แม่กลับแล้ว หลังทราบข่าวลูกเสียชีวิต ซึ่งโลกโซเชี่ยลได้ช่วยกันประโคมข่าวตามหาแม่จนเจอ เผยทั้งน้ำตา ไม่ได้ทิ้งลูกแต่จำเป็นต้องไปทำงานหาเงิน





วันที่ 28 กันยายน 2562 จากกรณีที่มีข่าวเด็กเสียชีวิตด้วยโรคไข้เลือดออก ที่บ้านเลขที่ 187 หมู่ที่ 7 บ้านหนองอียอ ต.ยางสว่าง อ.รัตนบุรี จ.สุรินทร์  ซึ่งมารดาได้หายออกจากบ้านไปไม่ติดต่อกลับมาเป็นเวลากว่า 6 เดือนแล้ว  จนกระทั่งโลกโซเชี่ยลและเพจ ศูนย์ข่าว 123 คนดีมีน้ำใจ – จังหวัดสุรินทร์ ได้ช่วยกันประโคมข่าวนี้ออกไป เพื่อช่วยกันตามหาแม่ของเด็ก  เพื่อให้แม่เด็กได้ทราบข่าวการเสียชีวิตของลูกสาววัย 5 ขวบ เพื่อที่จะได้กลับมาทันดูหน้าลูกสาวเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนที่จะมีพิธีฝังหรือดอยศพไว้ที่วัด ตามความเชื่อของชาวบ้าน ซึ่งหลังจากเป็นข่าวดัง  ในเช้าวันนี้ผู้สื่อข่าวก็ได้รับแจ้งจากญาติของนางภัทราวดี ร่วมจิตร ซึ่งเป็นมารดาของเด็กหญิงณัฐภัทธ ร่วมจิตร หรือนามสกุลเดิมก็คือ แก้วสมนึก อายุ 5 ขวบ ที่เสียชีวิตลงด้วยโรคไข้เลือดออกตามข่าว ว่า ขณะนี้นางภัทราวดี ร่วมจิตร ได้กลับมาถึงบ้านแล้วตั้งแต่เมื่อตอนตี 4 ของเช้ามืดวันนี้ หลังจากทราบข่าวทางสื่อออนไลน์และทางโลกโซเชี่ยลที่ช่วยกันแชร์ข่าวนี้ออกไป

 

 

 

 

 



 






และทันทีเมื่อกลับมาถึงบ้าน นางภัทราวดีก็ได้ทรุดลงร้องไห้จนญาติๆต้องมาคอยช่วยกันปลอบใจ  หลังจากนั้นก็ได้เข้าไปจุดธูปไหว้ที่หน้าโลงศพลูก  แล้วก็นั่งอยู่ตรงนั้นด้วยสายตาเหม่อลอยอยู่เป็นเวลานาน  ก่อนจะกลับเข้าไปพักผ่อนอยู่ในบ้าน  ซึ่งผู้สื่อข่าวก็ได้เดินทางติดตามมาที่บ้านหลังดังกล่าวในเวลา 09.00 น. ภายหลังจากทราบข่าวการกลับบ้านของมารดาของน้องพราว หรือเด็กหญิงณัฐภัทธ ร่วมจิตร วัย 5 ขวบ ที่เสียชีวิตจากโรคไข้เลือดออกตามที่เป็นข่าว เพื่อที่จะสอบถามความเป็นมาถึงกรณีที่เป็นข่าวว่า หายตัวออกจากบ้านไปไม่ส่งข่าวคราวมาบ้านนานกว่า 6 เดือน  จนเกิดกระแสดราม่าในโลกโซเชี่ยลต่างๆนาๆ 

 

 

 

ซึ่งเมื่อผู้สื่อข่าวเดินทางมาถึง  ก็ได้พบกับนายสุพรรณ จันทอง และนางอภิญญา เกลี้ยงไธสง พี่ชายกับพี่สาวของนางภัทราวดี ก่อนที่พี่สาวจะไปเรียกนางภัทราวดีออกมาพบกับผู้สื่อข่าว  ซึ่งหลังจากนั้นไม่นาน  นางภัทราวดีมารดาน้องพราวก็ได้ออกมาพบผู้สื่อข่าวด้วยใบหน้าที่อิดโรย  ก่อนจะเปิดเผยว่า  เหตุที่ตนหายตัวออกจากบ้านไป ก็เพราะว่าต้องการจะไปทำงานหาเงิน  แต่ไม่กล้าบอกญาติพี่น้อง  เพราะกลัวว่าจะถูกห้ามไม่ให้ไป  เนื่องจากตนต้องการไปหาเงินมาเลี้ยงลูก  เพราะหลังจากเลิกกับสามีพาลูกกลับมาอยู่บ้านแล้ว ตนก็ไม่มีรายได้อะไร  ซึ่งก็กะว่าหาเงินได้สักก้อนก็จะกลับมาตอนออกพรรษา  แต่ก็พอดีมาทราบข่าวการเสียชีวิตของลูกก่อน โดยทราบข่าวทางเว็บไซต์สื่อออกไลน์ ก็รู้สึกตกใจและเสียใจมากและร้องไห้ไม่หยุด  จากนั้นก็รีบหารถเพื่อเดินทางกลับบ้าน มาถึงบ้านเมื่อเช้ามืดวันนี้ เพื่อให้ทันได้ดูหน้าลูก  ก่อนจะทำพิธีฝังในวันพรุ่งนี้  ซึ่งหลังจากนี้ก็คงต้องรอให้เสร็จงานก่อน  ก่อนจะตัดสินใจกับชีวิตอย่างไรต่อไป  ส่วนในเรื่องครอบครัว  ก็คงไม่กลับไปคืนดีกับสามีอีก   

 

 

 

 

และจากการได้พูดคุยกับญาติพี่น้องของครอบครัวนางภัทราวดี  ก็ได้ทราบว่าเมื่อเช้ามืดวันนี้ ทางสามีของนางภัทราวดีก็ได้ทราบข่าวและเพิ่งจะเดินทางมาถึงที่บ้านงานเช่นกัน  โดยได้แยกไปพักที่บ้านญาติอีกหลังที่อยู่ใกล้ๆกัน  ซึ่งก็จะมาอยู่ร่วมงานจนเสร็จงานในวันพรุ่งนี้  โดยจะทำพิธีบรรจุหรือดอยศพไว้ก่อน ที่วัดทุ่งไทรขะยูงในเวลา 13.00 น. และหลังจากเสร็จงาน ก็จะหารือกันอีกทีว่าจะทำอย่างไรกันต่อไป 

 

 

 

 

ภาพ/ข่าว ชูชัย ดำรงสันติสุข จ.สุรินทร์




 



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน