จนท.ลุยยึดคืนสวนปาล์มเอกชน หลังหมดสัญญาสัมปทาน 2 หมื่นไร่





จนท.ลุยยึดคืนสวนปาล์มเอกชน หลังหมดสัญญาสัมปทาน 2 หมื่นไร่ หลังยืดเยื้อนาน 6 ปีเศษ

 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 26 ก.ย.62 นายนฤพนธ์ ทิพย์มณฑา หน.ชุดพยัคฆ์ไพร นายกฤตกร สุทธิศักดิ์ นอภ.ปลายพระยา จ.กระบี่ นายสมชาย นุชนานนท์เทพ ผอ.สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 12 กระบี่ นายทศพร โชติช่วง ผอ.ส่วนทรัพยากรธรรมชาติ ทสจ.กระบี่ พ.ต.อ.นัษฐวุฒิ ทองทิพย์ ผกก.สภ.ปลายพระยา นำกำลัง จนท.ชุดเฉพาะกิจพยัคฆ์ไพร จากกรมป่าไม้ สนธิกำลังร่วมกับ จนท.ตำรวจ สภ.ปลายพระยา จ.กระบี่ จนท.ฝ่ายปกครอง ร่วม 100 นาย เข้าตรวจยึดคืนพื้นที่สวนปาล์มหมดสัมปทาน ในพื้นที่หมู่ 8 ต.ปลายพระยา อ.ปลายพระยา รวม 350 ไร่ ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวแยกเป็น 2 แปลง แปลงแรกเป็นพื้นที่เพาะต้นกล้าพันธุ์ปาล์มน้ำมัน และอีกแปลงเป็นพื้นที่ตั้งของ สนง. พื้นที่ทั้ง 2 แปลง เป็นพื้นที่ที่ บริษัทเอกชน อ้างสิทธิครอบครอง ภายในมีการก่อสร้างตัวอาคารชั้นเดียว โรงเรือน และบ้านพักคนงานอีกหลายสิบหลัง จนท.เข้าทำการตรวจแนวเขตพื้นที่ และทำบันทึกตรวจยึดทั้งหมด พร้อมประกาศแจ้งเตือนให้ทางบริษัทฯ ดำเนินการขนย้ายทรัพย์สินทั้งหมด ออกจากพื้นที่ภายใน 7 วัน ส่วนทรัพย์สินที่เป็นตัวอาคารต่างๆ ให้คงไว้จนกว่าคดีจะสิ้นสุด

 






ทั้งนี้ พื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่ที่ บริษัทเอกชน เป็นผู้ขอเช่าสัมปทานเข้าทำประโยชน์จากกรมป่าไม้ เมื่อปี 2526 เนื้อที่รวม 20,000 ไร่ ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าคลองปลายพระยา กำหนดระยะเวลาการเช่า 30 ปี กระทั่งเมื่อวันที่ 21 เม.ย.56 สัญญาเช่าหมดอายุ ครม.มีมติไม่ให้ต่ออายุสัมปทาน และให้เรียกคืนพื้นที่ทั้งหมด ต่อมา บ.ยูนิวานิชฯ ได้ยื่นขออนุญาตเก็บหาของป่าอีก 2 ปี เมื่อหมดสัญญาปี 58 ทางบริษัทฯ ยื่นขอต่ออายุอีกครั้งแต่กรมป่าไม้ ไม่สามารถต่อสัญญาให้ได้ ตามมติ ครม.ทางบริษัทฯ ยื่นคำร้องต่อศาล จ.กระบี่ ให้ออกคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว โดยอ้างว่ามีพื้นที่บางส่วน 7,108 ไร่ กำลังอยู่ในระหว่างยื่นขอรังวัดเตรียมออกเอกสารสิทธิ์ น.ส.3 ก. อ้างว่าบริษัทฯ ยื่นขอสำรวจออกเอกสารสิทธิ์ ก่อนมีการประกาศเป็นป่าสงวนแห่งชาติ ศาล จ.กระบี่ จึงมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวเมื่อวันที่ 19 ธ.ค.61 คดีแพ่งหมายเลขดำที่ 1123/2561 ให้คุ้มครองชั่วคราว บ.ยูนิวานิชน้ำมันปาล์ม จก.(มหาชน) ฝ่ายโจทก์ในคดี โดยห้ามไม่ให้จำเลย (กรมป่าไม้) และบริวาร เข้ารบกวนสิทธิในการครอบครองทำประโยชน์ของโจทก์ในที่ดินดังกล่าว และให้โจทก์เข้าทำการปกป้องคุ้มครอง ดูแลบำรุงรักษาให้น้ำ ใส่ปุ๋ย ฟื้นฟูต้นปาล์มน้ำมัน หรือเก็บเกี่ยวผลปาล์มน้ำมันในที่ดินดังกล่าว จนกว่าศาลจะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น ต่อมากรมป่าไม้ ยื่นคัดค้านคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวดังกล่าว กระทั่งเมื่อวันที่ 19 ก.ค.ที่ผ่านมา ศาล จ.กระบี่ มีคำสั่งยกเลิกการคุ้มครองชั่วคราว และให้ดำเนินการผลักดันผู้ครอบครองออกจากพื้นที่

 





นายสมชาย กล่าวว่า สำหรับพื้นที่ดังกล่าว เมื่อปี 2504 มีการประกาศเป็นป่าตามมติ ครม. ต่อมาเมื่อปี 2515 มีประกาศให้จำแนกพื้นที่ดังกล่าว เป็นพื้นที่ป่าไม้ถาวร ห้ามไม่ให้มีการเดินสำรวจ หรือออกเอกสารสิทธิ์ ต่อมาปี 2526 กรมป่าไม้ประกาศพื้นที่ดังกล่าวเป็นป่าสงวนแห่งชาติป่าคลองปลายพระยา ดังนั้น พื้นที่บางส่วนที่ทางบริษัทฯ อ้างว่ากำลังดำเนินการออกเอกสารสิทธิ์นั้น ไม่สามารถทำได้ การเข้าตรวจยึดในวันนี้ เป็นไปตามขั้นตอนหลังศาล มีคำสั่งยกเลิกการคุ้มครองชั่วคราว โดยพื้นที่ 2 หมื่นไร่ ที่บริษัทฯ เช่าจากกรมป่าไม้ บางส่วนไม่ได้ใช้ทำประโยชน์ ซึ่งกรมป่าไม้ ได้เรียกคืนพื้นที่มาแล้วก่อนนี้ ในวันนี้จึงเข้าตรวจยึดพื้นที่บางส่วนที่เป็นแปลงเพาะพันธุ์ปาล์มน้ำมัน และเป็นที่ตั้งของสำนักงาน เนื้อที่ประมาณ 350 ไร่ หลังจากนี้จะแจ้งให้ผู้ครอบครองพื้นที่ทราบเพื่อเข้ามาขนย้ายทรัพย์สินออกจากพื้นที่ภายใน 7 วัน และจะเชิญผู้ครอบครองมารับทราบข้อกล่าวหา ยึดถือครอบครองในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ โดยไม่ได้รับอนุญาต ตาม ม.14 พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ.2507 และผิดตาม ม.54 พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484.

 

ข่าว/ภาพ บัญฑิต รอดเกิด ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ. กระบี่


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน