ประสานสิบทิศ!! “ส.ส.รงค์ บุญสวนขวัญ”รับประสานสิบทิศพัฒนาต่อยอดคลองป่ามะพร้าว-สู่เป้าหมายแลนด์มาร์คที่ท่องเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจกลางเมือง




จากกรณีที่นายไพฑูรย์ อินทศิลา ผู้สื่อข่าวอาวุโสจังหวัดนครศรีธรรมราช ประธานศูนย์ข่าวนคร 24 ชม.สมาคมสื่อมวลชนนครศรีธรรมราช ชี้แจงข้อมูลปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากในพื้นที่ อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช โดยเฉพาะหมู่ 8 หมู่ 6 ต.โพธิ์เสด็จ ทั้งในส่วนที่อยู่ในเขตเทศบาลนคร นครศรีธรรมราช และในเขตเทศบาลตำบลโพธิ์เสด็จ รวมทั้งหมู่ 2 ต.มะม่วงสองต้น และหมู่ 2 ต.ไชยมนตรี ให้ รศ.ดร.รงค์ บุญสวยขวัญ ส.ส.นครศรีธรรมราช เขต 1 ทราบว่าสาเหตุหลักมาจากคลองป่ามะพร้าว ที่รับน้ำมาจากเทือกเขาหลวงผ่านคลองวังรักไหลมาเข้าสู่เขตเทศบาลนคร นครศรีธรรมราช ลอดผ่านถนนเทวบุรี รวมระยะทางกว่า 5 กม. ตื้นเขิน และมีสิ่งปฏิกูลหมักหมมมายาวนานไม่เคยได้รับการรื้อและขุดลอก ประกอบกับท่อบล็อกลอดผ่านถนนหมู่บ้านธารรินมีขนาดกวาง 2 เมตร และลอดผ่านถนนเทวบุรี มีขนาด 4 เมตร ทำให้น้ำไหลผ่านได้เพียง 10-20 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น จน รศ.ดร.รงค์ ได้ประสานผู้ว่าราชการจังหวัด ,กรมชลประทาน และเทศบาลนคร นครศรีธรรมราช ลงพื้นที่สำรวจ และร่วมกันพัฒนา จนต่อมาเทศบาลนคร นครศรีธรรมราชได้นำเครื่องจักรกลใหญ่ทำการจุดคลอกคลองผ่ามะพร้าวที่อยู่ในเขตเทศบาลนคร นครศรีธรรมราช จากสะพานขาว-ถนนเทวบุรี -ถนนเลียบคลองป่ามะพร้าว (หมู่บ้านธารริน) ระยะทางประมาณ 500 เมตร ท่ามกลางความดีใจของประชาชนในพื้นที่ ตามที่เสนอข่าวมาแล้วนั้น


(27 ม.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่าหลังจากนายชาคร ไอยศูรย์ ปลัดเทศบาลนครนครศรีธรรมราช ได้สั่งการ นำเครื่องจักรกล ทั้งรถแบ็กโฮ รถบรรทุก 6 ล้อเร่งดำเนินการขุดอกคลองป่ามะพร้าวตั้งแต่สะพานขาว-ถนนเทวบุรี-ถนนเลียบคลองป่ามะพร้าว (หมู่บ้านธารริน) ระยะทางประมาณ 500 เมตร แล้วเสร็จำให้ลำคลองป่ามะพร้าวสวยงามเป็นอย่างมาก ชาวบ้านที่ขับรถไปมาต่างชื่นชมและขอบคุณ รศ.ดร.รงค์ บุญสวยขวัญและเทศบาลนคร นครศรีธรรมราช ที่เป็นตัวจักรสำคัญในการพัฒนาขุดลอกคลองป่ามะพร้าว แต่เกรงว่าอีกไม่นานคลองป่ามะพร้าวจะกลับมาสกปรก รกทึบเหมือนที่ผ่านมา จึงอยากให้มีการต่อยอดพัฒนาเพื่อให้คลองป่ามะพร้าวสวยงามเช่นนี้ตลอดไป กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวและพักผ่อนหย่อนใจ

            ทางด้าน รศ.ดร.รงค์ บุญสวยขวัญ พร้อมคณะได้เดินทางลงตรวจสอบคลองป่ามะพร้าว และถือโอกาสเยี่ยมเยียนพบปะประชาชนในละแวกข้างเคียงไปในตัวด้วย โดยมีประชาชนออกมาต้อนรับและร่วมปรึกษาหารือในการพัฒนาต่อยอดคลองป่ามะพร้าว โดยในจำนวนนั้นมีนายชูเกียรติ สุทิน อาจารย์วิทยาลัยช่างศิลป์นครศรีธรรมราช ได้ร่วมหารือว่าหลังการขุดลอกพบพบว่าลำลองสายนี้สายงามมาก และอยู่ใกล้ตัวเมืองห่างจากศาลากลางังหวัดเพียง 1 กม.เศษเท่านั้น หากได้รับการพัฒนาต่อยอดให้เป็นแลนด์มาร์คย่อม ๆ เพื่อการท่องเที่ยวแลพักผ่อนหย่อนใจของประชาชนที่อยู่ใกล้ตัวเมืองมากที่สุด และต่อไปคงต้องรณรงค์ในเรื่องการทิ้งขยะต้องขอความร่วมมือจากประชาชนในละแวกใกล้เคียงว่าอย่าทิ้งขยะและสิ่งปฏิกูลลงในลำคลองและตนยินดีที่จะนำประติมากรรมที่เป็นผลงานคณะครู นักศึกษามาวางประดับตลอดริมลำคลองให้โดยไม่คิดมูลค่า  แต่ก็มีปัญหาเรื่องค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับปล้องซิเมนต์สำหรับวางประติมากรรม รวมทั้งเรื่องค่าขนส่งตัวประติมากรรม หากมีค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ก็สามารถบรรทุกมาติดตั้งริมคลองได้ทันที

            นายไพฑูรย์ อินทศิลา กล่าวว่า ในเบื้องต้น อาจจะนัดชาวบ้านจิตอาสามาร่วมเกบขยะและสิ่งปฏิกูลที่ยังเหลืออยู่ในลำคลอง เช่น เศษกิ่งไม้ ขวดหลาสติก เศษกล่องโฟม และอื่น ๆ และจะหาเงินมาจัดทำป้ายรณรงค์ไม่ทิ้งขยะมูลฝอยและสิ่งปฏิกูลทุกชนิดมาติดริมลำคลอง 4-5 จุด หลังจากนั้นจะร่วมกับ ส.ส.และสมาคมสื่อมวลชนนครศรีธรรมราช ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อขอหฯแพรกมาปลูกสองฝั่งคลองป้องกันการกัดเซาะแนวชายฝั่ง รวมทั้งประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการพัฒนาต่อยอดเรื่องการขุดลอกด้านบนอีกประมาณ 4 กม. รวมทั้งการเพิ่มท่อบล็อกลอดถนน 2 จุดให้กว้างมากขึ้นจะทำให้น้ำไหลสะดวก ลดปัญหาน้ำไหลบ่าท่วมในพี่ได้ในระดับหนึ่ง

รศ.ดร.รงค์ บุญสวยขวัญ กล่าวว่า ตนต้องขอขอบคุณทางเทศบาลนคร นครศรีธรรมราช ตนเป็น ส.ส.แค่ทำหร้าที่ประสานงานและขอความร่วมมือเท่านั้น และต้องยอมรับว่าลำคลองป่ามะพร้าวสายนี้หลังการจุดลอกสวยงามมากจริง ๆ หลังจากนี้จะประสานให้ทางเทศบาลนคร นครศรีธรรมราช จัดทำโครงการบรรจุไว้ในแผนพัฒนาเพื่อเพิ่มท่อบล็อกลอดถนนเทวบุรีให้กว้างขึ้นอีก 4-6 เมตร หลังถ้าเป็นไปได้ควรจะมีการต่อยอดในการเทปูนลาดริมคลองทั้งสองฝั่ง หรือใช้วิธีการเรียงหิน และทำทำประตูปิด-เปิดน้ำเพื่อเก็บกักน้ำไว้ใช้ในฤดูแล้ง โดยสามารถพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวพักผ่อนของประชาชน รวมทั้งทำตลาดน้ำประชาชนจะได้นำสินค้าอุปโภคบริโภคในท้องถิ่นมาจำหน่ายสร้างรายได้ทำให้เศรษฐกิจชุชนดีขึ้น

            ส่วนการพัฒนาตลอดสายความยาวที่เหลืออีกกว่า 4 กม.นั้นอยู่นพื้นที่ขององค์การปกครองส่วนท้องถิ่นหลายแห่ง อาทิ เทศบาลตำบลโพธิ์เสด็จ อบต.มะม่วงสองต้น และ อบต.ไชยมนตรี อย่างให้ทุกแห่งจัดทำโครงการบรรจุเอาไว้ในแผนพัฒนาของแต่ละแห่ง และร่วมกันพัฒนาในรูปแบบผ่านหน้าบ้านใครบ้านนั้นก็ช่วยกันพัฒนา อย่างไรก็ตามองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอาจจะมีปัญหาเรื่องงบประมาณซึ่งอาจจะให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องอื่น ๆ เช่น กรมเจ้าท่า หรือกรมชลประทานรับไปดำเนินการ โดยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทุกแห่งทำหนังสืออนุญาติและมอบให้กรมเจ้าท่า หรือกรมชลประทานรับไปดำเนินการแทน โยตนจะประสานงานติดตามการพัฒนาคลองป่ามะพร้าวอย่างใกล้ชิดต่อไป.    

 

ภาพ/คลิป  ศูนย์ข่าวนคร 24ชม.สมาคมสื่อมวลชนนครศรีธรรมราช

ยุทธนะ  เตมะศิริ นครศรีธรรมราช/รายงาน


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน