รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีลงพื้นที่เมืองคอนเปิดปฏิบัติการกองทุนกล้าไม้ภาคใต้ -เดินหน้าขับเคลื่อนโครงการกองทุนต้นไม้ร่วมพัฒนาทั่วประเทศ




รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีลงพื้นที่เมืองคอนเปิดปฏิบัติการกองทุนกล้าไม้ภาคใต้ -สำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ (สทบ.) ผนึกความร่วมมือภาคีเครือข่าย 6 องค์กร เดินหน้าขับเคลื่อนโครงการสร้างอาชีพ สร้างรายได้ให้ยั่งยืน -ในขณะที่กำนัน ต.นาหมอบุญ ยื่นเรื่องขอทวงคืน 3 โครงการสรางถนนเชื่อมสองหมู่บ้านและแก้ปัญหาภัยแล้ง

             (2 ธ.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อวานนี้ (1 ธ.ค.)  นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี และประธานการดำเนินโครงการฯ พร้อมคณะ ลงพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นประธานเปิดกองทุนกล้าไม้ในภาคใต้ ที่แหล่งท่องเที่ยวเขาเตริก กองทุนหมู่บ้านเขานา หมู่ที่ 3 ตำบลทุ่งโพธิ์ อำเภอจุฬาภรณ์ จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยมี นายขจรเกียรติ รักพานิชมณี รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช หัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องในภาคใต้ และประชาชนในพื้นที่ร่วมให้การต้อนรับ

            นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล กล่าวว่า โครงการกองทุนต้นไม้ร่วมพัฒนา เป็นโครงการที่สำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ (สทบ.) เดินหน้าขับเคลื่อนโครงการกองทุนต้นไม้ร่วมพัฒนา โดยผนึกความร่วมมือภาคีเครือข่าย 6 องค์กร ประกอบด้วย กรมป่าไม้ องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) คณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาทธิราช ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร และสำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ (องค์การมหาชน) เพื่อส่งเสริมสมาชิกกองทุนหมู่บ้านและประชาชนในหมู่บ้าน/ชุมชนในการสร้างอาชีพ สร้างรายได้ให้ยั่งยืน ภายใต้แนวคิด ต้นไม้ยั่งยืน กองทุนมั่นคง ประชาชนมั่งคั่ง

             ในการลงพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราชครั้งนี้ ได้มอบกล้าไม้มีค่าในโครงการกองทุนต้นไม้ แก่ผู้แทนสมาชิกกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง จำนวน 5,000 ต้น และเปิดปฏิบัติการกองทุนกล้าไม้ภาคใต้ พร้อมเชิญชวนสมาชิกกองทุนฯ และประชาชนร่วมลงทะเบียนเพื่อเข้าอบรมจากหน่วยงานภาคีที่เกี่ยวข้อง”

 


 รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี และประธานการดำเนินโครงการกองทุนต้นไม้ ฯ กล่าวว่า การดำเนินการเปิดปฏิบัติการกองทุนกล้าไม้ในภาคใต้ในวันนี้เป็นการดำเนินการต่อเนื่องจากการเปิดปฏิบัติการในการขับเคลื่อน “โครงการกองทุนต้นไม้ร่วมพัฒนา ภายใต้แนวคิด “ต้นไม้ยั่งยืน กองทุนมั่นคง ประชาชนมั่งคั่ง” โดยนำร่องที่จังหวัดศรีสะเกษ เมื่อต้นเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการผนึกความร่วมมือภาคีเครือข่าย 7 องค์กร ประกอบด้วย กรมป่าไม้ องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) คณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร สำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ (องค์การมหาชน) และสำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ (สทบ.) เพื่อส่งเสริมสมาชิกกองทุนหมู่บ้านฯ และประชาชนในหมู่บ้าน/ชุมชน ในการสร้างอาชีพ สร้างรายได้ให้ยั่งยืน โดยในวันนี้เป็นการขับเคลื่อนโครงการกองทุนต้นไม้ร่วมพัฒนา : เปิดปฏิบัติการกองทุนกล้าไม้ในภาคใต้ โดยกล้าไม้มีค่าจำนวน 5,000 ต้น ประกอบด้วย ตะเคียนทอง 1,000 ต้น สะเดาเทียม 1,000 ต้น สักทอง 800 ต้น ยางนา 700 ต้น พยอม 700 ต้น มะค่า 400 ต้น สะตอ 200 ต้น มะม่วงหิมพานต์ 200 ต้น ต้นประ 200 ต้น ต้นธัมมัง 100 ต้น ไผ่รวก 100 ต้น และขี้เหล็ก 50 ต้น

             โครงการกองทุนต้นไม้ร่วมพัฒนา” เป็นโครงการที่ให้สมาชิกกองทุนฯ ได้มีส่วนร่วมในการเพิ่มพื้นป่าประเทศไทยให้มีความอุดมสมบูรณ์ ด้วยทางกองทุนหมู่บ้านฯ มีสมาชิกกองทุนฯ ทั่วประเทศกว่า 10 ล้านคน ที่จะเป็นกำลังในการปลูกต้นไม้ เพื่อเพิ่มพื้นที่ป่า รวมถึงยังเป็นการส่งเสริมและสนับสนุนการสร้างอาชีพ สร้างงาน สร้างรายได้ให้แก่สมาชิกกองทุนฯ และประชาชนในพื้นที่อีกด้วย

            ทางด้านนายนที ขลิบทอง ผู้อำนวยการสำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ (สทบ.) กล่าวเพิ่มเติมว่า กองทุนเป็นองค์กรภาคประชาชนที่ก่อตั้งมา 18 ปี มีการตั้งกองทุนฯ รวมกว่า 70,000 กองทุนทั่วประเทศ ซึ่งจะเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนการปลูกต้นไม้ผ่านโครงการกองทุนต้นไม้ร่วมพัฒนา ภายใต้แนวคิด ต้นไม้ยั่งยืน กองทุนมั่นคง ประชาชนมั่งคั่ง ให้เต็มแผ่นดินให้เกิดขึ้นได้อย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งเป็นการสร้างสินทรัพย์แผ่นดิน คือ ต้นไม้ โดยนอกจาก “ต้นไม้” จะสามารถเพิ่มมูลค่าสร้างรายได้แล้ว ยังสามารถขยายไปสู่การเป็นสินทรัพย์ และสามารถนำมาเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันกับทางธนาคารได้อีกด้วย นอกจากนั้นยังเป็นการสร้างงาน และรายได้ อาทิ อาชีพในการเพาะกล้าไม้ ทำเรือนเพาะชำ ซึ่งเป็นการส่งเสริมอาชีพและส่งเสริมรายได้ให้กับสมาชิกกองทุนฯ และประชาชนในหมู่บ้านและชุมชนเมืองอย่างแท้จริง

 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในโอกาสเดียวกันนี้นายธีระนิตย์ จิตติศักดิ์ กำนัน ต.นาหมอบุญ อ.จุฬาภรณ์  ได้เข้ายื่นโครงการในพื้นที่ ต.นาหมอบุญ 3 โครงการให้นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ช่วยติดตามและสนับสนุนงบประมาณของทั้ง 3 โครงการประกอบด้วยโครงการอนุรักษ์และฟื้นฟูแหล่งน้ำบ้านห้วยแก้ว  โครงการก่อสร้างทำนบดินบ้านห้วยแก้วพร้อมอาการประกอบ และโครงการก่อสร้างถนนสายบ้านห้วยหาร-บ้านหนองตำเสา ซึ่งทั้ง 3 โครงการทางกรมชลประทานได้ทำการออกแบบพร้อมจัดสรรงบประมาณรวมทั้งผ่านการทำประชาคมหมู่บ้านเรียบร้อยแล้ว และกำหนดเริ่มดำเนินการเมื่อช่วงต้นปี 2562 ที่ผ่านมา โดยโครงการดังกล่าวจะสามารถแก้ปัญหาเรื่องน้ำอุปโภคบริโภคแก้ปัญหาภัยแล้งซ้ำซากและความสะดวกในการสัญจรไปมาของชาวบ้านในพื้นที่ได้ แต่หลังจากการเลือกตั้งปรากฏว่าทางกรมชลประทานอ้างว่ายกเลิกโครงการทั้งหมดเนื่องจากงบประมาณถูกตัดไป

            นายธีระนิตย์ จิตติศักดิ์ กล่าวว่าทั้ง 3 โครงการเป็นความหวังของชาวบ้านหมู่ 5 หมู่ 6 ต.นาหมอบุญเป็นอย่างมาก เพราะที่ผ่านมาการเดินทางสัญจรไปมาของทั้งสองหมู่บ้านเป็นไปด้วยความยกลำบาก และประสบปัญหาภัยแล้งอย่างซ้ำซาก ชาวบ้านเดือนร้อนอย่างแสนสาหัสเรื่อน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคและทำการเกษตร ช่วงก่อนการเลือกตั้งทางกรมชลประทานเข้ามาดำเนินการทุกอย่างในพื้นที่พร้อมกำหนดวันเริ่มก่อสร้างท่ามกลางความดีใจของชาวบ้าน แต่หลังการเลือกตั้งกรากฏว่าโครงการและงบประมาณดำเนินการถูกยกเลิกไป ตนจึงเดินทางมายื่นเรื่องกับนายกอบศักดิ์ ภูตระกูล รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ช่วยติดตามและสนับสนุนงบประมาณของทั้ง 3 โครงการขอให้รัฐบาลและกรมชลประทานคืนงบประมาณและโครงการดังกล่าวให้กับชาวตำบลนาหมอบุญด้วย.

 

 

ภาพ/คลิป ศูนย์ข่าวนคร 24 ชม.สมาคมสื่อมวลชนนครศรีธรรมราช


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน




ข่าวที่เกี่ยวข้อง