อดีดปลัด อบต.ไม่ยอมร่วมทุจริตด้วย โดนกลั่นแกล้งถึงขั้นถูกปลดออกจากราชการ แถมยังถ่วงเวลาไม่ให้รับเงินบำเหน็จบำนาญนานถึง 9 ปี มีชีวิตลำบาก





วันนี้ (15 ก.ย.62) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นางมะลิสิณีย์  ภวภูรีนนท์ อดีดปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลทับใหญ่ ตำบลทับใหญ่ อำเภอรัตนบุรี จังหวัดสุรินทร์  ได้ถือเอกสารจำนวนหนึ่งเข้าพบผู้สื่อข่าวเพื่อร้องเรียนว่า ตนไม่ได้รับความเป็นธรรม กรณีการขอรับเงินบำเหน็จบำนาญแต่ไม่ได้รับมานานนับ 9 ปี ซึ่งตลอดเวลา 9 ปีตนได้พยายามทำหนังสือขอรับบำเหน็จบำนาญ ทั้งอบต.ทับใหญ่(ต้นสังกัด) ท้องถิ่นอำเภอรัตนบุรี ท้องถิ่นจังหวัดสุรินทร์ ตลอดทั้งผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ แต่คำตอบที่ได้ก็คือเอกสารวันสิ้นสุดรับราชการไม่ตรงกับทะเบียนประวัติ ซึ่งเอกสารทั้งสองนี้เจ้าหน้าที่ของอบต.ทับใหญ่เป็นผู้รับผิดชอบดูแลดำเนินการทั้งหมด  ตนไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเอกสารแต่อย่างใด

 

 

 

 

 



 






ผู้สื่อข่าวถามว่าที่บอกว่าเขากลั่นแกล้ง กลั่นแกล้งอย่างไร นางมะลิสิณีย์ ภวภูรีนนท์ ได้เล่าว่า สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 7 เมษายน 2553 ศาลได้มีคำสั่งจำคุกนายก อบต.ทับใหญ่ตามหมายศาลจำคุกเป็นเวลา 6 เดือนจึงทำให้นายกคนดังกล่าวขาดคุณสมบัติทันที ต่อมาในห่วงเวลาที่ตำแหน่งผู้บริหารว่างลง นายกท่านนี้ได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวและได้วิ่งเต้นกับข้าราชการที่มีอำนาจให้มารับตำแหน่งผู้บริหารตามเดิม โดยใช้อำนาจทั้งสั่งการการอนุญาต การอนุมัติเงินโครงการนับสิบล้านบาท การทำนิติกรรม การจดทะเบียนต่างๆซึ่งตามระเบียบและกฎหมายแล้วทำไม่ได้เนื่องจากนายกท่านนี้ถูกจำคุกจึงขาดคุณสมบัติทันที ตนจึงได้พยายามรายงานผู้บังคับบัญชาหลายครั้ง นายกคนดังกล่าวก็ได้ร่วมกับข้าราชการเจ้าหน้าที่ระดมชาวบ้านมาขับไล่ตน และทั้งยังทำเอกสารอันเป็นเท็จปลดตนออกจากราชการในความผิดขาดราชการเกิน 15 วันติดต่อกัน ตนจึงมั่นใจว่าสาเหตุนี้แน่นอนที่ทำให้นายกและข้าราชการเหล่านี้ไม่พอใจ

ต่อมาเมื่อมีคำสั่งปลดตนออกจากราชการแล้ว ตนก็ได้ไปขอใช้สิทธิ์ขอรับบำเหน็จบำนาญจากต้นสังกัดคือ อบต.ทับใหญ่ แต่ปรากฏว่าเจ้าหน้าที่อบต.ทำฐานเงินเดือนๆสุดท้ายไม่ตรงกับแบบคำขอบำเหน็จบำนาญ แต่ก็ไม่มีการแก้ไข มีการส่งเอกสารกลับไปมาอย่างนี้ตลอดระยะ 9 ปีจนถึงปัจจุบันนี้ก็ยังไม่คืบหน้า

 

 

 

 

นางมะลิสิณีย์  ภวภูรีนนท์ อดีดปลัดอบต.ทับใหญ่กล่าวอีกว่า ตนได้เดินทางไปทุกที่ทุกองค์กรที่คิดว่าจะพอพึ่งได้ แต่ก็ติดที่ระเบียบบ้างขอเวลาตั้งคณะกรรมการตรวจสอบบ้าง จึงอยากจะขอวอนผ่านสื่อฯไปถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้โปรดเห็นใจช่วยเร่งดำเนินการให้โดยเร็วเพราะตอนนี้ตนลำบากมาก ไม่มีรายได้มาหลายปีแล้ว ลูกก็ต้องเรียนตัวเองต้องต่อสู้กับโรคประจำตัวที่รุมเร้า มีชีวิตที่ลำบากมาก จึงอยากฝากให้ผู้สื่อข่าวช่วยติดตามเรื่องนี้ให้ด้วย ว่าเรื่องไปถึงไหนแล้ว  ช่วยขอความเป็นธรรมให้กับตนด้วย

 

 

 

 

ภาพ/ข่าว สุรเดช เหลาคำ จ.สุรินทร์

 



 



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน