ใจสลาย พ่อและแม่น้องพราวที่เสียชีวิตจากโรคไข้เลือดออก ได้กลับมาทันดูหน้าลูกเป็นครั้งสุดท้ายก่อนฝัง หลังจากที่แยกทางกันและแม่่หายออกจากบ้านไป




เมื่อเวลา 13.00 น. วันนี้ (29 ก.ย.62) ที่วัดทุ่งไทรขะยูง บ้านขะยูง ต.ยางสว่าง อ.รัตนบุรี จ.สุรินทร์  ได้มีพิธีฝังศพ หรือชาวบ้านที่นี่เรียกว่าดอยศพ ตามความเชื่อโบราณที่ว่า หากเด็กอายุยังไม่ถึง 10 ขวบจะเผายังไม่ได้  ต้องฝังหรือดอยศพเอาไว้ให้ครบอายุเด็กก็คือ 10 ปีก่อน  จึงจะนำออกมาทำพิธีเผาได้  ซึ่งจะทำให้เด็กได้ไปเกิดใหม่ในภพภูมิที่ดีกว่า  หลังจากที่เด็กหญิงณัฐภัทธ ร่วมจิตร  หรือน้องพราว อายุ 5 ขวบ ได้เสียชีวิตลงด้วยโรคไข้เลือดออก  เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2562 ที่ผ่านมา  และจากนั้นก็ได้มีข่าวบนโลกโซเชี่ยลและข่าวออกไลน์  ได้ช่วยกันประโคมข่าวตามหามารดาเด็ก  ซึ่งได้หายออกจากบ้านไปกว่า 6 เดือนโดยไม่ได้ติดต่อกลับมาบ้าน  เพื่อให้นางภัทราวดี ร่วมจิตร ซึ่งเป็นมารดาเด็กได้ทราบข่าว  และจะได้กลับมาดูหน้าลูกเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนที่จะทำพิธีฝังในวันอาทิตย์ที่ 29 กันยายน 2562 นี้ ที่วัดทุ่งไทรขะยูง ต.ยางสว่าง อ.รัตนบุรี

 

 

 

 

 

 

 

บรรยากาศงานฝังศพน้องพราว ที่วัดทุ่งไทรขะยูง ต.ยางสว่าง อ.รัตนบุรี จ.สุรินทร์

ซึ่งหลังจากข่าวได้มีการเผยแพร่ต่อๆกันไป ต่อมานางภัทราวดี ร่วมจิตร มารดาของน้องพราว หรือเด็กหญิงณัฐภัทธ ร่วมจิตร ซึ่งหลบไปทำงานอยู่ที่กรุงเทพฯทราบข่าว  ก็ได้รีบเดินทางกลับมาที่บ้านทันที  และในเวลาไล่เลี่ยกัน อดีตสามีที่อยู่ จ.สงขลาก็ทราบข่าวเช่นกัน  ก็ได้เดินทางด่วนพร้อมกับญาติๆจาก จ.สงขลา มาถึงที่บ้านงานในตอนเช้ามืดของวันที่ 28 กันยายน 2562 เพื่อที่จะได้กลับมาทันเห็นหน้าลูกเป็นครั้งสุดท้าย  หลังจากที่ได้เลิกรากันไปไม่นาน  ซึ่งหลังจากที่ครอบครัวแยกทางกัน นางภัทราวดี ก็ได้หอบลูกทั้ง 2 คน คนหนึ่งเป็นชายอายุ 7 ขวบ คนเล็กเป็นหญิง อายุ 5 ขวบกลับมาอยู่ที่บ้านเกิด  ก่อนที่นางภัทราวดีจะหายตัวออกจากบ้านไปโดยไม่ส่งข่าวมานานกว่า 6 เดือน  โดยทางบ้านไม่มีใครทราบหรือติดต่อได้ จนกระทั่งมาทราบข่าวทางสื่อออนไลน์ว่า ลูกสาวได้เสียชีวิตลงแล้วด้วยโรคไข้เลือดออก  ซึ่งนางภัทราวดี ก็ได้เปิดเผยว่า  เหตุที่ไปโดยไม่ได้บอกใคร  ก็เพราะกลัวว่าจะถูกห้ามไม่ให้ไป  ซึ่งตนเพียงต้องการจะไปหาเงินมาสักก้อน  และก็จะกลับมาช่วงออกพรรษานี้  แต่ก็มาทราบข่าวการเสียชีวิตของลูกก่อน  จึงได้รีบเดินทางกลับมา เพื่อที่จะทันมาดูหน้าลูกเป็นครั้งสุดท้าย

 

 

 

 

 

 

ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า  สำหรับบรรยากาศที่วัดทุ่งไทรขะยูง ต.ยางสว่าง ในวันนี้  ก็ได้มีชาวบ้านในหมู่ 7 บ้านขะยูง หนองอียอ ได้เดินทางมาร่วมงานกันเป็นจำนวนมาก  โดยในพิธีได้มีการสวดมนต์และพิธีบังสุกุล  ก่อนจะทำพิธีฝังหรือดอยศพ  ซึ่งบรรยากาศในช่วงนี้เต็มไปด้วยความ โศกเศร้า  เสียงร่ำไห้ของมารดาและบิดาของน้องพราว  ก็ทำเอาผู้ที่มาร่วมงานต่างกลั้นน้ำตา เอาไว้ไม่ไหว  จนพากันร่ำไห้ตามกันไปด้วย  ก่อนที่ช่างจะได้ทำการโบกปูนปิดหลุมรอไว้ให้ครบ  10 ปีตามอายุเด็ก  จึงจะนำขึ้นมาทำพิธีเผาอีกครั้ง

 

 

 

 

ด้านนางภัทราวดี ร่วมจิตร มารดาของน้องพราว ก็ได้เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวหลังจากเสร็จพิธีว่า  จากนี้ไปก็จะพาลูกชายคนโต อายุ 7 ขวบ ไปอยู่กับพี่สาวที่ จ.ระยอง  เพื่อไปหางานทำที่นั่น  และจะไม่ทิ้งลูกไป ไหนอีกแล้ว  ครั้งนี้ถือเป็นบทเรียน จากนี้ไปจะดูแลลูกให้ดีที่สุด  ส่วนเรื่องครอบครัวก็คงจะไม่ กลับไปอยู่ด้วยกันอีกแน่นอน  และเสร็จจากงานที่วัดก็จะกลับไปที่บ้านซึ่งอยู่ห่างจากวัดไม่ไกล  เพื่อให้ญาติๆทั้งสองฝ่ายได้คุยกัน  เนื่องจากพ่อของเขาพยายามจะเอาลูกไปอยู่ด้วย  แต่ อย่างไรตนก็ไม่ยอมให้  ลูกต้องอยู่กับตน  และหลังจากทำบุญเสร็จ  ตนก็จะพาลูกไปอยู่กับพี่สาวที่ระยองทันที

 

 

 

 

 

 

ภาพ/ข่าว ชูชัย ดำรงสันติสุข จ.สุรินทร์

 

 

 

 

 

 


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน