ธ.ก.ส. 8 จังหวัดภาคกลาง รวมพลังบูรณาการขับเคลื่อนแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบ มอบคืนโฉนดที่ดินให้กับเกษตรกร (ชมคลิป)




ธ.ก.ส.8 จังหวัดภาคกลาง รวมพลังแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบให้สินเชื่อแล้ว7,912 ราย จำนวนเงินมากกว่า 254.15 ล้านบาท มุ่งหวังให้เป็นสินเชื่ออยู่ในระบบ พร้อมตอบสนองนโยบายรัฐ จ่ายเงินต้นทุนการผลิต และโอนเงินประกันรายได้ให้แก่เกษตรกรตามนโยบายรัฐบาลหวังความยั่งยืนในอนาคต

เมื่อ เวลา 09.00 น. วันที่( 7 พ.ย.62 ) นายนิวัฒน์ ภาตะนันท์  รองผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา  เป็นประธานเปิดงาน ประชาสัมพันธ์โครงการยกระดับการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบ เพื่อประชาสัมพันธ์โครงการให้เกษตรกรและบุคคลในครัวเรือนของเกษตรกร ได้รับทราบวิธีการช่วยเหลือการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบจากส่วนงานต่าง ๆ ทั้งภาครัฐบาลและเอกชน โดยมาขอรับคำปรึกษาเพื่อหาทางออกจากปัญหาหนี้นอกระบบได้ทุกราย  โดย ธ.ก.ส.  สำนักงาน  ธ.ก.ส.ฝ่ายกิจการสาขาภาคกลาง ประกอบด้วยสำนักงาน ธ.ก.ส.จังหวัด 8 จังหวัด ได้แก่ พระนครศรีอยุธยา อ่างทอง สิงห์บุรี ชัยนาท สระบุรี ลพบุรี ปทุมธานี และนนทบุรี  ร่วมกับสำนักงาน ธ.ก.ส.จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จัดกิจกรรมการประชาสัมพันธ์โครงการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบ ธ.ก.ส. พร้อมมอบโฉนดที่ดินคืนให้กับเกษตรกร โดยมี นายกนก กนิตศรีบำเพ็ญ รองผู้อำนวยการ ธ.ก.ส.ฝ่ายกิจการสาขาภาคกลาง นายประจิน  จันทรพานิชย์  ผู้อำนวยการสำนักงาน ธ.ก.ส.จังหวัดพระนครศรีอยุธยา  หัวหน้าส่วนราชการ  ลูกหนี้  ร่วมในพิธีฯ   ณ สหกรณ์การเกษตรเพื่อการตลาดลูกค้า ธ.ก.ส.จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จำกัด (สกต.) ต.พระขาว  อ.บางบาล (แยกวรเชษฐ์)  จ.พระนครศรีอยุธยา

นายนิวัฒน์ ภาตะนันท์  กล่าวว่า  รัฐบาลได้ดำเนินการเดินหน้าแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบให้กับประชาชนอย่างจริงจัง โดยมอบให้กระทรวงการคลังดำเนินการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง  เพื่อบริหารจัดการปัญหาหนี้นอกระบบ ทั้งด้านลูกหนี้และด้านเจ้าหนี้ ควบคู่กันไปอย่างเป็นระบบ ครบวงจร และมีความต่อเนื่อง  ซึ่งมีแนวทางการดำเนินงานประกอบด้วย 5 มิติ อาทิ ดำเนินการอย่างจริงจังกับเจ้าหนี้นอกระบบที่ผิดกฎหมาย   “พระราชบัญญัติห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา พ.ศ. 2560”  เพิ่มช่องทางการเข้าถึงสินเชื่อในระบบให้กับลูกหนี้นอกระบบและประชาชนทั่วไป  การอนุญาตให้ประกอบธุรกิจสินเชื่อพิโกไฟแนนซ์ และการจัดตั้ง “หน่วยแก้หนี้นอกระบบ (Business Unit)” ลดภาระหนี้นอกระบบโดยการไกล่เกลี่ยประนอมหนี้โดยจัดให้มี “จุดให้คำปรึกษาปัญหาหนี้นอกระบบ” ณ ธ.ก.ส. ทุกสาขาทั่วประเทศ เพิ่มศักยภาพของลูกหนี้นอกระบบ  โดยการฟื้นฟูอาชีพเพื่อแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบอย่างเข้มข้น  สนับสนุนการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบของหน่วยงานภาครัฐและองค์กรการเงินชุมชนที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ สร้างเครือข่ายองค์กรการเงินชุมชนเพื่อร่วมแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบ

 


 โดยการบูรณาการร่วมกับหน่วยงานภาคี ในการประสานงานดำเนินงานด้านต่าง ๆ ผ่านกลไกทำงานของคณะกรรมการกำกับการแก้ไขปัญหาหนี้สินภาคประชาชนจนสามารถแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบคืบหน้าได้ในระดับหนึ่ง  ซึ่งการดำเนินงานทั้ง 5 มติ ดังกล่าว รัฐบาลภายใต้การขับเคลื่อนโดยพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีจะได้ติดตามผลการดำเนินงานจากส่วนงานราชการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง เช่น สำนักงานยุติธรรมจังหวัด สำนักงานบังคับคดีจังหวัด สำนักงานอัยการคุ้มครองสิทธิ์ฯ  สำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัด  และ ธ.ก.ส.

  นายกนก กนิตศรีบำเพ็ญ รองผู้อำนวยการ ธ.ก.ส.ฝ่ายกิจการสาขาภาคกลาง กล่าวว่า ธ.ก.ส.ฝ่ายกิจการสาขาภาคกลาง มี ธ.ก.ส.อยู่ในเขตพื้นที่ดำเนินงานด้วยกัน 8 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา สระบุรี ลพบุรี ชัยนาท นนทบุรี อ่างทอง ปทุมธานี และสิงห์บุรี ที่ผ่านมาธนาคารกำหนดให้แต่ละสาขามีจุดให้คำปรึกษาการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบทุกสาขา และสนับสนุนสินเชื่อเพื่อแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบให้กับเกษตรกรและบุคคลในครัวเรือนของเกษตรกร  โดยมีต้นเงินและดอกเบี้ยไม่เกิน 100,000 บาท กรณีวัตถุประสงค์เพื่อสงวนที่ดินไว้ทำกินไม่เกิน 150,000 บาท คิดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ในอัตราร้อยละ 12 ต่อปี กำหนดชำระหนี้คืนเสร็จไม่เกิน 10 ปี กรณีพิเศษไม่เกิน 12 ปี และสนับสนุนสินเชื่อรายย่อยเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายฉุกเฉินป้องกันการก่อหนี้นอกระบบของเกษตรกรรายละไม่เกิน 50,000 บาท คิดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้แบบ Flat Rate ต่ำสุดร้อยละ 0.5 ต่อเดือน สูงสุดร้อยละ 0.85 ต่อเดือน กำหนดชำระหนี้ภายใน 5 ปี ที่ผ่านมาในภาพรวมของ ธ.ก.ส.ฝ่ายกิจการสาขาภาคกลาง 8 จังหวัดภาคกลาง ได้มีการช่วยเหลือเกษตรกรและบุคคลในครัวเรือนของเกษตรให้หลุดพ้นจากหนี้นอกระบบไปแล้ว จำนวน 7,912 ราย สินเชื่อรวมจำนวน  254.15 ล้านบาท

นายประจิน จันทรพานิชย์ ผู้อำนวยการสำนักงาน ธ.ก.ส.จังหวัดพระนครศรีอยุธยา กล่าวว่า ในเขตการดำเนินงานของ ธ.ก.ส.จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ที่ผ่านมาได้มีการช่วยเหลือและแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบให้แก่ครัวเรือนภาคการเกษตรให้หลุดพ้นจากหนี้นอกระบบแล้ว จำนวน 1,927ราย  สินเชื่อจำนวน 72.85 ล้านบาท  ส่วนการสนับสนุน โครงการลดต้นทุนการผลิตให้กับเกษตรกรผู้ปลูกข้าวนาปี ปีการผลิต 2562/63 ของรัฐบาล แก่เกษตรกรผู้ทำนาในอัตราไร่ละ 500 บาท ไม่เกินคนละ 20 ไร่ สำนักงาน ธ.ก.ส.จังหวัดพระนครศรีอยุธยาได้ดำเนินการโอนเงินเข้าบัญชีให้แก่เกษตรกรแล้ว 8ครั้ง จำนวน  32,397 ครัวเรือน เป็นเงินจำนวน  227.22 ล้านบาท สำหรับมาตรการโครงการประกันรายได้แก่ผู้ปลูกข้าวปี 2562/63  รอบที่ 1  ได้ดำเนินการประสานงานกับกรมส่งเสริมการเกษตร ได้ดำเนินการโอนเงินเข้าบัญชีของเกษตรกรแล้ว2 ครั้ง จำนวน 42,099 ครัวเรือน จำนวนเงิน 1,253.98 ล้านบาท

นอกจากนี้  การจัดงานประชาสัมพันธ์โครงการยกระดับการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบครั้งนี้  ยังมีการจัดนิทรรศการให้ความรู้ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องจากส่วนงานราชการ ได้แก่ สำนักงานยุติธรรมจังหวัดพระนครศรีอยุธยา  สำนักงานบังคับคดีจังหวัดพระนครศรีอยุธยา สำนักงานอัยการคุ้มครองสิทธิ์ฯสำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดพระนครศรีอยุธยาและธ.ก.ส.ได้เปิดบูธคลินิกให้ความรู้การแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบด้วย

ภาพ-ข่าว  เกียรติยศ  ศรีสกุล  ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดพระนครศรีอยุธยา

 


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน