พาณิชย์เมืองพระยาพิชัยดาบหักมอบใบอนุญาตใช้ตราสัญลักษณ์สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) สับปะรดห้วยมุ่น ทุเรียนหลง หลินลับแลอุตรดิตถ์





ที่ห้องพิชัยราชภัฏ (FMS 102) อาคารคณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์​ ถนนอินใจมี​ ต.ท่าอิฐ​ อ.เมือง​ จ.อุตรดิตถ์​ นายธนากร  อึ้งจิตรไพศาล ผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์ เป็นประธานในพิธีมอบใบอนุญาตใช้ตราสัญลักษณ์สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) สับปะรดห้วยมุ่น  ทุเรียนหลงลับแลอุตรดิตถ์ และทุเรียนหลินลับแลอุตรดิตถ์

 โดยมีผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.เรืองเดช วงศ์หล้า อธิการบดี​ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์​ นางโสพิศ ฤทธิศร​ รักษาราชการแทนพาณิชย์​จังหวัดอุตรดิตถ์​ ผศ.ดร.รัชนี​ ทิพย์​ช้าง​  ผศ.ดร.จันทร์​เพ็ญ​ ชุมแสง​ ผอ.ศูนย์​วิทยาศาสตร์​และ​เทคโนโลยี​ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์​ นายพยงค์​ ยาเภา​ หน.สนง.จังหวัดอุตรดิตถ์​ นางจรรยา​ รัตนเลขา​ ผอ.พระพุทธศาสนาจังหวัดอุตรดิตถ์​ นางธัญชนก​ จอมทรักษ์​ ผจก.สสว.อุตรดิตถ์​ นางสาวนิลเนตร​ โลหะพจน์พิลาศ  อุตสาหกรรมจังหวัดอุตรดิตถ์​ นางดุษฎี​ ถาวรจตุรวัฒน์​  ปชส.อุตรดิตถ์​ ดร​.นวรัตน์​ ทรงเกียรติกุล​ ประธานสภาอุตสาหกรรม​จังหวัด​อุตรดิตถ์​ นาย​ศุภชัย​ บุญ​ทิพย์​ นอภ.น้ำปาด​ ผู้แทนหอการค้าจังหวัดอุตรดิตถ์​และผู้ขอใช้ตราสัญลักษณ์สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) ทุเรียนหลงลับแลอุตรดิตถ์ และทุเรียนหลินลับแลอุตรดิตถ์  สับปะรดห้วยมุ่นรวมทั้งหมด 240 รายเข้าร่วมโครงการ

 






ในวันนี้สำหรับโครงการจัดทำระบบมาตรฐานสินค้า สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) โดยใช้กระบวนการวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ร่วมจัดทำระบบควบคุมภายในการควบคุมตรวจสอบคุณภาพกระบวนการผลิตและแหล่งที่มาของสินค้า มุ่งเน้นให้เกิดการสร้างมูลค่าสินค้าท้องถิ่น ให้ความสำคัญกับสินค้าชุมชนที่มีคุณภาพและมีลักษณพิเศษที่เป็นผลมาจากปัจจัยทางภูมิศาสตร์มาผสมผสานกับภูมิปัญญาท้องถิ่นของคนในพื้นที่ ให้เข็มแข็ง เพื่อให้สินค้าอัตลักษณ์ชุมชนและการมอบใบอนุญาตใช้ตราสัญลักษณ์สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI)จำนวน 3 สินค้า ได้แก่ทุเรียนหลงลับแลอุตรดิตถ์ ทุเรียนหลินลับแลอุตรดิตถ์และสับปะรดห้วยมุ่น อีกทั้งสับปะรดห้วยมุ่นได้ขึ้นทะเบียนสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) ในประเทศญี่ปุ่นอีกด้วยเป็นการจดทะเบียนคุ้มครองเพื่อให้สามารถนำไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ทั้งภายในและภายนอกประเทศและในวันนี้ผู้ขอใช้ตราสัญลักษณ์สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) ทุเรียนหลงลับแลอุตรดิตถ์ และทุเรียนหลินลับแลอุตรดิตถ์  สับปะรดห้วยมุ่น รวมทั้งหมด 240 ราย ผู้ผลิต ผู้ประกอบการทุเรียนหลงลับแล จำนวน 129 ราย ผู้ผลิต ผู้ประกอบการหลินลับแล จำนวน 34 รายผู้ผลิตผู้ประกอบการสับปะรดห้วยมุ่น รวมทั้งสิ้นจำนวน77ราย​ อุตรดิตถ์นับว่าเป็นดินแดนที่มีความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรดิน น้ำ ของแหล่งเพาะปลูกในบริเวณทางด้านเหนือและทางด้านตะวันออกของจังหวัดมีลักษณะเป็นดินร่วนปนทราย (ดินเป็นสีส้มอิฐ) หรือที่เรียกว่าดินแดงผาผุ ซึ่งเมื่อถึงฤดูฝนจะมีน้ำไหลบ่าลงจากยอดเขาสู่พื้นที่ราบที่มีความลาดชันมากกว่าร้อยละ 35 นำพาเอาแร่ธาตุอาหารมาเติมให้กับพื้นที่การเกษตรเป็นอย่างมาก





และมีสภาพอากาศเหมาะสมต่อการเจริญเติบโตของทุเรียนหลงลับแลอุตรดิตถ์และทุเรียนหลินลับแลอุตรดิตถ์ ที่ภูมิประเทศเป็นป่าสลับซับซ้อน บรรยากาศเยือกเย็นยามพลบค่ำแม่ตะวันจะยังไม่ตกดิน ก็จะมืดแล้ว เพราะมีดอยม่อนฤๅษีเป็นฉากกั้นแสงอาทิตย์ ป่านี้จึงได้ชื่อว่า “ป่าลับแลง” (แลง แปลว่า เวลาเย็น) ต่อมาเพี้ยนเป็น “ลับแล” ซึ่งกลายมาเป็นชื่ออำเภอลับแลในปัจจุบัน การเจริญเติบโตในสภาพแวดล้อมดังกล่าวทำให้มีการสะสมพลังงานในรูปของสารประกอบคาร์โบไฮเดรตมากระตุ้นให้ทุเรียนเจริญเติบโต และมีความพร้อมในการออกดอกเร็ว การกระจายตัวของฝนเหมาะสม ไม่มีฝนตกมากในช่วงปลายเดือนเมษายนถึงพฤษภาคม ซึ่งเป็นช่วงระยะที่ทุเรียนเริ่มแก่ จึงส่งผลให้เนื้อทุเรียนหลงลับแลอุตรดิตถ์และทุเรียนหลินลับแลอุตรดิตถ์มีเนื้อแห้ง สีเหลืองเข้ม หวานมัน รสชาติดี ในขณะที่ “สับปะรดห้วยมุ่น” เป็นสับปะรดพันธุ์ปัตตาเวียที่ถูกนำเข้ามาปลูกมากกว่า 50 ปีมาแล้ว ในพื้นที่ตำบลห้วยมุ่นและตำบลน้ำไผ่ อำเภอน้ำปาด จังหวัดอุตรดิตถ์ จนสามารถปรับตัวได้เป็นอย่างดีกับสภาพภูมิอากาศและภูมิประเทศในท้องถิ่น ด้วยสภาพภูมิประเทศเป็นหุบเขา ที่มีสภาพอากาศแปรปรวนสูง ในฤดูร้อนมีอากาศร้อนจัดโดยเฉพาะในเวลากลางวัน เมื่อถึงฤดูหนาวอากาศค่อนข้างหนาวจัดและยาวนาน ประกอบกับการเพาะปลูกสับปะรดจะเป็นการเพาะปลูกในเขตพื้นที่สภาพพื้นที่เป็นป่า ภูเขาที่มีความสูงจากระดับน้ำทะเลระหว่าง 400-1,000 เมตร  ลักษณะดินเป็นดินร่วนปนทรายถึงทราย มีธาตุโพแทสเซียม และกำมะถันในดินระดับสูง จากปัจจัยสภาพแวดล้อมของภูมิอากาศ ภูมิประเทศ และสมบัติทางกายภาพและเคมีในส่งผลให้สับปะรดห้วยมุ่นมีอัตลักษณ์เด่นที่แตกต่างจากสับปะรดพันธุ์ปัตตาเวียที่ปลูกทั่วไปในพื้นที่อื่น

นอกจากนั้นจังหวัดอุตรดิตถ์เรายังมีสินค้าเกษตรอีกหลายตัวที่มีอัตลักษณ์เด่น เช่น มะขามหวานอุตรดิตถ์ ที่อัตลักษณ์เด่นที่รสชาติหวานหอม เนื้อเยอะและแน่น ฝักใหญ่ ปลูกกันมากในพื้นอำเภอฟากท่าและบ้านโคก มะม่วงหิมพานต์อุตรดิตถ์ มีลักษณะเมล็ดใหญ่ มีรสชาติหวาน  มันหอม อร่อย ที่สำคัญมีเนื้อแน่น และสิ่งสำคัญด้วยลักษณะภูมิประเทศและภูมิอากาศที่เหมาะสม ส่งผลให้เมล็ดมีกรดไลโนเลอิก ธาตุแมกนีเซียม และมีกรดไขมันอิ่มตัว ในปริมาณมาสูง ที่มีผลดีต่อสุขภาพ ช่วยป้องกันโรคไขมันอุดตันในเส้นเลือด ช่วยลดความดันโลหิตได้ และมีมูลค่าทางเศรษฐกิจ

ณัฐวัฒน์  ราชประสิทธิ์ ภาพ/ข่าวอุตรดิตถ์


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน









ข่าวที่เกี่ยวข้อง