ฮือฮา เปรต ตระเวนขอรับบุญกุศลก่อนกลับนรก-คาด 5 แสนคนกระจายทำบุญใหญ่เดือนเกือบ 700 วัดทั่วเมืองคอน




(28 ก.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานการทำบุญส่งตายายหรือ “ส่งเปรต”เนื่องในเทศกาลบุญสารทเดือนสิบ จังหวัดนครศรีธรรมราช ประจำปี 2562 โดยเป็นการทำบุญใหญ่ครั้งสุดท้ายในช่วงเทศกาลบุญสารทเดือนสิบ  ซึ่งตั้งแต่เช้าของวันนี้ (28 ก.ย.) ซึ่งตรงกับแรม 15 เดือนสิบ วันสุดท้ายของเทศกาลบุญสรทเดือนสิบ  ได้มีประชาชนชาวพุทธทั่วจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้ทยอยยกหฺมฺรับ หรือ  “สำรับ”ไปวัดใกล้บ้านอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ทุกวัดทั่วจังหวัดนครศรีธรรมราชเกือบ 700 เต็มไปด้วยผู้คนที่เดินทางมาร่วมทำบุญอุทิศผลบุญไปให้กับรรพบุรุษ บรรพชนที่ล่วงลับไปแล้ว ซึ่งคาดว่าในช่วงดังกล่าวประชาชนชาวพุทธอยู่ภายในวัดทุกแห่งทั่งจังหวัดไม่น้อยกว่า 500,000 คน เชื่อว่าเป็นการร่วมทำบุญพร้อม ๆ กันครั้งใหญ่ที่สุดในรอบปี

            ในขณะศูนย์ขาวนคร 24 ชม.สมาคมสื่อมวลชนนครศรีธรรมราช นำโดยนายไพฑูรย์ อินทศิลา ผู้สื่อข่าวอาวุโสประจำจังหวดนครศรีธรรมราช ในฐานะประธานจัดกิจกรรมนิทรรศการประกวดหุ่นเปรต พาเหรดเปรตเทศกาลบุญสารทเดือนสิบได้นำหุ่นเปรตและคนแต่กายเป็นเปรตเดินทางไปตามวัดต่าง ๆ พุทธศาสนิกชน เพื่อสร้างสีสันต์บรรยากาศในการทำบุญส่งตายาย หรือ “ส่งเปรต” โดยเฉพาะวัดท้ายสำเภา หมู่ 1 ต.ท้ายสำเภา อ.พระพรหม จ.นครศรีธรรมราช และวัดสาคคูใต้ หมู่ 3 ต.ช้างซ้าย อ.พระพรหม จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งทั้ง 2 แห่ง มีประชาชนแห่มาร่วมทำบุญส่งตายายนับพันคนจนศาลาโรงธรรมไม่เพียงพอในการรองรับคลื่นพุทธศาสนิกชน  ท่ามกลางความแตกตื่นฮือฮาของผู้คน  โดยเฉพาะเด็ก ๆ ต่างชื่นชอบเข้ามาห้อมล้อมและเล่นกับหุ่นเปรตอย่างสนใจ 

สื่อเมืองคอนนำหุ่นเปรตออกร่วมกิจกรรมทำบุญส่งตายายกลับนรกภูมิ ท่ามกลางพายุฝน โดยมีผู้คนร่วมทำบุญเนืองแน่น

“ภายในวัดมีการสร้างศาลา หรือที่เรีกว่า “หลาเปรต”เพื่อให้ประชานนำอาหารคราวหวาน ขนมเดือนสิบและของใช้ที่จำเป็นตามคติความเชื่อมาวางบนศาลา หรือ “หลาเปรต” เพื่อบวงสรวงเซ่นไหว้บรรพบุรุษ ปู่ย่า ตายายที่ล่วงลบไปแล้ว โดยหลังจากที่พระภิกษุสงฆ์ประกอบพิธีกรรมทางศาสนาตามลำดับขั้นตอนและกรวดน้ำอุทิศบุญกุศลไปให้กับบรรพบุรุษ บรรพชนที่ล่วงลับไปแล้วและชวบ้านเรียกว่า “เปรต” จากนั้นจึงประกอบพิธิชิงเปรตซึ่งบรรดาลูกหลานทั้งเด็กและผู้ใหญ่ต่างเข้าไปแย่งชิงเครื่องเซ่นไหว้บนศาลาหรือ “หลาเปรต “กันอย่างจริงจังและตั้งอกตั้งใจ เพื่อนำมารับประทานเพราะถือว่าการได้รับประทานหรือกินสิ่งของที่เหลือจากการเซ่นไห้บรรพบุรุษ บรรพชนจะทำให้เกดสิริมงคลแห่ชีวิต แคล้วคลาดปลอดภัยจากอันตรายทั้งปวง หากเป็นเด็ก ๆ นอกจากจะมีสุขภพร่างกายแข็งแรงแลวจะมีสมองฉลาดปราดเปรื่อง”

            นอกจากนี้ยังได้นำอาหารคาวหวานและขนมเดือนสิบบางส่วนไปตั้งตามโคนตนไม้ ริมกำแพง นอกเขตวัด เพื่อให้เปรตที่ไร้ญาติ ไม่สามารถเข้าวัดได้เหมือนเปรตทั่ว ๆ ไปได้สังเวยเครื่องเซ่นไหว้และได้รับบุญกุศลไปด้วย หลังจากชิงเปรตผ่านไปพ้นทางเจ้าหน้าที่ของทางวัดได้นำเอารายชื่อของผู้ที่ล่วงลับไปแล้วใส่ภาชนะรวมกันนำไปจุดไฟเผาเป็นสัญลักษณ์ว่าการทำบุญใหญ่ หรือทำบุญส่งตายาย ซึ่งเป็นการร่วมทำบุญส่งท้ายงานทศกาลบุญสารทเดือนสิบได้เสร็จสิ้นสมบูรณ์ครบถ้วนแล้ว หลังจากนั้นได้มีการเปิดเพลงและดนตรีเสียงดังเพื่อให้บรรดาหุ่นเปรตและคนแต่งเปรตได้เต้นโชว์ โดยมีประชาชนโดยเฉพาะเด็ก ๆ เข้าร่วมเต้นรำอย่างสนุกสนาน และร่วมทำบุญกับหุ่นเปรตก่อนจะรวบรวมเงินทำบุญทังหมดถวายวัดต่อไป อย่างไรก็ตามตลอดเวลาในช่วงเช้าได้เกิดฝนตกหนักทั่วจังหวัดนครศรีธรรมราช ทำให้การเดินทางไปร่วมทำบุญส่งเปรตหรือส่งตายายตามวัดต่าง ๆ ไม่สะดวกมากนัก แต่ชาวพุทธทั่วจังหวัดก็ไม่ย่อท้อพากันเดินทางฝ่าพายุฝนไปไปทำบุญด้วยความตั้งใจอย่างเนื่องแน่นทุกวัด

นายไพฑูรย์ อินทศิลา กล่าวว่า ตามคติความเชื่อที่สืบทอดกันมายาวนานระบุว่าผู้ที่ทำกรรมชั่วเมื่อครั้งยังมีชีวิตเมื่อตายไปก็จะกลายเป็นเปรตตกนรกภูมิรับโทษทัณฑ์ได้รับความทุกขเวทนาแสนสาหัส ในแต่ละปีทางนรกภูมิจะเปิดประตูนรกให้เปรตทั้งหลายขึ้นมายังโลกมนุษย์เพื่อเยี่ยมหลานเป็นเวลา 15 ราตรีและขอรับส่วนบุญ กุศลที่ลูกหลานร่วมทำบุญอุทิศไปให้นำกลับไปไถ่โทษในนรกภูมิ จะได้พ้นโทษหรือโทษลดน้อยลง ในขณะที่เปรตที่พ้นจะมีโอกาสไปผุดไปเกิดในภพใหม่ ซึ่งชาวนครศรีธรรมราชและปักษ์ใต้ไม่ว่าจะอยู่แห่งหนตำบลใดจะต้องเดินทางกลับมาร่วมทำบุญในช่วงเทศกาลบุญสารทเดือนสิบเป็นการแสดงออกถึงความกตัญญูกตเวที เรียกว่าการ “รวมญาติสารทไทย” หากในช่วงดังกล่าวบุตรหลานคนใดไม่มาร่วมทำบุญจะถือว่าเป็นคนอกตัญญู บรรพบุรุษ บรรพชนหรือเปรตที่ขึ้นมายังโลกมนุษย์จะโกรธแค้นและอาจจะพลั่งเผลอปากสาปแช่ง ซึ่งลูกหล่นชาวนครศรีธรรมราชและปักษ์ใตถือว่าคำสาปแช่งของรรพบุรุษบรรพชนเป็นสิ่งอัปมงคล ชีวิตจะพบแต่ความวิบัติฉิบหาย สุขภาพร่างกายจะเกิดความเจ็บป่วยด้วยโรคร้ายต่าง ๆ ทำให้ชีวิตพบแต่ความทุกข์ยาก จึงไม่มีลูกหลานคนใดกล้าละเลยไม่มาร่วมทำบุญในเทศกาลบุญสารทเดือนสิบ

            “จังหวัดนครศรีธรรมราชได้จัดงานเทศกาลบุญสารทเดือนสิบต่อเนื่องกันมาตั้งแต่ปี 2466 ในปีนนี้เป็นปีที่ 96  และในส่วนของการจัดนิทรรศการประกวดหุ่นเปรต พาเหรดเปรตและลานตะเกียงเคียงดินจัดต่อเนื่องกันมาเป็นปีที่ 16 นายมีนายไพฑูรย์ อินทศิลา สื่อมวลชนอาวุโส เป็นประธานจัดกิจกรรมนี้ต่อเนื่องกันมาทุกปี เพื่อต้องการเชิดชูบรรพบุรุษบรรพชนแม้ล่วงลับไปแล้ว และต้องการใช้หุ่นเปรตมาใช้ในการกระตุ้นจิตสำนึกบาปบุญคุณโทษ ให้ลูกหลานแยกแยะดีชั่ว เกรงกลัวและละอายต่อการกระทำผิด”.

ภาพ/คลิป ศูนย์ข่าวนคร 24 ชม.สมาคมสื่อมวลชนนครศรีธรรมราช

ข่าว/ ยุทธนะ  เตมะศิริ นครศรีธรรมราช


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน




ข่าวที่เกี่ยวข้อง