ทหารเอาจริงส่งรองแม่ทัพภาคที่ 3 ลงพื้นที่สำรวจเดินหน้าคืนชีวิตแม่น้ำพิจิตรเก่า 127 กม.พื้นที่ 3หมื่นไร่ อนาคตการเกษตรมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน




วันที่ 7 ส.ค.  2560  พลตรีสุภโชค  ธวัชพีระชัย รองแม่ทัพภาคที่ 3 ลงพื้นที่ดูอาคารบังคับน้ำที่หมู่ 4 บ้านวังกระดี่ทอง ต.ย่านยาว อ.เมือง จ.พิจิตร โดยมี พ.อ.วีรวัฒน์ วิวัฒน์วานิช  รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดพิจิตร , นายภูมิสิทธิ์  วังคีรี นายอำเภอเมืองพิจิตร , นายรักกี้ สุขประเสริฐ ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 4 บ้างวังกระดี่ทอง ต.ย่านยาว อ.เมืองพิจิตร ให้การต้อนรับและบรรยายถึงอาคารบังคับน้ำที่เป็นตัวเชื่อมต่อระหว่างแม่น้ำพิจิตรเก่ากับแม่น้ำน่านที่สร้างขึ้นมาตั้งแต่เมื่อปี พ.ศ. 2545 แต่ไม่เคยได้ใช้งานเลย เนื่องจากหาเจ้าภาพผู้รับผิดชอบไม่ได้ จนล่าสุดเมื่อหลายวันที่ผ่านมาชาวบ้านลงขันใช้เงินเพียงแค่ 2,200 บาท  ก็สามารถใช้งานอาคารบังคับน้ำที่ราคามูลค่านับร้อยล้านบาทได้ จนสามารถยกประตูน้ำทั้ง 3 บาน ส่งน้ำเข้าสู่แม่น้ำพิจิตรเก่าที่มีระยะทาง 127 กิโลเมตร ต้นน้ำพิจิตรเก่าอยู่ที่บ้านวังกระดี่ทอง ( บ้านดงเศรษฐี ในอดีต) ปลายน้ำอยู่หน้าวัดหลวงพ่อเงินวัดบางคลานและไปจรดกับแม่น้ำยมที่บริเวณดังกล่าว แม่น้ำพิจิตรเก่าไหลผ่าน 4 อำเภอ คือ อ.เมือง อ.โพธิ์ประทับช้าง อ.ตะพานหิน อ.โพทะเล ครอบคลุมพื้นที่การเกษตรประมาณ 3 หมื่นไร่


พลตรีสุภโชค  ธวัชพีระชัย รองแม่ทัพภาคที่ 3 กล่าวให้สัมภาษณ์ ว่า ทหารห่วงใยประชาชน จึงได้ลงพื้นที่หาแนวทางแก้ไขความเดือดร้อนในเรื่อง น้ำท่วมและภัยแล้ง โดยดูภาพรวม ว่า ฤดูน้ำหลากจะทำอย่างไรในการบรรเทาให้ น้ำท่วม หรือ สร้างความเดือดร้อนให้กับราษฎรและพื้นที่การเกษตรให้เสียหายน้อยที่สุดและจะต้องศึกษาวิถีชีวิตและปรับตัวในการใช้ชีวิตอยู่กับน้ำในช่วงฤดูน้ำหลาก ส่วนการดูแลในพื้นที่น้ำท่วมก็ต้องให้อยู่ห้วงเวลาที่เหมาะสมหรือให้เป็นแก้มลิงในช่วงฤดูน้ำหลากและเป็นแหล่งน้ำไว้ใช้ในช่วงฤดูแล้ง ส่วนการที่มีทุกฝ่ายใช้พลังประชารัฐร่วมกันพลิกฟื้นคืนชีวิตให้แม่น้ำพิจิตรเก่า ถือว่าเป็นความสมัครสมานสามัคคีที่น่าเอาเป็นแบบอย่าง ในส่วนของทหารและกองทัพภาคที่ 3 ก็จะได้บูรณาการร่วมกับจังหวัดพิจิตร ที่จะพัฒนาแม่น้ำพิจิตรเก่าให้เป็นแม่น้ำที่มีน้ำไว้ใช้ประโยชน์ต่อไป แต่ประชาชนต้องให้ความร่วมมือไม่รุกล้ำลำน้ำแม่น้ำพิจิตรเก่า


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน




ข่าวที่เกี่ยวข้อง