กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ การกำหนดเกณฑ์กลางอ้างอิงของการประกันรายได้

 

2) ธ.ก.ส. เป็นหน่วยงานหลักในการจ่ายเงินชดเชย และช่วยประชาสัมพันธ์ โครงการให้เกษตรกรได้รับทราบ

 

3) กรมส่งเสริมการเกษตร ดำเนินการขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้ปลูกข้าว โดย คำนึงถึงความสะดวกและประโยชน์ที่เกษตรกรพึงได้รับการช่วยเหลือโดยเร็ว รวมทั้งร่วมกับกรมการค้าภายใน ธ.ก.ส. และจังหวัดแหล่งผลิต ในการชี้แจง เกี่ยวกับโครงการประกันรายได้ฯ ในระดับพื้นที่

 

การจ่ายเงินแก่เกษตรกร

ธ.ก.ส. จะโอนเข้าบัญชีเกษตรกรโดยตรงตามช่วงระยะเวลาที่กำหนดภายใน 3 วัน นับตั้งแต่วันที่ประกาศราคาเกณฑ์กลางอ้างอิงในแต่ละรอบ โดยเกษตรกรไม่ต้องทำสัญญากับ ธ.ก.ส.

 

 

 

 

 

ภาพ/ข่าว เบญจมาศ คาดพันโน จ.ร้อยเอ็ด

 

 

จุรินทร์ กดปุ่มจ่ายเงินชาวนาผู้ปลูกข้าว รับเงินส่วนต่างล็อตแรก เดินหน้าประกันรายได้ชาวนา

ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน