แตกแยกยับเยิน!!มหากาพย์ลับลวงพรางแก้ปัญหาประมงชายฝั่งเมืองคอนแตกแยกยับเยิน- “มาโนช ดวงดี” งัดคำสั่ง“บิ๊กตู่”ท้าชนหลังอิทธิพลประกาศฆ่าหมกทะเล





จากกรณีชาวประมงพื้นบ้านอวนลอย อ่าวปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช นำโดยนายมาโนช ดวงดี นายกสมาคมประมงชายฝั่ง อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช จำนวน 50 คนได้เดินทางด้วยเรือหางยาวประมาณ 20 ลำไปยังสำนักงานเจ้าท่าส่วนภูมิภาค จังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งตั้งอยู่ริมแม่น้ำปากพนัง อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช  เพื่อยื่นหนังสือถึงสำนักงานเจ้าท่าส่วนภูมิภาค จังหวัดนครศรีธรรมราช ให้มีการจัดระเบียบการปักไม้ไผ่ในอ่าวปากพนังและใกล้เคียง อ้างว่าเป็นการสร้างบ้านปลา สร้างความเดือดร้อนให้กับชาวประมงชายฝั่งซึ่งใช้เรือหางยาวเป็นพาหนะในการออกทำประมงชายฝั่งไม่สามารถประกอบอาชีพวางอวนดักจับปลาหรือสัตว์น้ำได้ตามปกติ และเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุเรือชนแนวไม้ไผ่ที่ปักในตามแนวชายฝั่ง  แต่การเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมทั้งชาวประมงชายฝั่งกลุ่มต่าง ๆ มาเจรจาหาข้อยุติในการจัดระเบียบไม่สามารถตกลงกันได้โดยจะนัดและเชิญมาร่วมประชุมแก้ปัญหาใหม่อีกรอบ ส่วนกลุ่มผู้ต้องนัดรวมพลร้องอีกรอบถึงอธิบดีประมง และทำเนียบรัฐบาลผ่านศูนย์ประสานงาน ส.ส.พปชร.เมืองคอน 9 พ.ย.นี้ ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

(30 ต.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในขณะนี้ได้เกิดความแตกแยกในหมู่กลุ่มชาวประมงพื้นที่บ้านแต่ละพื้นที่อย่างรุนแรง จนถึงขั้นมีแกนนำประมงแหลมตะลุมพุกรายหนึ่งชื่อ “โกตี๋” ถึงกับประกาศตามร้านน้ำ-กาแฟด้วยความไม่พอใจนายมาโนช ดวงดี ที่ออกมาคัดค้านและยืนหนังสือถึงกรมเจ้าท่าใหจัดระเบียบการจัดทำบ้านปลาในอ่าวปากพนังและใกล้เคียงโดยระบุว่าตนเองจะเป็นคนตามฆ่านายมาโนช ให้ตายโหงเอง ในขณะที่สำนักงานประมงได้ออกมาชี้แจงสาเหตุเพราะความขัดแย้งระหว่างกลุ่มนายมาโนช กับกลุ่มแหลมตะลุมพุก  เรื่องเก่ากลุ่มนายมาโนช ดวงดี ได้รับสนับสนุนงบประมาณสร้างบ้านปลาจากกรมชลประทาน จะไปสร้างบ้านปลาที่ชายทะเล เขต ต.แหลมตะลุมพุก อ.ปากพนัง ตามรูปแบบของเขาคือปักแบบหนาแน่น ชาวแหลมตะลุมพุกไม่ยอมให้สร้าง  จึงย้ายไปสร้างที่ชายฝั่งทะเลเขต ต.บางจาก อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช

ต่อมาชาวแหลมตะลุมพุกได้รับงบอุดหนุน(ภัยปาบึก)จากกรมประมง จึงสร้างกระโจมบ้านปลา เพื่อกันพื้นที่ไม่ให้เครื่องมือประมงผิดกฎหมาย เรืออวนรุน เรือคราดหอย เข้าไปทำการประมงได้สะดวก และเป็นเขตประมงหน้าบ้าน นายมาโนชฯ จึงร้องเรียน ต่อเจ้าท่าภูมิภาคปากพนัง ว่าการปักสร้างกระโจมบ้านปลาดังกล่าว พวกเขาได้รับความเดือดร้อน

ในขณะที่กลุ่มชาวประมงชายฝั่งในหลายพื้นที่ได้เริ่มออกมาเคลื่อนไหวต่อต้านกลุ่มของนายมาโนช โดยอ้างว่าการทำกระโจมปลาหรือบ้านปลาดังกล่าวสามรถป้องกันการทำประมงผิดกฎหมาย โดยเฉพาะเรืออวนรุน เรือคราดหอยได้ นอกจากจะได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากกรมประมงในการปักไม้ไผ่กันแนวเขตแล้วยังได้รับการสนับสนุนจากกรมประมงให้ปล่อยพันธุ์หอยหรือสัตว์น้ำในพื้นที่ที่ปักไม้ไผ่กันอาณาเขตด้วย ส่งผลให้เกิดพันธุ์สัตว์น้ำจำนวนมากขึ้น ชาวประมงชายฝั่งสามารถทำประมงจับสัตว์น้ำได้มากยิ่งขึ้น

                                             แบบบ้านปลาที่ถูกต้องตามหลักวิชาการ

แบบบ้านปลาที่กลุ่มประมงชายฝั่งปากพนัง ของนายมาโนช ดวงดี ได้รับงบสนับสนุนดำเนินการจากกรมประมง เนื้อที่ 1 ไร่เศษ

แบบบ้านปลาที่กรมประมงสนับสนุนให้กลุ่มประมงจัดงบหลังประสบภัยพายุปาบึกให้หลายกลุ่มดำเนินการปักไม้ไผ่กันอาณาเขตและเลี้ยงหอยหรือสัตว์น้ำ

คลิป เรือตำรวจน้ำเข้าช่วยเหลือนายมาโนช ดวงดี พร้อมภรรยา หลังโดน จนท.เรือตรวจการณ์ขับเรือไล่ชนมุ่งเอาชีวิตและเข้าแจ้งความแต่คดีไม่คืบ





ในขณะที่นายมาโนช ดวงดี กล่าวว่า อ่าวปากพนังและพื้นที่ตลอดแนวชายฝั่งเป็นสมบัติขอทุกคนที่ใช้ร่วมกันได้ ซึ่งตนเห็นด้วยกับการอนุรักษ์และทุ่มเทมาทั้งชีวิตต่อสู้ในการอนุรักษ์ทรัพยากรชายฝั่งและสัตว์น้ำมาอย่างต่อเนื่อง  และความแตกแยกทั้งหมดมีหน่วยราชการบางหน่วยงานบงการอยู่เบื้องหลัง เนื่องจากตลอดระยะเวลากว่า 10 ปีตนได้ออกมาเรียกร้องให้มีการกวดขันจับกุมการทำประมงผิดกฎหมาย และกลุ่มอิทธิพลฮุบลำคลองสาขาแม่น้ำปากพนังห้ามไม่ให้ชาวประมงคนอื่น ๆ เข้าไปทำประมงจนมีการกล่าวหาว่าตนเป็น “นักร้อง”แต่ได้เกิดเป็นโครงการ “ปากพนังโมเดล” เป็นข่าวอย่างกว้างขวางว่าเจ้าหน้าที่สนธิกำลังรื้อเครื่องมือประมงและสิ่งกีดขวางในอ่าวปากพนังและใกล้เคียง แต่ตนและภรรยาได้ออกทำประมงลอยอวนทุกวันยังพบเห็นเครื่องมือประมงผิดกฎหมายเต็มอ่าวเหมือนเดิมมาจนถึงปัจจุบัน ตนจึงถ่ายภาพโพสต์ในเฟซบุ๊คบางครั้งก็ไลฟ์สดให้เห็นความจริงกันชัด ๆ ว่าอะไรเป็นอะไร สร้างความไม่พอใจให้กับเจ้าหน้าที่ประมงเป็นอย่างมาก จนกระทั้งตนและภรรยาเข้าไปถ่ายภาพเครื่องมือประมงผิดกฎหมายซึ่งปรากฏอยู่ต่อหน้าของเจ้าหรือที่เรือตรวจการณ์ประมงแต่กลับไม่ยอมดำเนินการใด ๆ  ถือเป็นการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือไม่ ทำให้เจ้าหน้าที่ประจำเรือตรวจการณ์ประมง ไม่พอใจ โกรธแค้นตนถึงกับประกาศว่า “หลายครั้งแล้วที่ตนทำให้เขาเดือดร้อนถูกผู้บังคับบัญชาตำหนิ ในครั้งนี้ยอมไม่ได้อีกแล้ว” ก่อนจะขับเรือตรวจการณ์ไล่ชนเรือหางยาวของตนตนและภรรยาโดยประสงค์ต่อชีวิต ตนจึงขับเรือหลบหนีสุดชีวิตและโชคดีที่สามารถเสือกเอหางยาวเข้าไปในดินเลนได้ ทำให้เรือตรวจการณ์ไม่สามารถตามเข้าไปชนได้แต่ยังขับวนเวียนอย่างอาฆาตมาดร้ายอยู่หลายรอบ ตนจึงโทรศัพท์ขอความช่วยเหลือจาก พล.ต.ต.วันไชย เอกพรพิชญ์ ผบก.ภ.จว.นครศรีธรรมราช และเจ้าหน้าที่ตำรวจน้ำมาช่วยเหลือตนกับภรรยาจนรอดชีวิตมาได้อย่างหวุดหวิด เหตุเกิดในอ่าวปากพญา อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช เมื่อเย็นวันที่ 5 ก.ค. 2561 ตนและภรรยาได้แจ้งความไว้กับพนักงานสอบสวน สภ.เมืองนครศรีธรรมราช จนถึงปัจจุบันคดีไม่มีความคืบหน้าใด ๆ

“และก่อนหน้านั้นเมื่อครั้งที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีลงมาเยี่ยมชาวปากพนังเมื่อเดือน ส.ค. 2560 ตนได้ทำหนังสือร้องเรียนขอความช่วยเหลือและแนะแนวทางการแก้ปัญหาความเดือดร้อนของชาวประมงชายฝั่ง รวมทั้งการแก้ปัญหาการทำประมงผิดกฎหมายโดยการจัดสรรพื้นที่แนวชายฝั่งให้ชาวประมงที่ทำการประมงผิดกฎหมายได้ใช้เลี้ยงหอย หรือสัตว์น้ำในอ่าวปากพนังแทนการทำประมงโดยใช้เครื่องมือผิดกฎหมาย เมื่อวันที่ 3 พ.ย. 2560 โดยนายกรัฐมนตรีจึงได้สั่งการให้ทางกรมประมงรับไปพิจารณาและดำเนินการตามที่นายมาโนช ดวงดี เสนอและและร้องขอจนเมื่อวันที่ 13 ก.พ. 2561 นายอดิศร พร้อมเทพ อธิบดีกรมประมง ได้ส่งหนังสือถึงตน เพื่อแจ้งความคืบหน้าในการดำเนินการ และส่งหนังสือถึงนายจำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช ขอให้มอบหมายให้ประมงจังหวัดนครศรีธรรมราชพิจารณาความเหมาะสมในการดำเนินการกำหนดพื้นที่ในการเพาะเลี้ยงหอยทะเลตามขั้นตอนกฎหมาย แต่จนถึงขณะนี้ตนไม่ทราบเหตุผลว่าทำไมทางผู้ว่าราชการจังหวัด ประมงจังหวัดจึงยังไม่ดำเนินการจัดสรรพื้นที่ให้ตามคำสั่งนายกรัฐมนตรีและอธิบดีกรมประมง”

           มาโนช ดวงดี นายกสมาคมประมงชายฝั่งปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช นักอนุรักษ์ที่ถูกอิทธิพลเถื่อนและเจ้าหน้าที่รัฐ

ตามปองร้ายหมายเอาชีวิตมาตลอดกว่า 10 ปี

ลอบพับหรืออ้ายโง่ เครื่องมือประมงผิดกฎหมาย ทำลายล้างทรัพยากรชายฝั่งที่ยังเต็มอ่าวปากพนังและใกล้เคียงตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน

นายมาโนช กล่าวอีกว่า หลังพายุปาบึกเมื่อต้นเดือน ม.ค. 2562 ทางกรมประมงกลับจัดสรรงบประมาณลงมาให้กลุ่มประมงชายฝั่งทั่วจังหวัดนครศรีธรรมราชเพื่อทำกิจกรรมเกี่ยวกับการอนุรักษ์สัตว์น้ำและทรัพยากรชายฝั่ง โดยกลุ่มชาวประมงพื้นบ้านหลายกลุ่ม เช่น กลุ่มแหลมตะลุมพุก อ.ปากพนัง กลุ่มบ้านปากพญา ต.ท่าซัก เป็นต้นได้ทำบ้านปลาโดยปักไม้ไผ่จุดละ 4-5 ลำเป็นแนวกินพื้นที่บริเวณกว้างรวมพื้นที่ในทะเลหลายพันไร่ และปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำโดยเฉพาะพันธุ์หอยแครง หอยแมลงภู่  แต่มีพื้นที่หลายพันธุ์ไร่ที่อยู่ตรงกลางอ่าวโดยไม่มีใครรับเป็นเจ้าของโครงการทำให้ชาวประมงอวนลอยใน ต.ปากพนังฝั่งตะวันตกออกทการประมงอย่างยากลำบากและต่อการขับเรือในเวลากลางคืนเสี่ยงจะเกิดอุบัติเหตุเรือชนกับแนวไม้ไผ่กลางอ่าวได้ พื้นที่จุดดังกล่าวเป็นของกลุ่มใดกันแน่  จึงรวมตัวกันร้องเรียนเจ้าท่าภูมิภาคให้จัดระเบียบอ่าวปากพนังและใกล้เคียง และช่วยตรวจสอบพื้นที่ปักไม้ไผ่กลางอ่าวปากพนังหลายพันไร่ว่าเป็นของไอ้โม่งกลุ่มไหน หากไม่มีใครแสดงความเป็นเจ้าของก็ให้รื้อออกเพื่อให้ชาวประมงชายฝั่งทุกกลุ่มสามารถทำประมงอวนลอยหรือประมงอื่น ๆ ที่ถูกต้องตามกฎหมายได้อย่างเสมอภาคเท่าเทียมกัน

“แต่เมื่อเจ้าท่า ฯไม่สามารถจัดการได้ ไม่สามารถจัดระเบียบได้  และมีบางหน่วยงานอยู่เองหลังการการปลุกกระแสการอนุรักษ์ขึ้นมาต่อต้านตนที่ออกมาเรียกร้องในเรื่องนี้ เพียงเพื่อปกป้องภาพลักษณ์ตัวเอง ที่ปฏิบัติการลับลวงพราง สร้างภาพลวงตากับปัญหาประมงพื้นบ้านเมืองนครศรีธรรมราชมาตลอด  โดยพูดถึงการอนุรักษ์ตนยืนยันว่าไม่ได้คัดค้าน และสนับสนุนเต็มที่เพราะไม่ได้อยู่ในกลุ่มทำประมงโดยเครื่องมือผิดกฎหมาย  ซึ่งหากติดตามข่าวในช่วง 10 ปีที่ผ่านมาจะพบว่าตนเป็นแกนนำในการเคลื่อนไหวต่อต้านการทำประมงผิดกฎหมายเป็นข่าวมาโดยตลอด จนถูกกลุ่มอิทธิพลตามปองร้าย และยังถูกเจ้าหน้าที่ของรัฐไล่ล่าเอาชีวิตคดีความยังอยู่ที่ สภ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช แต่เมื่อประมงและทุกฝ่ายเห็นว่าวิธีการอนุรักษ์โดยการปักไม้ไผ่กันอาณาเขตในทะเลของแต่ละพื้นที่เป็นการดำเนินการที่ถูกต้องตามกฎหมาย ตนก็พร้อมจะยอมรับได้และพร้อมจะนำกลุ่มชาวประมงพื้นบ้านในพื้นที่ ต.ปากพนังฝั่งตะวันตก อ.ปากพนัง ดำเนินการปักไม้ไผ่ในอ่าวปากพนังพื้นที่ปากพนังฝั่งตะวันตกเหมือนกับที่อื่น ๆ  และขอรับการสนับสนนงบประมาณจากประมงหรือหน่วยงานภาครัฐมาดำเนินการบ้าง เพราะตนเรียกร้องและเฝ้ารอมา 2 ปีแล้วและสงสัยว่าทำไมขนาดคำสั่งนายกรัฐมนตรีและอธิบดีกรมประมงให้จัดสรรพื้นที่ชายฝั่งให้กลุ่มชาวประมงพื้นบ้านกลุ่มของตนผ่านมา 2 ปีทางจังหวัดและประมงจังหวัดจึงไม่ยอมจัดสรรดำเนินการให้  แต่กลบอนุญาติให้แต่ละกลุ่มปักไม้ไผ่แบ่งปันพื้นที่เลี้ยงหอยและสัตว์น้ำได้ และหากกลุ่มตนและทุกกลุ่มสามารถดำเนินการปักไม้ไผ่กันอาณาเขตในแต่ละพื้นที่ของตัวเองได้ ตนก็จะยุติความเคลื่อนไหวในวันที่ 9 พ.ย. 2562 ทันที  ...ทุกคนทุกฝ่ายทั้งภาครัฐเห็นดีเห็นงามกับวิธีการดังกล่าวและจะเอากันอย่างนั้นใหรือไม่ ..?”นายมาโนช กล่าว.

 

ภาพ/คลิป  แฟ้มข่าวศูนย์ข่าวนคร 24ชม.สมาคมสื่อมวลชนนครศรีธรรมราช

ข่าว/ ยุทธนะ  เตมะศิริ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.นครศรีธรรมราช

เข้าร้องเรียนผู้ว่า และศูนย์ดำรงธรรม เพื่อขอให้ดำเนินการตามคำสั่งนายกรัฐมนตรี แต่ไม่มีความคืบหน้าใด ๆ จนมาถึงปัจจุบันเกือบ 2 ปี




 

นายมาโนช ดวงดี และภรรยาหนีตายหลังไลน์สดแฉเครื่องมือประมงผิดกฎหมายเต็มอ่าวต่อหน้าเจ้าหน้าที่เรือตรวจการณ์ประมงจน จนท.ขับเรือตรยจการณ์ไล่ล่าชนหวังเอาชีวิต

           เรือตำรวจน้ำเข้าช่วยคุ้มกันรอดชีวิตกลับเข้าฝั่งและแจ้งความกับพนักานสอบสวน สภ.เมือง นศ.คดีไม่คืบ

คำสั่งอธิบดีกรมประมง อ้างคำสั่งนายกรัฐมนตรีให้จัดสรรพื้นที่แนวชายฝั่งให้ชาวประมงปรับเปลี่ยนอาชีพมาเลี้ยงหอย

แก้ปัญหาประมงผิดกฎหมาย แต่ผ่านมาเกือบ 2 ปีจังหวัดและประมงไม่ดำเนินการใด ๆ มาจนถึงวันนี้

เข้าพบร้องเรียนผู้ว่า ฯให้ดำเนินการตามคำสั่งนายกรัฐมนตรีและอธิดีกรมประมง แต่เรื่องไม่คืบหน้าใด ๆ มาจนถึงปัจจุบัน


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน