นอนคุกอีกยาว ตำรวจจับตัวขโมยงัดร้านโทรศัพท์ นายก อบต.หนองสรวงโผล่ชี้เป็นรายเดียวกับที่เข้าไปงัดบ้าน





เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2562 เวลา 13.00 น.นางสาวสุทัตตา ทองคำดี นายกองค์การบริหารส่วนตำบลหนองสรวง อำเภอหนองฉาง จังหวัดอุทัยธานี ได้ไปยังสถานีตำรวจภูธรอำเภอหนองฉาง จังหวัดอุทัยธานี เพื่อมาดูตัวผู้ต้องหาหลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้ติดต่อมาว่า นายอรุณ หมื่นมหาใจ  อายุ 26 ปี บ้านเลขที่ 360 ถนนรักการดี ตำบลอุทัยใหม่ อำเภอเมือง จังหวัดอุทัยธานี ที่ไปก่อเหตุงัดร้านโมบายแคร์ เลขที่ 149 หมู่ 5 ต.หนองฉาง อ.หนองฉาง จ.อุทัยธานี  วันที่ 26 กันยายน 2562แล้วถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับได้ นั้นได้รับสารภาพว่า ก่อนหน้านั้นประมาณเมื่อวันที่ 5 กันยายน นั้นได้เข้าไปงัดบ้านเลขที่ 7/2/3 บ้านหนองหมอ ตำบลหนองสรวง อำเภอหนองฉาง จังหวัดอุทัยธานี เป็นบ้านสองหลังติดกัน โดยนายอรุณ นั้นให้การว่าได้เข้าไปงัดประตูเหล็กหน้าบ้านและประตูไม้เข้าไปรื้อข้าวของ โดย นางสาวสุทัตตา ทองคำดี นายกองค์การบริหารส่วนตำบลหนองสรวง ได้พาผู้สื่อข่าวเข้าไปดูร่องรอยการงัดและรื้อข้าวของ โดยปรกติแล้วนางสาวสุทัตตา จะใช้บ้านหลังนี้เป็นที่เก็บของสำคัญ ซึ่งคุณแม่นั้นเป็นคนชอบสะสมของโบราณ หลังจากที่นายอรุณ ได้เข้ามาลักขโมยข้าวของภายในบ้านหลังนี้ก็พบว่า จะเก็บของใส่ตู้หรือวางของอย่างเป็นระเบียนเรียบร้อย และมีของที่มีมูลค่าอยู่เยอะ เช่นเครื่องทองเหลือง จานโบราณ พระเครื่อง มีดโบราณ แจกันทำด้วยไม้ต่างๆ หัวกวางและหัวสัตว์ต่างๆที่มีเขาหายาก รวมถึงสุราผสมโสมที่คุณพ่อนั้นซื้อมาจากต่างประเทศ โดนนายอรุณ นั้นรื้อไปแทบเกลี้ยงบ้านและทิ้งร่องรอยการรื้อค้นไว้โดยข้างของเสื้อผ้าได้ถูกรื้อและค้นกระจายทั่วบ้าน แถมยังมีร่องรอยมีซื้อไส้กรอกมากินและน้ำอัดลมมากินกันอีกด้วย

 

 

 

คนร้ายย่องเบาลักของในบ้านนายก อบต.หนองสรวง





  นางสาวสุทัตตา นั้นบอกว่าบ้านนี้ถึงแม้จะไม่ได้อยู่แล้วเพราะได้ไปซื้อตึกอยู่ริมถนนแต่ก็ยังมาดูแลและทำความสะอาดบ้านสองหลังนี้เป็นประจำ สาเหตุที่ต้องดูแลบ้านสองหลังนี้เพราะเป็นบ้านที่คุณพ่อและคุณแม่ปลูก จึงได้ทำการรักษาไว้และเป็นที่เก็บของสำคัญ แต่พอหลังจากที่เกิดเหตุและเห็นข้าวของในบ้านถูกรื้อจนกระจัดกระจายทั่วบ้านก็โมโห ว่าทำไมต้องรื้อค้นจนขนาดนี้และได้ของคืนมาเป็นบางส่วนแล้วคือพระพุทธรูป 2 องค์และรูปพระสองบาน ที่ตำรวจติดตามและนำกลับมาได้ แต่ของมีค่านั้นหายไปหลายชิ้นหากคิดเป็นมูลค่าก็สูงถึง 400,000 กว่าบาท ส่วนนายอรุณนั้นได้ยอมรับว่าได้เข้ามางัดและขโมยของบ้านของ  นางสาวสุทัตตา จริงและมากับพวกอีก 3 คน ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังเร่งติดตามตัว 3 คนที่ยังหลบหนีอยู่

 

 

 

ผู้ต้องหาเครียดเมื่อโดนจับกุมตัว




 ขณะเดียวกันเมื่อช่วงเช้าที่กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดอุทัยธานี พล.ต.ต.วินัย นุชชา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดอุทัยธานี ได้แถลงผลการจับกุม นายอรุณ หมื่นมหาใจ  อายุ 26 ปี บ้านเลขที่ 360 ถนนรักการดี ตำบลอุทัยใหม่ อำเภอเมือง จังหวัดอุทัยธานี ที่ไปก่อเหตุงัดร้านโมบายแคร์ เลขที่ 149 หมู่ 5 ต.หนองฉาง อ.หนองฉาง จ.อุทัยธานี  วันที่ 26กันยายน 2562 เวลา 03.30 น. ที่ผ่านมาโดยมีนายศักดิ์ชาย กันถา อายุ 31 ปี เป็นเจ้าของร้าน โดยนายอรุณ ได้ใช้รถจักรยานยนต์สีแดงขับขี่มาแล้วก็เข้าไปงัดประตูร้านและขโมยโทรศัพท์ไป 57 เครื่องและเงินสดจำนวน 4,000 บาท  ซึ่งมูลค่ารวม 300,000 กว่าบาทต่อมาเจ้าหน้าที่สืบสวนกองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดอุทัยธานีและสถานีตำรวจภูธรหนองฉาง ได้ทำการสืบสวน จึงทราบว่าหลังก่อเหตุเสร็จแล้วได้นำโทรศัพท์จำนวน 1 เครื่อง ไปให้กับนางวาสนา สังขวิสุทธิ์ อายุ 31 ปี บ้านเลขที่ 24/3 หมู่ 3 ตำบลหนองแก อำเภอเมือง จังหวัดอุทัยธานี ซึ่งเป็นภายาของนายอรุณ ไปจำนำไว้ที่ร้านขายโทรศัพท์แห่งหนึ่งที่ตำบลหนองมะค่าโมง อำเภอด่านช้าง จังหวัดสุพรรณบุรี ในราคา 3,000 บาท เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงติดตามและทำการยึดโทรศัพท์เครื่องที่นางวาสนา นั้นไปจำนำไว้

  ต่อมาวันที่ 29 กันยายน 2562 เวลา 18.00 น. เจ้าหน้าที่ สืบสวนกองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดอุทัยธานีและสถานีตำรวจภูธรหนองฉาง ได้พบตัวนายอรุณและนางวาสนา ที่บริเวณ อำเภอดอนเจดีย์ จังหวัดสุพรรณบุรี จึงได้แสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยนายอรุณ นั้นให้การยอมรับว่าได้เข้าไปก่อเหตุลักทรัพย์จริง ส่วนนางวาสนา นั้นให้การว่าไม่รู้ว่าโทรศัพท์เครื่องที่นายอรุณหรือสามีของตนให้ไปเป็นเครื่องที่ขโมยมาและให้การปฎิเสธทุกข้อกล่าวหา ด้าน พล.ต.ต.วินัย ได้กล่าว่าถึงแม้นางวาสนาจะให้การปฎิเสธ แต่ด้วยหลักฐานที่มัดแน่นหนา จึงไม่เป็นผลต่อการจับกุมหรือรูปคดีแต่อย่างไร ส่วนนายศักดิ์ชาย กันถา เจ้าของร้านโมบายแคร์ นั้นดีใจที่ได้โทรศัพท์มือถือคืน 

 

 

ภาพ-ข่าว นันทศักดิ์ วัฒนพานิช จ.อุทัยธานี

 


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน









ข่าวที่เกี่ยวข้อง