ส.ส.เมืองคอนนำทีมปักดำนาข้าวพุทธภูมิเพื่อน้ำนมข้าวใช้พิธีกวนขาวมธุปายาส“มาฆบูชาแห่ผ้าขึ้นธาตุ”เมืองนครฯ ประจำปี 2563 จัดต่อเนื่องปีที่ 790




( 7 ต.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่าที่แปลงนาพุทธภูมิ ริมถนนพุทธภูมิ  ต.มะม่วงสองต้น อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช  รศ.ดร.รงค์ บุญสวยขวัญ ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ เขต 1 จ.นครศรีธรรมราช รองประธานกรรมาธิการศาสนา ศิลปะวันธรรม สภาผู้แทนราษฎร  พร้อมด้วยทีมงานได้ร่วมกันไถและคราดพื้นนาข้าวพุทธภูมิ ซึ่งเป็นแปลงนาข้าวที่ชาวบ้าน ต.มะม่วงสองต้น ถวายให้กับวัดพระนคร ต.ในเมือง อ.เมือง  จ.นครศรีธรรมราช ใช้ในการทำนาข้าวเพื่อนำน้ำนมข้าวไปใช้ในการประกอบพิธีกวนข้าวมธุปายาส เนื่องในวนมาฆบูชา ประจำปี 2562 และงานประเพณี “มาฆบูชาแห่ผ้าขึ้นธาตุ” จังหวัดนครศรีธรรมราช ประจำปี 2563 ในช่วงวันเพ็ญเดือน 3  จากไถปรับพท้นที่และคราดดินนาข้าวเรียบร้อยแล้ว รศ.ดร.รงค์ พร้อมทีมงานและชาวบ้านได้ร่วมกันถอนกล้าพันธุ์ข้าวสังข์หยดนำไปปักดำในแปลงนาพุทธภูมิเป็นปฐมฤกษ์

            รศ.ดร.รงค์ บุญสวยขวัญ กล่าวว่า จังหวัดนครศรีธรรมราชเป็นศูนย์กลางพุทธศาสนามาแต่ครั้งโบราณ ในแต่ละปีจึงมีการจัดงานประเพณีที่เกี่ยวข้องกับเทศกาลหรือวันสำคัญทางพุทธศาสนาอย่างต่อเนื่อง เช่น ประเพณีให้ทานไปเนื่องในเทศกาลปีใหม่  มาฆบูชาแห่ผ้าขึ้นธาตุ วันวิสาขบูชาโลก เทศกาลเข้าพรรษา เทษกาลบุญสารทเดือนสิบ และเทศกาลชักพระออกพรรษา เป็นต้น  โดยเฉพาะประเพณีมาฆบูชาแห่ผ้าขึ้นธาตุ เป็นประเพณีเก่าแก่คู่จังหวัดนครศรีธรรมราชมายาวนานเกือบ 800 ปีมาแล้ว  โดยจังหวัดนครศรีธรรมราชเริ่มจัดงานประเพณีแห่ผ้าขึ้นธาตุครั้งแรกในปี พ.ศ.1773 หรือ 790 ปีมาแล้ว ในแต่ละปีจะมีคลื่นประชาชนาวพุทธทั่วโลกนับแสนคนเดินทางมาร่วมพิธีแห่ผ้าขึ้นธาตุ และกราบนมัสการพระบรมธาตุเจดีย์ที่อยู่ระหว่างการพิจารณาของยูเนสโกเพื่อปราศรับรองเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมในราวกลางปี 2563


โดยในการจัดงานประเพณีแห่ผ้าขึ้นธาตุแต่ละปีนั้นจะมีกิจกรรมอื่น ๆ  ร่วมด้วยหลายกิจกรรมโดยเฉพาะพิธีการกวนขาวมธุปายาส หรือขาวยาโค หรือข้าวทิพย์ เป็นพิธีการหนึ่งที่สำคัญในงานประเพณี “มาฆบูชา แห่ผ้าขึ้นธาตุ” ของจังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งได้ปฏิบัติต่อเนื่องมาเป็นประจำทุกปี ในปี 2563เป็นปีที่ 790 เพื่อสืบสานประเพณีอันดีงามของท้องถิ่นและเพื่อความเป็นสิริมงคล อีกทั้งเป็นการรวมแรงพลังศรัทธา และแสดงออกถึงความสามัคคีของหมู่คณะ ชาวนครศรีธรรมราชโดยมีการนำเครื่องปรุงนานาชนิดที่มีอยู่ในท้องถิ่นอย่างน้อย 25 ชนิด เช่น น้ำนมข้าว ผลไม้ชนิดต่าง ๆ พืชสมุนไพร น้ำผึ้ง น้ำตาลทราย กะทิ เผือก มัน เป็นต้น มาบดผสมคลุกเคล้าให้เข้ากันจากนั้นนำไปใส่ในกระทะใบบัวที่วางอยู่บนเตาไฟซึ่งใช้ไม้ฟืนเป็นเชื้อเพลิง ที่สำคัญผู้กวนหลักของแต่ละกระทะจะต้องเป็นสาวบริสุทธิ์ หรือ “สาวพรหมจรรย์” ที่ผ่านพิธีตามความเชื่อและแต่งชุดขาวถือถือศีลกินเจ มาแล้ว 7 วัน อย่างไรก็ตามหลังจาก“สาวพรหมจรรย์” ผู้กวนหลักกวนข้าวมธุปายาสไปได้สักระยะหนึ่ง คนอื่น ๆ สามารถเข้าไปช่วยกันผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันกวนซึ่งใช้เวลานาน  8-10 ชั่วโมง นอกจากนี้ระหว่างการกวนขาวมธุปายาสพระสงฆ์จะสวดชัยเจริญมงคลคาถาด้วยขึงด้ายมงคลไปยังไม้พายที่ใช้กวนข้าวมธุปายาสทุกกระทะ  ทำให้ข้าวมธุปายาสหรือขาวยาคู,ยาโค หรือข้าวทิพย์ ที่ปรุงเสร็จเป็นอาหารวิเศษที่เป็นสิริมงคลแก่ผู้ที่ได้รับประทานยิ่งนัก โดยเมื่อได้ข้าวมธุปายาสมาแล้วก็จะนำส่วนหนึ่งไปถวายพระสงฆ์ อีกส่วนแบ่งกันแจกจ่ายให้กับบุคคลทั่วไป และร่วมทำบุญตามกำลังศรัทธา ซึ่งเชื่อกันว่าข้าวมธุปายาส เป็นอาหารวิเศษที่เป็นสิริมงคลแก่ผู้ที่ได้รับประทานยิ่งนัก

ซึ่งตามพุทธประวัติข้าวมธุปายาส เป็นข้าวทิพย์ที่นางสุชาดา บุตรีกฏุมพี มหาเศรษฐีแห่งบ้านเสนานิคม ณ ตำบลอุรุเวลา ประเทศอินเดียในสมัยพุทธกาล จัดปรุงขึ้นแล้วนำไปถวายพระมหาบุรุษก่อนที่จะตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า หลังจากพระองค์ได้เสวยข้าวมธุปายาสของนางสุชาดา แล้ว ก็ได้ทรงบรรลุอภิสัมโพธิญาณในย่ำรุ่งของคืนนั้นเอง ชาวบ้านจึงเชื่อว่าข้าวมธุปายาสเป็นอาหารทิพย์ช่วยให้สมองดี เกิดปัญญาแก่ผู้บริโภค ทำให้ผิวพรรณผ่องใส อายุยืนยาว และเป็นโอสถขนานเอก บันดาลความสำเร็จให้แก่ผู้บริโภคด้วย ในพุทธประวัติเรียกว่า “ข้าวมธุปายาส” แต่ชาวนครศรีธรรมราชเรียกว่า ข้าวยาโค,ข้าวยาคู หรือขาวทิพย์ 

รศ.รงค์ บุญสวยขวัญ กล่าวอีกว่า ส่วนผสมที่สำคัญที่สุดของข้าวมธุปายาสคือน้ำนมข้าว  ซึ่งการกวนข้าวมธุปายาสของจังหวัดนครศรีธรรมราช จะใช้น้ำนมข้าวจากแปลงนาพุทธภูมิ ที่เราได้ปักดำปลูกเป็นปฐมฤกษ์ในวันนี้เป็นหลัก  โดยหลังจากนี้ทางคณะสงฆ์ พระภิกษุ สามเณร หัวหน้าส่วนราชการ พ่อค้า และประชาชนจะกำหนดวันเพื่อมาร่วมกันปักดำปลูกข้าวในแปลงนาพุทธภูมิทั้งหมด หลังจากนั้นข้าวในแปลงนาพุทธภูมิจะเจริญเติบโตเมื่อไปถึงช่วงวันเพ็ญเดือน 3 ตามจันทรคติ หรือวันมาฆบูชา ตรงกับวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2563 เมล็ดข้าวในแปลงนาจะอยู่ในช่วงเป็นน้ำนมข้าวพอดี สามารถเก็บเกี่ยวนำมาบดบีบและคั้นเอาน้ำนมข้าวดังกล่าวมาใช้เป็นส่วนผสมสำคัญที่สุดในพิธีกวนข้าวมธุปาส ในช่วงประเพณีและเทศกาลวันมาฆบูชาแห่ผ้าขึ้นธาตุพอดี โดย วันเพ็ญเดือน 3 หรือ “วันมาฆบูชา”  ในปี 2563 หากนับตามจันทรคติ ตรงกับวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2563.

ภาพ/คลิป  ศูนย์ข่าวนคร 24 ชม.สมาคมสื่อมวลชนนครศรีธรรมราช

ข่าว/  ยุทธนะ  เตมะศิริ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.นครศรีธรรมราช


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน