ม้ามืดคว้าแชมป์!! “วัดหน้าพระลาน”คว้าแชมป์เรือพนมพระเมืองคอน -รับเงิน 30,000 พร้อมถ้วยเกียรติย-ส่วนวัดบุญนารอบชนะเลิศการประโคมดนตรีลากพระ




(16  ต.ค.)  นายมนูญ ศิริธรรม รองปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัด รักษาราชการแทนปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัด ปฏิบัติหน้าที่นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครศรีธรรมราช เปิดเผยว่า จากการที่องค์การบริหารส่วนจังหวัดนครศรีธรรมราชจัดงานประเพณี “ลากพระเมืองนคร” ประจำปี 2562 ระหว่างวันที่ 14-15 ต.ค. 2562 ณ.ถนนราชดำเนินหน้าวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร ต.ในเมือง อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช โดยตนพร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการและนายพิชัย บุณยเกียรติ อดีตนายก อบจ.นครศรีธรรมราช ร่วมพิธีสมโภชเรือพนมพระ และเป็นประธานในพิธีเปิด พร้อมมอบรางวัลกิจกรรมการประกวดและการแข่งขันต่าง ๆ

            สำหรับการจัดงานประเพณีลากพระ จังหวัดนครศรีธรรมราช มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างจิตสำนึกให้กับเยาวชน ประชาชน ได้เห็นคุณค่า หวงแหน และสืบทอดประเพณีลากพระของจังหวัดนครศรีธรรมราชให้คงอยู่สืบต่อไป เพื่อเสริมสร้างความรักสมานสามัคคีช่วยเหลือเกื้อกูลกันของท้องถิ่นและชุมชนต่าง ๆ และเพื่อเปิดพื้นที่แหล่งเรียนรู้ตลอดชีวิต และเป็นแหล่งเรียนรู้ตามอัธยาศัยของเยาวชนและประชาชนทั่วไป  ให้รับรู้และเห็นความสำคัญของประเพณีในทางพระพุทธศาสนาที่ถือว่าพุทธศาสนาได้เข้ามาเผยแผ่ในจังหวัดนครศรีธรรมราชเป็นแห่งแรกในดินแดนสุวรรณภูมิ  จึงได้ชื่อว่าเป็นเมืองศูนย์กลางพุทธศาสนามาตั้งแต่ครั้งโบราณ ที่สำคัญในกลางปี 2563 ทางยูเนสโกจะพิจารณาประกาศให้พระบรมธาตุเจดีย์วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหารเป็นมรดกโลกางวัฒนธรรม

            สำหรับการจัดงานประเพณีลากพระเมืองนคร ฯในปีนี้มีวัดที่ลงทะเบียนและแจ้งความประสงค์เข้าร่วมกิจกรรม 40 วัด แต่ปรากฏว่ามาร่วมกิจกรรมมากถึงกว่า 70 วัดมากกว่าทุก ๆ ปี และมีประชาชนและนักท่องเที่ยวจำนวนนับหมื่นคนเดินทางมาเที่ยวชมและร่วมทำบุญกับเรือพนมพระของวัดต่าง ๆ ทำให้ถนนราชดำเนินสถานที่จัดงานแน่นขนัดและคับแคบไปโดยปริยาย โดยมีกิจกรรมการประกวดพนมพระประเภทต่าง ๆ, การแข่งขันประโคมดนตรีเพลงลากพระ การแข่งขันกินต้ม และซัดต้ม การแสดงศิลปะพื้นบ้าน ทั้งการร่ายรำ และดนตรีรำวงเวียนครก  

 


โดยผลการประกวดเรือพนมพระ  1.ประเภทสวยงาม รางวัลชนะเลิศ อันดับ 1 วัดหน้าพระลาน รับถ้วยเกียรติยศ พร้อมเงินรางวัล 30,000 บาท รางวัลชนะเลิศ อันดับ 2 วัดสวนป่าน รับถ้วยเกียรติยศ พร้อมเงินรางวัล 20,000 บาท รางวัลชนะเลิศ อันดับ 3 วัดโพธิ์เสด็จ รับถ้วยเกียรติยศ พร้อมเงินรางวัล 15,000 บาท รางวัลชนะเลิศ อันดับ 4 วัดทุ่งแย้ รับเงินรางวัล 10,000 บาท และรางวัลชนะเลิศ อันดับ 5 วัดน้ำรอบเงินรางวัล 5,000 บาท  ,2.การประกวดเรือพนมพระประเภทความคิดสร้างสรรค์  รางวัลชนะเลิศ อันดับ 1 วัดโทเอก รับถ้วยเกียรติยศ พร้อมเงินรางวัล 20,000 บาท ,รางวัลชนะเลิศ อันดับ 2 วัดท่าสะท้อน รับถ้วยเกียรติยศ พร้อมเงินรางวัล 15,000 บาท ,รางวัลชนะเลิศ อันดับ 3 วัดโทธรรมวนาราม รับถ้วยเกียรติยศ พร้อมเงินรางวัล 10 ,000 บาท ,รางวัลชนะเลิศ อันดับ 4 วัดกำแพงถม รับเงินรางวัล 5 ,000 บาท และรางวัลชนะเลิศ อันดับ 5 วัดเทพนิมิต รับเงินรางวัล 3,000 บาท ส่วนการประกวดเรือพนมพระประเภทดั้งเดิม (ล้อไม้)รางวัลชนะเลิศ อันดับ 1 วัดท้าวโคตร รับถ้วยเกียรติยศ เงินรางวัล 10 ,000 บาท ,รางวัลชนะเลิศ อันดับ 2 โคกธาตุรับถ้วยเกียรติยศ เงินรางวัล 5,000 บาท และ  รางวัลชนะเลิศ อันดับ 3 วัดมุมป้อม รับถ้วยเกียรติยศ เงินรางวัล 3 ,000 บาท ในขณะที่การแข่งขันประโคมดนตรีเพลงลากพระ รางวัลชนะเลิศ อันดับ 1 วัดบุญนารอบ รับเงินรางวัล 5,000 บาท ,รางวัลชนะเลิศ อันดับ 2 วัดโคกโพธิ์สถิต รับเงินรางวัล 5,000 บาท  และรางวัลชนะเลิศ อันดับ 3 วัดโพธิ์เสด็จ  รับเงินรางวัล 2,000 บาท

            ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสำหรับการประกวดและแข่งขันเรือพนมพระ ประเภทสวยงามซึ่งเป็นรางวัลสูงสุดในปีนี้วัดหน้าพระลาน คว้ารางวัลชนะเลิศเป็นปีแรก  โดยทุ่งแย้แชมป์ที่ 2561 ตกไปเป็นอันดับ 4  ในขณะที่วัดสวนป่าน ที่ค้าอันดับ 2 ของการประกวดปีที่ผ่านมาในปีนี้ยังคว้าอันดับ 2 เหมือนเดิม ในขณะที่วัดโพธิ์เสด็จที่เคยเป็นแชมป์ต่อเนื่อง 5-6 ปี แต่มาพลาดในปี 2561 คว้าเพียงอันดับ 3 ในปีนี้หวังว่าจะทวงแชมป์กลับคืนแต่ต้องอกหักเพราะในปีนี้ยังได้แค่อันดับ 3 เหมือนปีที่ผ่านมา

             “อย่างไรก็ตามประชาชนและนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่มองว่าเรือพนมพระของวัดหน้าพระลานประดับประดาแสงสว่างในส่วนของบุษยกที่เป็นชั้น ๆ ไปจนถึงยอดจะสว่างมากเกินไปจนมองเห็นส่วนยอดทำให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวที่ถ่ายภาพในเวลากลางคืนในทุกมุมภาพที่ออกมาจะมองบุษบกและยอดไม่เห็นหรือเห็นไม่ชัด หากคะแนนเต็ม 100 คะแนนในการประกวดหลายปีที่ผ่านมาแนวการตัดสินเรื่องของ แสง สี สวยงามตระการตา (กลางคืน) แสง สี สวยงามตระการตา หมายถึงการประดับไฟให้ดูสง่างามมองเห็นทั้งระยะใกล้และระยะไกล (30 คะแนน) ซึ่งเป็นประเด็นที่มีคะแนนสูงสุด เพราะต้องการเน้นการโชว์ความสวยงามตระการตาในช่วงกลางคืนเป็นหลัก วัดหน้าพระลานน่าจะได้คะแนนในข้อนี้น้อยที่สุด  ซึ่งประชาชนและนักท่องเที่ยวไม่แน่ใจว่าทาง อบจ.นครศรีธรรมราช และคณะกรรมการกำหนดหลักเกณฑ์การให้คะแนนอย่างไร ซึ่งหากเน้นเฉพาะกลางวันก็ไม่มีข้อสังเกตุใด ๆ แต่หากการประกวดเน้นทั้งกลางวันและกลางคืนรางวัลชนะเลิศเรือพนมพระในปีนี้น่าจะเป็นของวัดสวนป่าน ,วัดโพธิ์เสด็จ, วัดทุ่งแย้ม และวัดน้ำรอบมากกว่า”

ส่วนการแข่งขันการประโคมดนตรีเพลงลากพระ มีวัดส่งเข้าแข่งขัน 5 วัด ทั้งก่อนและหลังการแข่งขันนายสงวน กลิ่นหอม ตัวแทนคณะกรรมการชี้แจงว่า เครื่องดนตรีประโคมหรือคุมเรือพนมพระ เป็นเครื่องดนตรีและจังหวะที่เป็นเอกลักษณ์ของเมืองนครศรีธรรมราช มีเพียง 3 ชิ้นคือ ปื้น ซึ่งเป็นเครื่องดนตรีชี้หลักที่สำคัญที่สุด มี 2 หน้า ๆ หนึ่งเสียงทุ้มอีกหน้าหนึ่งเสียงแหลม จึงเป็นตัวเดินเรื่องและคุมจังหวะ ชิ้นที่ 2 คือ กลองโพน ที่จะคอยตีสอดรับกับจังหวะเสียงปื้นและชิ้นสุดท้ายคือ ระฆังหรือแก๊งส์ จะตีรับพร้อมกับเสียงกลองโพน ความจริงต้องการจะแข่งขันปืนอย่างเดียวเท่านั้น แต่เนื่องจากในปัจจุบันปื้นหายาก และเป็นเครื่องดนตรีที่เจ้าของจะหวงมาก จึงจัดแข่งขันทั้งชุด

            “แต่มีบางวัดที่สมัครเข้าแข่งขันไม่มีปื้นมาด้วย ในขณะที่บางวัดนำเครื่องดนตรีอื่น ๆ มาประกอบ และบางวัดมีการนำปื้น 2 ตัวมาใช้ในการแข่งขัน ซึ่งการที่ปื้น 2 ตัวมาประโคมจะต้องผ่านการฝึกฝนมาอย่างดีจนชำชอง เชี่ยวชาญจะตีสอดรับการทั้ง 2 ตัวเสียงจะออกมาไพเราะมากซึ่งในปัจจุบันหานักปื้นที่มีความสามารถขนาดนั้นไม่ได้อีกแล้ว และในครั้งนี้วัดที่นำปื้นมา 2 ตัวแทนที่จะเป็นจุดเด่นกลายเป็นจุดด้อย เพราะปื้น 2 ตัวตีขัดจังหวะกันเองน่าเสียดายมาก และปื้นของวัดอื่น ๆ ก็ดังไม่ชัด ไม่ไพเราะ มีเพียงวัดโพธิ์เสด็จ เพียงวัดเดียวที่ใช้เครื่องประโคม 3 ชิ้นครบตามตำราและเสียงปื้นดังค่อนข้างชัดเจนมาก ขอขอบคุณนักปื้นและผู้เข้าร่วมแข่งขันทุกคนที่ช่วยกันอนุรักษ์ปื้นและเครื่องดนตรีประโคมเรือพนมพระเอาไว้ และคาดว่าในปีต่อ ๆ ไปจะมีการประกวดแข่งขันกันอีก จึงขอให้นักปื้นของทุกวัดเร่งฝึกฝนให้ดี ๆ และขอให้ไปอ่านศึกษาจากหนังสือ “สารทจังหวัดนครศรีธรรมราช” ฉบับเดือนมีนาคม 2562 ตนในฐานะนักเลงปื้นตลอดชีวิตตัวจริงที่ได้รับการถ่ายถอดการตีปื้นมาจากรุ่นพ่อพ่อได้เขียนรายละเอียดข้อมูลเอาไว้ค่อนข้างละเอียดชัดเจนจะทำให้การแข่งขันในปีต่อ ๆ ไปสนุกสนานและได้อรรถรสของเสียงปื้นและการประโคมหรือคุมเรือพนมพระได้อย่างเป็นเอกลัก อัตลักษณ์อย่างแท้จริงเพิ่มมากขึ้น นายสงวน กลิ่นหอม กล่าวย้ำในที่สุด.

ภาพ/คลิป  ศูนย์ข่าวนคร 24 ชม.สมาคมสื่อมวลชนนครศรีธรรมราช

ข่าว/ ยุทธนะ  เตมะศิริ  ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.นครศรีธรรมราช

 

 


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน




ข่าวที่เกี่ยวข้อง